กระเทียม เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับหัวหอม แต่ละหัวจะประกอบด้วย 6-10 กลีบ นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงประกอบอาหารคู่ครัวอาหารไทย กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างแตกต่างจากพืชทั่วไปเพราะอุดมด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ นอกจากนี้กระเทียมยังประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย เช่น อาร์จีนิน (Arginine)โอลิโกเซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์(Flavoniods) และซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

กระเทียมมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งเป็นผลมาจากสารอัลลิซิน (Alicin) จึงนิยมใช้ปรุงแต่งกลิ่นอาหารให้น่ารับประทาน อัลลิซินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆดีขึ้น เช่นช่วยบรรเทาอาการเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิต คอเลสเตอรอล กระเทียมมีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อไวรัส จึงช่วยป้องกันและบรรเทาอาการหวัดได้

สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCI) ได้กล่าวว่ากระเทียมเป็นพืชผักชนิดหนึ่งที่อาจมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง การรับประทานกระเทียมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งทรวงอก มะเร็งปอด หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก อัลลิซินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบได้ในกระเทียมสดอาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงตัวในหลอดเลือดและส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและทำให้ระดับความดันโลหิตลดต่ำลง กระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์และสารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณสมบัติป้องกันภาวะอ้วน และอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลด้วย

อย่างไรก็ตามกระเทียมช่วยปรุงแต่งรสชาติทำให้อาหารน่ารับประทานยิ่งขึ้น อาหารไทยจะขาดกระเทียมไม่ได้เลย โดยเฉพาะอาหารที่มีรสจัด วันนี้จึงยกให้กระเทียมเป็นส่วนประกอบสำคัญในเมนูปลาทูทอดราดซอสกะเพรา ซึ่งบางสูตรนิยมนำส่วนผสมอันได้แก่ กระเทียม พริกขี้หนู พริกจินดา รากผักชี น้ำปลา น้ำตาล น้ำมันหอย และใบกะเพรา มาปั่นจนละเอียด แต่สำหรับซอสกะเพราวันนี้ใช้วิธีนำกระเทียม พริก และรากผักชี มาสับไม่ต้องละเอียดมากนัก นำมาผัดกับน้ำมันให้หอมแล้วจึงปรุงรสให้มี 3 รส เผ็ด เค็ม หวาน สุดท้ายจึงใส่กะเพราสับก่อนนำไปราดบนปลาทูทอด ทำให้เวลาเคี้ยวได้รสสัมผัสของกระเทียมและพริก เป็นเมนูอาหารที่ทำง่ายๆแต่อร่อยถูกใจ และยังได้รับคุณประโยชน์จากส่วนประกอบต่างๆในอาหารอีกด้วย