สถานที่ : ศูนย์ IL นครปฐม
กิจกรรมที่ได้ไปทำรู้สึกอย่างไร
รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะว่าเคยได้ไปสัมภาษณ์พี่ในทีมILคนหนึ่งเมื่อปีก่อน รู้สึกทึ่งมากที่พี่เขาเป็นผู้พิการแต่สามารถใช้ชีวิตไปเที่ยวทำทุกอย่างได้ สามารขับรถได้ด้วย รู้สึกสนใจว่าพี่ๆในทีมILคนอื่นๆจะเป็นเช่นไร พอไปถึงได้ลองทำกิจกรรมที่พี่ๆทีมILเตรียมไว้ให้ เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมาก กิจกรรมแรกจะให้เพื่อนบางคนลองเป็นผู้พิการแล้วเล่นส่งบอล ในการเล่นจะมีการโหวตคนออก ครั้งแรกคือโหวตออกก่อนเลยทั้งๆที่ยังไม่ได้ลองเล่น ตอนนั้นทุกคนอยากเล่นแต่จำเป็นต้องโหวตคนออกเลยเลือกเพื่อนที่รับบทคนตาบอดออกก่อนเพราะน่าจะเล่นได้ยากที่สุด ตัวเองได้เล่นเป็นผู้พิการขา นั่งรถวีลแชร์ ในตอนที่เล่นช่วงส่งบอลไม่มีปัญหาแต่ตอนรับบอลลำบากมากเพราะไม่สามารถย้ายตัวได้ตามใจนึกแค่ขยับไปด้านหน้าอีกนิดก็รับบอลได้แต่ไปไม่ได้เพราะไม่มีทักษะเข็นรถวีลแชร์ที่มากพอประกอบกับยังไม่ชินถ้าต้องใช้การเข็นรถแทนการเดิน เลยโหวตตัวเองออกไปนั่งรอเพื่อนๆเล่น โจทย์ท้ายสุดของเกมคือทุกคนต้องได้เล่นตอนนั้นทุกคนในกลุ่มพยายามหาวิธีบอกตำแหน่งลูกบอลกับเพื่อที่มองไม่เห็น การเล่นครั้งสุดท้ายเต็มไปด้วยความสามัคคี อบอุ่น ทุ่มเทของทุกคนที่พยายามให้เพื่อนที่เล่นเป็นผู้พิการทุกคนได้มีส่วนร่วม กิจกรรมที่สองให้พูดคำพูดที่ไปตัดสินบั่นทอนจิตใจผู้พิการที่ได้ฟัง(เป็นคำที่ได้ยินบ่อยมาก) เป็นคำพูดเชิงลบ โดยกิจกรรมจะให้พูดใส่เพื่อที่ลองเป็นผู้พิการยืนเป็นวงกลมด้านในตัวคนธรรมดายืนด้านนอก หันหน้าเข้าหากัน คนด้านนอกพูดคำพูดที่คนส่วนใหญ่ชอบพูด พูดทุกคนวน3-4รอบ แล้วถามความรู้สึกที่ได้ฟังคำเหล่านั้น ตอนที่อ่านคำในกระดาษรู้สึกแย่มากๆเป็นคำที่ไม่สร้างสรรค์ บั่นทอนกำลังใจและคุณค่าของคนที่ได้ฟัง และเกมยังให้พูดซ้ำหลายๆรอบแค่ตอนที่ได้ยินเพื่อนคนอื่นพูดประโยคในกระดาษก็รู้สึกแย่จริงๆ แล้วเพื่อหรือคนที่ได้ฟังจริงๆจะรู้สึกอย่างไร คงไม่มีใครรู้สึกดีกับประโยคเหล่านั้นทั้งทำลายกำลังใจ ตัดสิน พี่ทีมILก็ถามต่อว่าคิดว่าคำผู้พิการอยากได้ยินมีคำว่าอะไรบ้าง คำตอบนักศึกษาก็ประมาณว่าทำได้ มั่นใจ ไม่ต้องกลัวทำไปเลย ไม่เป็นไรรอได้ เมื่อจบกิจกรรมนี้ก็กลับไปรวมกลุ่มใหญ่อีกครั้ง พี่ๆทีมILแสดงละครโดยให้นักศึกษาอาสาออกไป 3 คน แสดงว่าไปเยี่ยมผู้พิการในชุมชน โดยปัญหาและอุปสรรคคือผู้ดูแลตอบแทนคิดแทนผู้พิการทั้งหมดเลย ตอนที่ดูจากสายตาคนนอกรู้สึกเลยว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากจริงๆ พี่ๆแสดงได้ดีมากอาจเป็นเพราะมีประสบการณ์ตรงจึงสื่ออกมาได้สมจริง เพื่อนที่อาสาออกไปมีความพยายามมากที่จะช่วยเหลือแต่เพราะประสบการณ์ยังน้อยเลยทำให้มีบางจุดยังทำได้ไม่ดีนัก พี่ๆทีมILจึงแสดงให้ดูอีกครั้งโดยครั้งนี้เห็นได้ถึงความเป็นมืออาชีพ เป็นการพูดคุยที่เขาใจถึงจิตใจคู่สนทนาที่เป็นผู้พิการอย่างแท้จริง
ได้เรียนรู้อะไรจากการไปทำกิจกรรม
-การเข้าไปพูดคุยเวลาลงชุมชนไปเยี่ยมต้องทำอย่างไรบ้าง สรุปประเด็นได้ดังนี้
1) บอกก่อนว่าวันนี้เรามาทำไม
2)ถ้ามีผู้ดูแล ผู้พิการสื่อสารได้ มีเพื่อนไปด้วย ควรชวนคุยแบบจับแยก
3)ให้ความสำคัญและสนใจความรู้สึกทั้งผู้พิการและผู้ดูแล
-การที่บุคคลนั้นมีความพิการเขาสามารถมีชีวิตที่อิสระ มีความเชื่อมั่นในตนเอง ดำเนินชีวิตได้ตามศักยภาพของตนเอง อาจจะมีบางครั้งที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ (เช่นการเดินทาง การย้ายตัว กิจวัตรประจำวันบางอย่างที่เกินความสามารถของเขา) แต่การคิดการตัดสินใจยังคงเป็นอิสระได้ไม่ต้องมีใครกำหนดชีวิตให้ และการพูดคำบางคำมันทำลายจิตใจของผู้ที่ได้ฟัง ต้องระวังคำพูดให้มากๆทบทวนดูให้ดีว่าควรพูดไหม ถ้าบั่นทอนลดคุณค่าคนที่ได้ฟังก็ไม่ควรพูด และผู้พิการไม่จำเป็นต้องขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกคน เขาสามารถทำอาชีพอื่นได้ถ้าเขาชอบและสามรถทำได้ ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้
นำไปพัฒนาในวิชาชีพกิจกรรมบำบัดอย่างไร
การที่เราได้รู้จักทีมIL ทำให้เราสามารถหาต้นแบบให้ผู้รับบริการที่มีความพิการและต้องการใช้ชีวิตเองอย่างอิสระ ให้ทีมช่วยแนะนำเพราะเป็นผู้มีประสบการณ์มาก่อนจะเข้าใจถึงจิตใจของผู้รับบริการได้ดี เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้ผู้ที่มารับการรักษาหรือปรึกษาสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเราควรเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอทั้งด้านความรู้ ความคิด การเข้าอกเข้าใจผู้อื่น ยิ่งต้องคิดให้มากๆว่าในฐานะคนที่จะเข้าไปรักษา/ช่วยเหลือผู้พิการคำไหนควรพูดไม่ควรพูด ต้องตระหนักถึงการจะพูดอะไรออกไปให้มากๆ