“กลุ่มสูงวัย”จันทบุรี ฟิตหนัก ฟื้นฟูรำวงพื้นบ้าน พัฒนาศักยภาพกายใจ และส่งต่อคนรุ่นหลัง


         ชมรมผู้สูงอายุบ้านทับไทร จ.จันทบุรี จัดเต็ม ฟื้นรำวงพื้นบ้าน เซิ้ง ให้กลุ่มผู้สูงวัยมีกิจกรรมสัมพันธ์ร่วมกัน เพื่อเสริมสุขภาพใจ สุขภาพกาย และให้ผู้มากประสบการณ์กลุ่มนี้ได้แสดงออกถึงความสามารถและศักยภาพที่ยังคงมีอยู่ให้คนรุ่นหลังได้เห็น

คำว่า ผู้สูงวัย หรือ ผู้สูงอายุ แม้จะเริ่มนับเป็นทางตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ในยุคปัจจุบันคนอายุ 60 ปี ยังคงฟิต สุขภาพดี ทำงาน ทำกิจกรรมได้หลากหลายมาก ซึ่งไม่ใกล้เคียงกับคำว่า คนแก่ หรือ คนชรา เลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่จะเห็นกลุ่มผู้สูงวัย หรือ สว.รวมตัวกันทำกิจกรรม เพื่อส่งต่อประสบการณ์ ภูมิปัญญา หรือองค์ความรู้ที่เคยมีให้แก่คนรุ่น ๆ หลัง มากกว่านั่งอยู่กับบ้านรอวันโรยรา

แม้จะมีตัวเลขข้อมูลยืนยัน จาก มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย และสถาบันวิจัยสังคมและประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ระบุให้เห็นว่า ในปี 2560 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ (บุคคลที่มีอายุ มากกว่า 60 ปี) อยู่ราว ๆ 11.3 ล้านคน (คิดเป็นร้อยละ 17.1 ของประชากรทั้งหมดในประเทศไทย) และยังได้คาดการณ์อีกว่า สังคมไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ในช่วงปี พ.ศ. 2564 และ จะเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด ในปี พ.ศ. 2578 ส่งผลให้ตัวเลขของผู้สูงอายุจะขยับตามขึ้นมาอีกเป็นลำดับด้วย

สำหรับ ผู้สูงวัย ที่ต.บ้านทับไทร จ.จันทบุรี เป็นผู้สูงวัยอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสุข และสนุกกับกิจกรรมหลากหลาย โดยไม่ได้สนใจกับเลขของอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ กลุ่ม สว.ที่นี่ กำลังช่วยกันฟื้นฟู “รำวงพื้นบ้าน และการรำเซิ้ง” ในรูปแบบของชุมชนท้องถิ่น เพื่อทำให้เกิดการรวมกลุ่ม สานสัมพันธ์ต่อกัน และ ยังแสดงให้เด็กรุ่นหลังได้เห็นถึงการแสดงรำวงพื้นบ้านที่บางพื้นที่หรือบางท้องถิ่นอาจไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

นางอารยา ศิริสวัสดิ์ ประธานชมรมผู้สูงอายุบ้านทับไทร จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ชมรมผู้สูงอายุของบ้านทับไทร มีมาตั้งแต่ปี 58 เป็นการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป จนถึง 90 ปี มาจาก 5 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีสมาชิก 48 คน

ชมรมฯ ได้รวมเป็นกลุ่ม พร้อมกับทำกิจกรรมกันอย่างชัดเจน มีแนวทางการทำงาน มีการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เป็นขั้นตอน ตั้งแต่ปี 2560 เพราะหน่วยจัดการพื้นที่ระดับจังหวัด ของ สำนัก 6 จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เข้ามาให้องค์ความรู้ จึงทำให้ชมรมฯ มีทิศทางและแบบแผนในการทำงานมากขึ้น พร้อมกับได้รับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วน แต่หัวใจหลัก ๆ เลยคือ การได้เข้ามาช่วยส่งเสริมให้เกิดกระบวนการการทำงาน กระบวนการความคิด ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น

พร้อมกับส่งเสริมให้ชมรมฯช่วยกันคิดและนำจุดเด่นมาต่อยอด จนตกผลึกได้เป็น “การฟื้นรำวงพื้นบ้าน และการรำเซิ้ง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สูงวัยกลุ่มนี้รู้จักกันเป็นอย่างดีในอดีตขึ้นมาใหม่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรม และ การมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุอื่น ๆ

“ การส่งเสริมให้กลุ่มผู้สูงอายุได้ออกกำลังกาย ขยับตัว เพื่อสุขภาพมีหลายวิธี แต่เราเลือกที่จะใช้รำงวงพื้นบ้าน การเซิ้ง เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการออกกำลังกาย ได้เติมเต็มสุขภาพใจเพราะเขาได้ทำในสิ่งนี้มาในอดีต ประกอบกกับการรวมกลุ่มทำให้เขามีความสุข การได้เต้น ได้รำ ได้เซิ้ง ทำให้ได้ออกแรง ได้ด้านสุขภาพกาย จึงถือว่า ได้ทั้งกายและใจจากการรำวงและเซิ้งที่เขาชื่นชอบ” ครูยา กล่าว

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เพียงไม่กี่คน ปัจจุบัน รำวงพื้นบ้าน มีสมาชิกร่วมกลุ่มประมาณ 20 กว่าชีวิต และได้เริ่มขยายการแสดงออกไปจากในหมู่บ้าน เป็นระดับอำเภอ และเริ่มทราบกันในระดับจังหวัดแล้ว ซึ่งการแสดงของรำวงพื้นบ้านนี้ ทางชมรมฯ บอกว่า ไม่ได้เรียกร้องค่าแสดง แต่ขึ้นอยู่กับผู้เชิญว่าอยากสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะเป้าหมายของการทำกิจกรรม คือ ต้องการให้ผู้สูงอายุมีความสุขกับกิจกรรมที่ทำ ได้พัฒนากายและใจ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

นอกเหนือจากรำวงพื้นบ้าน และ เซิ้ง แล้ว สิ่งที่ชมรมฯ ได้ส่งเสริม เพื่อให้เกิดรายได้แก่กลุ่มผู้สูงอายุที่เข้าร่วม คือ การทำดอกไม้จันท์ และ ห่อเหรียญสำหรับโปรทาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ทำให้นอกจากผู้สูงอายุจะได้รวมตัวกัน ได้พัฒนาความคิดขณะทำแล้วยังมีรายได้เข้ามาด้วย แม้จะไม่มากแต่ก็ทำให้ทุกคนที่ทำรู้สึกสนุก และไม่เบื่อที่จะมารวมตัวกัน

สำหรับกิจกรรมหลักการรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมใหญ่มี 1 ครั้ง/เดือน แต่ละเดือนจะมีธีมการทำกิจกรรมต่างกัน เช่น เดือนที่ผ่านมา กศน.จะมาให้ความรู้และสอนทำยำปลาทู พร้อมกับทรอดแทรกความรู้เรื่องอาหารสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเข้าไปด้วย ส่วนเดือนหน้าจะสอนเรื่องการเพนท์ถุงผ้า เพื่อเอาไปใช้จ่ายตลาดจะได้เข้ากับเทรนด์ลดโดลกร้อน เป็นต้น

ซึ่งทุกครั้งที่ทำกิจกรรมจะมีภาคีเครือข่ายจากหลายส่วนเข้ามาร่วม เช่น ทหารเข้ามาทำหน้าที่ช่วยดูแลและรับส่งกลุ่มผู้สูงวัย หมอจาก รพ.โป่งน้ำร้อน เข้ามาตรวจสุขภาพ พร้อมกับจัดเก็บข้อมูลสุขภาพ และมีอาสาสมัครจากหน่วยงานใกล้เคียงคอยเข้ามาดูร่วมด้วย

ส่วนกิจกรรมสันทนาการ การออกกำลังกาย มีสัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันอังคาร กับ พฤหัสฯ แต่เป็นการออกกำลังกายด้วยการฝึกซ้อมเต้นรำวงย้อนยุค หรือ เซิ้ง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกงาน ซึ่งเริ่มมีเข้ามามากขึ้นเป็นระยะ ๆ

“ ทุกวันนี้ผู้สูงอายุกลุ่มนี้สนุก ลืมวัย เพราะได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ และได้ส่งต่อให้เด็กรุ่นหลังได้เห็นแล้วรู้จักด้วย การที่ชมรมฯมาอย่างนี้ก็เพราะได้องค์ความรู้จาก Node ของ สสส.ที่เข้ามาช่วย ทำให้เราสามารถพัฒนากลุ่มไปข้างหน้าได้อย่างมีทิศทาง มีภาคีเครือข่ายที่พร้อมจะเข้ามาช่วยเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญ ผู้สูงวัยได้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข นี่คือ สิ่งที่ชมรมฯอยากเห็น คือ ผู้สูงวัยมีความสุขกับการใช้ชีวิต ”

ด้าน ร้อยตำรวจตรี ปัญวัฒน์ กระทุ่มเขต หรือ ลุงดาบ หน่วยจัดการจังหวัดระดับที่มีจุดเน้น (Node Flagship) จ.จันทบุรี กล่าวเสริมว่า ในฐานะ Node Flagship ได้เข้ามาส่งเสริมการทำงานร่วมกับชาวบ้านทั้งจังหวัดในพื้นที่ 5 ตำบลด้วยกัน ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป แต่โดยองค์รวมแล้ว คือ ต้องการให้แต่ละพื้นที่ได้แสดงศักยภาพ พร้อมกับดึงจุดเด่นที่มีของตนเองมาดำเนินการต่อเพื่อให้เกิดการพัฒนา เชื่อมต่อจากภายในชุมชม หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และขยายไปถึงระดับจังหวัด แต่การทำงานจะได้ผลลัพธิ์ในท้ายที่สุดแล้วยังคงต้องใช้เวลา เพราะ นี่เป็นระยะเริ่มต้นเท่านั้น

สำหรับในพื้นที่ตำบลทับไทร ต้องยอมรับว่า ชาวบ้านที่นี่เขามีความเข้มแข็งในเรื่องการรวมตัวกัน และมีจุดเด่นในกลุ่มผู้สูงอายุเป็นแกนในการขับเคลื่อนทุกเรื่อง มีวัดเป็นศูนย์รวมและศูนย์กลางจิตใจ ทำให้พวกเขาพร้อมจะขับเคลื่อนทำงานทุกอย่างไปร่วมกัน เมื่อปล่อยให้ให้เขาร่วมกันคิด จึงเกิดเป็นไอเดียการพลิกฟื้นรำวงพื้นบ้าน ขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี่ เพราะ นอกจากจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทางด้านกาย ใจ สมอง แล้ว การได้ทำดอกไม้จันท์ จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการส่งเสริมเศรษฐกิจให้พวกเขาด้วย

“ แม้ว่าสิ่งที่ทำทั้งหมด รายได้ที่ได้มาอาจจะไม่ได้มาก แต่ก็ทำให้กลุ่มผู้สูงวัยในชมรมฯนี้ ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง ได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำและสนุก รู้สึกชีวิตมีคุณค่า และมีความสุข”ลุงดาบ กล่าว

หมายเลขบันทึก: 674481เขียนเมื่อ 16 มกราคม 2020 21:55 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 มกราคม 2020 21:55 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี