วันนี้มีแนวความคิดว่าถ้าได้ปั๊มน้ำขึ้นจากสระมารดน้ำต้นไม้ บนโคกหนองนาของโรงเรียน โดยใช้ระบบโซล่าเซลล์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จะเป็นไปได้หรือไม่..?
หากทำได้คงประหยัดงบประมาณและสะดวกง่ายดาย ในการบริหารจัดการพืชผักต่างๆ แล้วจะเริ่มอย่างไรดี คงต้องมีที่ปรึกษาเสียแล้ว อยากให้สำเร็จได้ในปีนี้
ผมต้องการให้เป็นปีเริ่มต้น..”พอเพียง”อย่างจริงจัง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่สุด ที่ผ่านมาก็พอเพียงแต่เหนื่อยล้ากับระบบ ขาดเครื่องทุ่นแรงหรือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ...
หยิบเรื่องง่ายๆ มาเป็นประเดิมเริ่มต้น เห็นแม่ครัวโยนลูกพริกลูกมะเขือที่แก่แล้ว ลงบนพื้นดินข้างโรงครัว ซึ่งล้อมด้วยไม้ไผ่ที่กำลังผุพัง คิดว่าจะรื้อทิ้งดีหรือไม่ดี...
ถ้าไม่รื้อก็ต้องซ่อมรั้วให้ดูเป็นสัดส่วนล้อมกรอบพืชสวนครัวเอาไว้ เติมดินปุ๋ยลงไป ผสมมูลวัว มูลไก่อีกนิดหน่อย คลุกเคล้ากันแล้วหมั่นพรมน้ำ ไม่นานนักพอแม่ครัวโยนอะไรลงมา ก็จะแตกหน่อต่อยอดกลายเป็นผลผลิตที่เป็นเครื่องปรุงชั้นยอด...
ดินดีมีอินทรียวัตถุ จะปลูกอะไรก็งอกงาม เขาถึงพูดว่าจะปลูกพืชต้องเตรียมดิน ไม่มีอีกแล้วที่จะทำได้ตามยถากรรม ต้องเรียนรู้และลงมือทำทุกขั้นตอน
นี่คือหลักคิดขั้นพื้นฐานของคำว่า “พอเพียง” ที่ต้องทำอย่างมีข้อมูล มีขั้นมีตอนและต้องทำตามบริบท ที่สำคัญและไม่ยากต่อการทำความเข้าใจก็คือ..การได้ลงมือทำเอง
โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ เท่ากับว่าได้ประหยัด ทำให้มีกินและพอใช้ หากมีพอแล้วแบ่งปันให้ใครได้ก็หยิบยื่นไป เท่ากับได้ฝึกฝนการให้ ก็ถือว่าเข้าข่ายของความพอเพียงแล้ว
ผมจึงลงมือซ่อมรั้วสวนครัวจนเสร็จ แล้วทาสีเพื่อให้ดูโดดเด่นเห็นชัด เรียบร้อยสวยงามไปตามระเบียบ..วางแผนคร่าวๆว่าในรั้ว ต้องมีพริก มะเขือ กะเพรา โหระพาและตะไคร้
ขณะที่ทาสีรั้ว..ผมได้ยินเสียงเหมือนน้ำเดือดปุดๆ เป็นระยะๆ ตอนแรกคิดว่าใครมาต้มน้ำอยู่ในครัว..แต่ไม่ใช่แน่ เพราะทั้งโรงเรียนมีผมอยู่คนเดียว
เงยหน้ามองดูขวดน้ำ ที่ใส่น้ำแขวนไว้ เชื่อมต่อระหว่างข้อต่อที่ส่งแก๊สลงถัง จึงนึกได้ว่า เจ้าหน้าที่ที่มาเดินท่อไว้ให้นั้นเคยบอกไว้ว่า ให้สังเกตระดับน้ำไว้ไม้ให้แห้งขวด
ในเวลาที่แก๊สมีเยอะแล้วไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่หมด ปฏิกิริยาของแก๊สจะขับเคลื่อนแล้วหาทางระบายออก โดยเป่าลมออกมาที่ท่อส่งลงมาที่ขวดน้ำ จึงเห็นน้ำมีเสียงดังปุดๆ
ผมจึงมองไปที่ผ้าใบบรรจุแก๊สเห็นบวมเป่ง แสดงว่ามีแก๊สเยอะมาก เพราะโรงเรียนปิด ๕ วันไม่มีใครมาใช้แก๊สเลย เดินไปดูท่อน้ำที่น้ำไหลออกไปลงบ่อ ก็พบว่ามีน้ำอยู่เต็ม อันนี้เป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพอย่างดี ผมจึงตักไปรดต้นไม้ในบริเวณนั้นจนหมด
ต่อมาผมจะหาแกลลอนมาใส่น้ำปุ๋ยจากแก๊สชีวภาพไปสะสมไว้ เพื่อใช้ทดแทนอีเอ็ม สำหรับรดใบไม้ให้ย่อยสลายเร็ว เป็นผลผลิตที่ได้มาแล้ว นำมาใช้เอื้อประโยชน์กันแบบครบวงจร..เป็นการทำกิจกรรมให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น..
วันแรกของปี ผมก็คิดและทำอย่างพอเพียงได้แล้ว..พรุ่งนี้จะลองสัมภาษณ์ครูบรรจุใหม่ว่าจะแนะนำอะไรผมได้บ้าง เพราะบ้านของครูมีอาชีพเกษตรกรรม ต้องนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกันบ้าง...บางครั้งเราอาจคิดว่ารู้แล้ว แต่อันที่จริงเราอาจจะยังเข้าไม่ถึงความรู้ที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ
ความรู้เปลี่ยนไป ปีใหม่แล้วเราต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อการศึกษาไม่รู้จบ การแสวงหาความรู้ใหม่ ไม่จำเป็นจะต้องพอเพียงก็ได้ ยิ่งรู้แล้วนำมาสร้างสรรค์และแบ่งปันต่อไปให้เด็ก ผู้ปกครอง และชุมชน..นี่คือบุญกุศลของการทำงานตามปรัชญาฯอย่างวิเศษที่สุด
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑ มกราคม ๒๕๖๒