วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผมอ่านเอกสารการประเมินผลงานของคณบดีท่านหนึ่งของ มช. แล้วเกิดความคิดในการเขียนบันทึกนี้
ในสมัยที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย และจบออกมาเป็นอาจารย์ใหม่ๆ เราเน้น “วิชาการเพื่อวิชาการ” ขอให้รู้ลึกในเชิงวิชาการเป็นใช้ได้ เอาไปใช้อย่างไรว่ากันทีหลัง คนที่เรียนจบต้องไป “หาประสบการณ์” เอาเอง ที่ผมเรียกว่า “วิชาการแนว Diffusion” ที่ฐานของงานวิชาการอยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นหลัก
เวลาผ่านไปเร็ว กว่าครึ่งศตวรรษให้หลัง โลกยกย่องวิชาการแนวใหม่ แนวมุ่งประโยชน์ใช้สอย ที่ผมเรียกว่า “วิชาการแนว engagement” ที่ฐานวิชาการอยู่ที่ภาคประกอบการเป็นหลัก
ท่านคณบดีท่านนี้ มีผลงานเด่นทั้ง ด้านความร่วมมือทำงานวิจัยและนวัตกรรมกับภาคป ระกอบการในพื้นที่ และด้านการส่งนักศึกษาออกไปเรียนจากการทำงานในสภาพการทำงานจริง ทำให้บัณฑิตได้งานทำเป็นอย่างดี เป็นคณะวิชาที่มีความเด่นด้าน university – social engagement หรือ มหาวิทยาลัยหุ้นส่วนสังคม
ประเทศไทยอยู่ในยุคดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และยกระดับสู่ประเทศรายได้สูงสังคมดี โดยมีการกำหนดอุตสาหกรรมที่เรามีโอกาสแข่งขันได้ในโลก ๓ ด้านคือ ด้านอาหาร การท่องเที่ยว และบริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยไทยมีโอกาสสูงในการทำงานหุ้นส่วนพัฒนาสังคม ใน ๓ ด้านนี้
วิจารณ์ พานิช
๓ ม.ค. ๖๒
ตอนนี้ทุกองค์กรมีประเด็นการนำไปใช้ในการปฏิบัติ ตอนนี้พยาบาลเน้นการนำผลวิจัยไปใช้ในคลินิกค่ะ