นี่เป็นสมัยที่ ๒ ที่ได้รับเลือกให้เป็น "กรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ ประเภทคณาจารย์ประจำคณะผลิตครู" ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓ - วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

สมัยที่ ๑ อยู่ในวาระไม่ถึง ๓ ปี เนื่องจากเข้ามาในโอกาสเลือกตั้งซ่อมแทนตัวแทนคนเดิมที่ออกไปรับตำแหน่งบริหาร

สำหรับการประชุมสภาคณาจารย์ฯ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ ประชุมในวันพุธที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๓ (วันนี้) เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๖.๑๕ น. ณ สำนักอธิการบดีใหม่ วิทยาเขตนอกเมือง

ผู้เข้าร่วมประชุมครบทุกคน ได้แก่ ประธานสภาคณาจารย์ฯ ๑ คน กรรมการที่มาจากคณาจารย์ ๗ คน กรรมการที่มาจากสายสนับสนุน ๙ คน และน้อง ๆ จากสำนักงานสภาฯ ๒ คน

สภาคณาจารย์ฯ เป็นเสมือน "สภาน้อย" ที่รองจากสภามหาวิทยาลัย "สภาใหญ่" ทำหน้าที่ (๑) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในกิจการของมหาวิทยาลัย (๒) แสวงหาแนวทางร่วมกันเพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์และข้าราชการ (๓) พิทักษ์ผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย (๔) เรียกประชุมคณาจารย์และข้าราชการเพื่อพิจารณากิจกรรมของมหาวิทยาลัย

สรุปภาพรวมของวาระวันนี้

๑. ประธานสภาคณาจารย์ฯ คนใหม่ ประกาศนโยบายและรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ในสภาฯ

๒. ประธานสภาคณาจารย์ฯ อยากให้ "สภาน้อย" เป็นสถานการณ์จำลองของ "สภาใหญ่"

๓. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง "กรรมการสภาฯ ชุดเดิม" ที่เหลืออยู่กับ "กรรมการสภาฯ ชุดใหม่" ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน

๔. ความคิดเห็นที่คล้ายกันเกี่ยวกับโครงสร้างของสภาคณาจารย์ฯ คือ ควรมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมเป็นแบบใหม่

๕. จุดอ่อนของสภาคณาจารย์ฯ ชุดเดิม คือ "การประชาสัมพันธ์การทำงาน บทบาทหน้าที่ของสภาคณาจารย์ฯ" ที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรและ "ระบบการติดตามข้อเสนอของกรรมการสภาคณาจารย์ฯ" ที่ไม่เด่นชัด

๖. มีข้อเสนอที่ดีหลายข้อ เช่น กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ กลยุทธ์การสร้างเครือข่าย เป็นต้น

๗. ประธานสภาคณาจารย์ฯ ขอมติที่ประชุม เรื่อง ขอเชิญตัวแทนของ "ลูกจ้างประจำ" และ "พนักงานราชการ" เข้าฟังการประชุมของสภาคณาจารย์ฯ ในครั้งต่อ ๆ ไป ซึ่งมติที่ประชุม ไม่มีใครคัดค้าน

สิ่งที่น่าเป็นห่วงและไม่น่าสบายใจ คือ

มีการแต่งตั้งรองประธานสภาคณาจารย์ฯ ๒ คน เลขานุการสภาฯ ๑ คน ผู้ช่วยเลขานุการสภาฯ ๓ คน นั้น อาศัยตามอำนาจหน้าที่ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ก็จริง แต่ขาดการขอความเห็นในที่ประชุมทั้งหมดของสภาคณาจารย์ฯ ซึ่งข้อสังเกต คือ ประธานสภาฯ มาจากคณะเดียวกันกับรองประธานสภาฯ คนที่ ๑ และเลขานุการสภาฯ

บรรยากาศการประชุมดูเคร่งเครียดมากกว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามวาระการประชุม อาจจะเป็นเพราะการคุมการประชุมของประธานสภาฯ เต็มไปด้วยกฎระเบียบและนโยบายส่วนตัวที่มีต่อสภาคณาจารย์ฯ เอง เช่น ระเบียบทั้งหมดใช้ของ "สภาใหญ่" เป็นต้น

ส่วนที่เป็นเรื่องแปลกใหม่ คือ การไม่แจกเบรก มีเพียงกาแฟ โอวัลติน และน้ำเปล่าเท่านั้น แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ประหยัดให้หลวงได้ก็ควรประหยัด เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

ซึ่งในการประชุมครั้งต่อไปน่าจะภายใน ๒ สัปดาห์นี้ เพราะโครงสร้างใหม่ของสภาคณาจารย์ฯ ยังไม่มีมติออกมา ถ้าโครงสร้างใหม่ยังไม่เสร็จ สภาคณาจารย์ฯ ก็จะทำงานได้ช้าและลำบากนั่นเอง

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ

บุญรักษา ทุกท่าน ;)...

..