ชุมชนหมู่ 5 กระทุ่มราย ปลุกแนวคิด สูงวัยอย่างมีคุณค่า-ชราอย่างมีศักดิ์ศรี


อีก 2 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ (ปี 2564 ) คนไทยพร้อมหรือยัง

        เชื่อว่าเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ และพยายามหาคำตอบ เพราะเวลาใกล้เข้ามาทุกที และเชื่อว่ามีหลายหน่วยงานก็พยายามเต็มที่ เพื่อจะรองรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

            เช่นเดียวกับที่ชุมชนแผ่นดินทอง หมู่ 5 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ถ้าได้มาเห็นภาพของสังคมผู้สูงวัยที่นี่แล้วจะเข้าใจว่า เขาได้เตรียมพร้อมต่อการเป็นผู้สูงอายุให้ตัวเองมาสักระยะหนึ่งแล้ว

            ที่นี่จึงไม่มีภาพผู้สูงวัยนั่งหน้าเศร้า เฝ้าบ้าน ไม่มีภาพผู้สูงวัยนอนติดเตียง มีแต่ภาพผู้สูงวัยยิ้มแย้ม หัวเราะ และเป็นผู้สูงวัยที่ติดสังคม คือ ชอบแต่จะมารวมกลุ่มทำกิจกรรม และ ออกกำลังกายร่วมกัน จากเดิมเดือนละ 1 ครั้ง ปัจจุบันไม่พอแล้วจึงต้องขยับเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คือต้องมาพบปะกัน 4 ครั้งต่อเดือน

            จันทร์ มินเด็น หรือ “โต๊ะจันทร์” วัย 80 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งของผู้สูงวัยในชุมชน กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า ตัวเองและกลุ่มเพื่อนที่นี่ ติดสังคม ทุกครั้งที่ประธานชุมชนแจ้งเรื่องทำกิจกรรมร่วมกัน ต้องมา และไม่เคยพลาด เพราะรู้สึกสนุกที่ได้พบเจอเพื่อน ๆ ได้ออกกำลังกาย ได้ฝึกทำหลาย ๆ อย่างไม่เคยทำมาก่อน

            โต๊ะจันทร์ ยัง​ยอมรับอีกว่า ก่อนที่จะมีการรวมกลุ่มเป็น “ชมรมผู้สูงอายุชุมชนแผ่นดินทองหมู่ 5 กระทุ่มราย” ผู้สูงอายุที่นี่ส่วนใหญ่ได้แต่นั่งเฝ้าบ้าน รอรับ-ส่งหลานไปโรงเรียน ชีวิตไม่สนุก ไม่เคยสังสรรค์รวมกันเช่นทุกวันนี้

            ในช่วงนั้นโต๊ะจันทร์ไม่ร่าเริง ร่างกายก็ไม่ค่อยดี เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย จนเมื่อมีชมรมฯ นี้ขึ้นมา ทำให้ผู้สูงอายุในชุมชนได้มารวมตัวกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทำกิจกรรมด้วยกัน โดยมีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุข 44 มาตรวจสุขภาพ มีครูมาสอนทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า ทำยาหม่อง พิมเสนน้ำ สอนทำขนม และอีกหลายกิจกรรม

            “ที่สำคัญ คือทุกคนได้ออกกำลังกาย เวลาออกำลังกายด้วยกัน รู้สึกสนุก ผลที่ได้คือ ร่างกายแข็งแรง และชีวิตสดชื่นมาก” โต๊ะจันทร์​ บอก

            สภาพสังคมโดยรวมของชุมชนแผ่นดินทอง หมู่ 5 เป็นการอยู่ร่วมกันของชาวบ้าน 3 ศาสนา 4 นิกาย ได้แก่ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม และ นิกายนิกายคาทอลิก แม้จะเป็นชุมชนที่ไม่ใหญ่มากและไม่เก่าแก่ แต่รายรอบชุมชนอยู่กันแบบอาศัยพึ่งพากันและกันเหมือนพี่น้อง หน้าบ้านปลูกผักริมรั้ว ริมถนนหน้าบ้าน คนในชุมชนสามารถเก็บกินได้ไม่หวงกัน

            ปัญหาของชุมชนเป็นเรื่องที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น คนในชุมชนมีกว่า 800 คน เป็นผู้สูงอายุ 81 คน และมีโรคประจำตัวหลัก คือ ความดันโรหิตสูง เบาหวาน และ อัมพฤต เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ได้ทำอะไร นอกจากเฝ้าบ้าน และเลี้ยงหลาน เมื่อไม่มีกิจกรรมก็ไม่ได้เคลื่อนไหว ซึ่งเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

            ศรีศักดิ์ แสงสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 และประธานชุมชนแผ่นดินทอง บอกว่า การเป็นผู้นำชุมชนทำได้มีโอกาสพบกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายนอก จึงได้นำแนวคิดต่างๆ มาพัฒนาชุมชน รวมทั้งการตั้งชมรมผู้สูงอายุฯ ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 58 เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มผู้สูงวัยเป็นผู้ที่ชราอย่างมีศักยภาพ ส่งเสริมด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และ สุขภาพสังคม โดยเริ่มจากใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน มีสอนทำอาหาร สอนทำขนม สอนทำน้ำยาล้างจาน พร้อมกับประสานไปที่ศูนย์บริการด้านสาธารณสุข 44 ให้ช่วยดูแลคัดกรองสุขภาพ สอนการออกกำลังกายที่เหมาะสม ให้ความรู้ด้านโภชนา รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการทานอาหารให้สมวัย และ โรคประจำตัว

            ประกอบกับได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยจัดการพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำให้มีเงินทุนมาผลิตอุปกรณ์ง่าย ๆ ในการทำกิจกรรม เช่น ทำหนังยางยืดเหยียด เพื่อใช้ออกกำลังกาย หรือทำช้างน้อย ที่เอามาขยำเพื่อช่วยเรื่องการออกกำลังกล้ามเนื้อมือและนิ้ว รวมถึงการสอนทำขนม โดยเฉพาะขนมปั้นสิบ ที่ได้เป็นสินค้า OTOP 5 ดาวของชุมชนเลยทีเดียว

            สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดหลังจากที่ผู้สูงวัยมารวมตัวทำกิจกรรมร่วมกัน คือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป จากที่เคยซึมเศร้าก็มีรอยยิ้ม และทุกครั้งที่เขามาร่วมกิจกรรม จะมีอาหารให้ทาน ได้เข้าสังคม ได้ความรู้ ได้ของที่ทำกลับบ้าน ผู้สูงอายุจึงได้ทั้งอิ่ม และ มีรอยยิ้มกลับไป และนี่คือ หัวใจหลักของการที่เราตั้งชมรมผู้สูงอายุฯขึ้นมา

            “บางคนที่เคยเป็นโรคความดันสูง เบาหวาน เมื่อมาเข้าร่วมกับเรา หลังได้ความรู้เรื่องควบคุมอาหาร ได้ออกกำลังกาย หนึ่งเดือนผ่านไปวัดความดัน เจาะเลือด ชั่งน้ำหนัก พบว่า ความดันลด เบาหวานลดลงทุกคน  ซึ่งการทำแบบนี้เขาได้ประโยชน์ ส่วนเราได้ความสุขใจ เพราะได้ยินเสียงหัวเราะตลอดเวลา” ผู้ใหญ่ศรีศักดิ์ กล่าว

            หลังจากได้รับความร่วมมือและสนใจจากคนในชุมชนแล้ว ผู้ใหญ่ศรีศักดิ์และคณะทำงานได้ขยายแนวคิดไปชักชวนชุมชนรอบข้างมาร่วมกิจกรรมด้วยกัน เพราะจากการสนับสนุนจาก สสส. ทำให้สามารถขยายโครงการสุขภาวะด้านสุขภาพของผู้สูงอายุให้ใหญ่ขึ้น เช่น เวลาจัดกิจกรรมเคยเชิญคนชุมชนอื่นมาร่วมงานได้หนึ่งคน แต่ปัจจุบันสามารถเชิญได้สี่คน  4 คน ซึ่ง 4 คนนั้นก็จะนำสิ่งที่ได้จากเราไปต่อยอดในชุมชนของตนเอง ทำให้ชุมชนนั้น ๆ ได้ขยายผลต่อกันไปอีก ส่งผลให้ปัจจุบันนี้มีชุมชนต่าง ๆ เข้ามาหาความรู้และเชิญชวนแกนนำไปเป็นวิทยากรด้วย

            ด้าน พันโทสิทธิชัย แสงพันธุ์ หน่วยการจัดการพื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงชุมชนนี้ว่า ก่อนมาทำที่นี่ก็ต้องดูว่า ชุมชนมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกันมากน้อยแค่ไหน แต่ก็ได้เห็นแล้วว่า ที่นี่มีศักยภาพที่จะทำได้ จึงเข้ามาช่วยให้สิ่งที่เขามีอยู่แล้วสามารถดำเนินต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ปรากฏว่า หลังจากที่เข้ามาส่งเสริมแล้ว ทำได้ดีมาก เช่น จากที่เคยนัดกันออกกำลังกายเดือนละครั้ง ก็ทำเพิ่มเป็น 4 ครั้ง เท่ากับสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง  หรือมากกว่านั้น

            “หลังจากทำมาผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของผู้สูงอายุที่นี่ ได้เห็นว่า ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ทำให้สุขภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ ได้เห็นพัฒนาการ ได้เห็นพลังของกลุ่มนี้ที่เป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณค่า แม้จะชราแต่ก็สมศักดิ์ศรี ซึ่งเราคงต้องส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเช่นนี้เพิ่มขึ้นไปอีก และ กระจายให้มากขึ้นกว่านี้ไปทั่วกรุงเทพมหานคร” พ.ท.สิทธิชัย กล่าว

            ชุมชนแผ่นดินทอง หมู่ 5 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเตรียมพร้อม ไม่ใช่แค่รองรับเฉพาะผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ที่เตรียมก้าวเข้าสู่ผู้สูงวัยในอนาคตข้างหน้าด้วย เพราะนอกจากคนสูงวัยเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนแล้ว คนที่อยู่ในวัย 45 อัพ ก็เข้ามาร่วมกิจกรรม ถือเป็นการเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนเปลี่ยนเป็นผู้สูงวัย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาส สสส.



ความเห็น (0)