การเรียนรู้ขาออก


วิจารณ์ พานิช

.................

วิทยาการก้าวหน้าด้านสมองและการเรียนรู้บอกเราว่า    การเรียนรู้ในระดับที่เรียกว่า higher order learning ไม่สามารถเกิดได้จาก การเรียนรู้ขาเข้า คือการรับถ่ายทอดความรู้จากภายนอก    แต่เกิดจากการสร้างความรู้ขึ้นจากภายในตนเอง  ที่เรียกว่า การเรียนรู้ขาออก  

การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนเรา รวมทั้งการเรียนรู้ในโรงเรียน มีทั้งการเรียนรู้ขาเข้า และการเรียนรู้ขาออก    แต่หากจะให้เป็นการเรียนรู้ที่ทรงพลัง มีความลึกและเชื่อมโยงสูง    เป็นการศึกษาคุณภาพสูง    ต้องให้มีการเรียนรู้ขาออกในสัดส่วนที่สูง   

นั่นคือข้อเตือนใจแก่ โรงเรียนในโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง

การเรียนรู้ขาออก คือการเรียนรู้จากการปฏิบัติ หรือการลงมือทำ  ตามด้วยการใคร่ครวญสะท้อนคิด (reflection) ยิ่งการกระทำนั้นอยู่ในสถานการณ์จริง    การเรียนรู้จะยิ่งเข้มข้นและซับซ้อน   

การเรียนรู้ในสถานการณ์จริง จัดได้จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน    เช่นการทำอาหาร  การปลูกผักสวนครัว  การเลี้ยงสัตว์  การทำนา   เป็นต้น    โดยนักเรียนต้องเป็นเจ้าของกิจกรรมนั้นๆ    และควรเป็นการทำเป็นทีม    เพื่อให้เกิดการเรียนรูในมิติจิตสังคม (psychosocial) ด้วย   

โรงเรียนพัฒนาตนเอง น่าจะพิจารณาให้นักเรียนปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นอาหาร    และร่วมกันทำอาหารกินเอง    เพื่อเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ขาออก    โดยที่ครูต้องชวนนักเรียนร่วมกันกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้สำหรับนักเรียนแต่ละระดับชั้น    เมื่อทำกิจกรรมแล้ว มีการตั้งคำถามเพื่อการเรียนรู้เชิงทฤษฎีหรือวิชาการ    ให้นักเรียนค้นคว้าจากหนังสือหรืออินเทอร์เน็ต    นำมาเขียนรายงานผลการเรียนรู้ตามเป้าหมายที่กำหนด    เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาหลากหลายด้าน รวมทั้งทักษะชีวิต

นักเรียนควรได้ฝึกทำกิจกรรมที่มีคุณประโยชน์ต่อสังคม  โดยทำเป็นเวลานานเป็นเทอมหรือเป็นปี    เพื่อเรียนรู้และพัฒนาจิตสาธารณะ   หรือการทำประโยชน์แก่ส่วนรวม    รวมทั้งการทำประโยชน์แก่ผู้อื่น    นอกจากได้เรียนรู้เชิงเทคนิค (ความรู้ และทักษะ) ในกิจการนั้นๆ    นักเรียนจะได้เรียนรู้จิตใจภายในของตนเอง ว่าเมื่อได้ทำสิ่งที่มีคุณประโยชน์ที่เหนือประโยชน์ส่วนตน เกิดปิติสุขอย่างไร    นี่คือคุณค่าของ service learning   ที่โรงเรียนพัฒนาตนเองควรได้ส่งเสริมให้พัฒนาขึ้นภายในจิตใจของนักเรียน   ซึ่งจะมีส่วนถ่ายทอดไปยังครู พ่อแม่ และผู้เกี่ยวข้องกับโรงเรียนอีกด้วย

เท่ากับโรงเรียนพัฒนาตนเอง เป็นแหล่งเพาะและแพร่พันธุ์ความดีงามในจิตใจ    โดยการเรียนรู้ขาออกด้วยการทำเพื่อประโยชน์ที่เลยผลประโยชน์ส่วนตน   ที่กล่าวง่ายๆ ว่าฝึกเป็นคนไม่เห็นแก่ตัวจัด นั่นเอง

โรงเรียนมีคุณค่ามากกว่าที่เราคิด     

..................................


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)