ในวันที่ 13 มกราคม 2563 ได้มีโอกาสไปเรียนรู้ลักษณะการทำงานของศูนย์ดำรงชีวิตอิสระของคนพิการพุทธมณฑล มีความรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เรียนรู้ผ่านคณะทีมงานเพื่อคนพิการที่เป็นผู้พิการเองทั้งหมด รู้สึกนับถือที่ความพิการไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการทำงานเพื่อสังคมและการใช้ชีวิตอย่างอิสระในรูปแบบที่ตนเองต้องการ พี่ๆได้มีการจัดกิจกรรมฐานเพื่อเรียนรู้ความรู้สึกของผู้พิการซึ่งเป็นกิจกรรมที่แปลกใหม่ เป็นกิจกรรมที่มาจากสถานการณ์ใกล้ตัวที่ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของผู้พิการมากขึ้น ทำให้เข้าใจว่าบางครั้งสังคมก็ใจร้ายเกินไปที่ทำให้คนๆหนึ่งหมดความหวังกับความพิการของตนเอง ซึ่งกิจกรรมประกอบไปด้วย 1.การเรียนรู้อารมณ์จากคำพูดโดยสวมบทบาทเป็นผู้พิการที่ต้องคอยรับฟังคำพูดเชิงลบจากผู้อื่น 2.กิจกรรมเรียนรู้จากการสวมบทบาทเป็นผู้พิการที่ต้องร่วมเล่นกิจกรรมกับผู้อื่น และ 3.กิจกรรมเรียนรู้ทักษะการสื่อสารสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการออกเยี่ยมบ้าน เพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพได้ในระยะยาว ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้ว่าการพูดคุยสื่อสารในการเยี่ยมบ้านเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะการเจอกันครั้งแรก ไม่ควรที่จะมุ่งเน้นเพื่อข้อมูล หรือที่จะประเมินมากจนเกินไป สิ่งสำคัญในการพูดคุยสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ได้แก่
-แนะนำตัวเองบอกวัตถุประสงค์ความเป็นมา
-มีการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการบอกชื่อหน่วยงาน หรือชื่อบุคคล(key man)
-สร้างสัมพันธภาพที่ดีผ่านการพูดคุย(มองหน้าสบตาขณะพูด ,พูดคุยกับทั้งผู้ดูแลและผู้พิการ ,เปิดอากาสให้ผู้พิการพูดและแสดงความสามารถ,ถามไถ่เรื่องทั่วไป หรือค้นหาความชอบเพื่อนำมาเป็นประเด็นในการพูดคุยสร้างสัมพันธ์)
เมื่อได้มีการเรียนรู้และฝึกปฎิบัติในช่วงเช้าแล้ว ช่วงบ่ายก็ได้มีกิจกรรมเยี่ยมบ้านผู้พิการ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ไปเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริง จากการไปเยี่ยมบ้านในครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นว่าว่าความพิการไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าตัวบุคคลไร้ความสามารถ อาจเพียงเพราะสิ่งที่ตาเราเห็นทำให้เราเอาคำว่าไร้ความสามารถไปตีกรอบให้กับผู้พิการ แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกคนล้วนสามารถพัฒนาและเป็นอิสระได้ ผู้พิการอาจเป็นบุคคลที่มีศักยภาพมากกว่าคนที่ไร้ความพิการ เพราะก่อนที่เขาจะมาถึงจุดที่สามารถดำรงชีวิตอิสระได้ จะต้องมีพลังใจที่เข้มแข็ง ความพยามความอดทนที่สูง ที่จะต้องก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงในชีวิตให้ได้ และอีกทั้งยังสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในสังคมในการที่จะส่งมอบสิ่งดีๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือ หรือแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับใครหลายๆคนได้อีกด้วย
จากการเรียนรู้ในวันนี้จะสามารถนำไปพัฒนาวิชาชีพกิจกรรมบำบัดอย่างไร?
การปรับมุมมองของตัวเองต่อผู้พิการที่อาจจะเป็นตัวขัดขวางทำให้เราตีกรอบความสามารถของผู้รับบริการ เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอิสระหลังความพิการของบุคคล โดยการให้การรักษาฟื้นฟูทางกิจกรรมบำบัดที่มุ่งเน้นตัวผู้รับบริการเป็นหลักเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการ สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในการดำรงชีวิตอิสระตามศักยภาพที่ตนมี ด้วยการร่วมมือทำงานกับองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้พิการ เช่น โรงพยาบาล หน่วยงานเอกชนเพื่อคนพิการ รวมถึงศูนย์ดำรงชีวิตอิสระตามสังกัดพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นตัวส่งเสริมและเพิ่มขีดจำกัดความสามารถในการใช้ชีวิตให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น