วันก่อน...คณะจากโรงพยาบาลเปาโล โชคชัย ๔ มาศึกษาดูงานเศรษฐกิจพอเพียงและจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์แบ่งปันให้น้อง มอบอุปกรณ์การเรียนและทุนการศึกษา นำโดยท่านผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลของโรงพยาบาล
ท่านผู้อำนวยการมอบหนังสือให้ผมหลายเล่ม มีอยู่เล่มหนึ่งที่ผมอ่านแล้ววางไม่ลงเลย ชื่อหน้าปกหนังสือเขียนว่า “คุณภาพในทุกลมหายใจ” เป็นหนังสือทำมือ คือทำเองด้วยมือ รวบรวมแล้วเย็บเล่มเอง ไม่ต้องผ่านโรงพิมพ์
ผมพลิกไปอ่านบทความสั้นๆที่ว่าด้วย ชีวิตที่มีความหมาย ก็พบข้อความที่เป็นสุภาษิตทิเบตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ระหว่างพรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครรู้หรอกว่าอะไรจะมาก่อน”
หากเป็นดังว่า การใช้ชีวิตอย่างเปี่ยมด้วยความมีสติรู้ตัวในสิ่งที่คิด สิ่งที่รู้สึก สิ่งที่กระทำ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ชีวิตของเรามีความหมายในทุกมิติ เราจะไม่เสียใจหรือเสียดายเวลาที่ผ่านไป ดังที่คนมีประสบการณ์ใกล้ชิดความตายหลายคน ได้ทิ้งข้อคิดจากประสบการณ์ของตนเอาไว้..
หลายเรื่องควรค่าต่อการนำมาเตือนใจเราได้...
“เวลาในชีวิตมีจำกัด” สตีฟ จอบส์ เคยบอกเอาไว้ “ทำในสิ่งที่ใช่ อย่าเสียเวลาทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการ อย่าตกเป็นทาสกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ที่สำคัญกล้าทำตามหัวใจและสัญชาตญาณของตัวเอง..”
นั่นคือ..รู้จักและเข้าใจความรู้สึกของตนเอง หลายคนต้องเจ็บป่วยและอยู่อย่างขมขื่น เพราะตนทนแบกรับความทุกข์จากความไม่กล้าแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง..
สำหรับผมแล้ว เข้าถึงความตื้นลึกหนาบางของความรู้สึกตัวเองได้ดีพอสมควร ความรู้สึกที่ผูกพันอย่างใกล้ชิดกับงาน..เพียงเพราะอยากเห็น “คุณภาพ”เกิดขึ้นในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง
ไปถึงโรงเรียนแต่เช้า ไปก่อนครูและนักเรียน..นอกจากจะได้เริ่มงานในท่ามกลางอากาศที่สดชื่นแจ่มใสแล้ว ยังทำให้มีเวลาทำงานได้นานอีกด้วย ผมช่วยเด็กเก็บกวาด ความสะอาดร่มรื่น ก็เท่ากับว่า..เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง...
โรงเรียนจึงมีความพร้อมทุกวัน..ที่จะต้อนรับทุกภาคส่วนที่แวะเวียนเข้ามา วันนี้ก็มีมา ๒ – ๓ คณะ เจ้าหน้าที่และพยาบาลออกมาฉีดวัคซีนให้นักเรียนชั้น ป.๖
คุณหมอมาตรวจสุขภาพฟันให้นักเรียนทุกชั้น โรงเรียนมีสถานที่อำนวยความสะดวกที่พร้อมกว่าทุกปี ครูและนักเรียนก็พร้อมให้การต้อนรับเช่นเดียวกัน
ผมพยายามไม่ให้กิจกรรมพิเศษเหล่านี้ กระทบการเรียนการสอน เมื่อครูต้องไปดูแลคุณหมอ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ผมก็ต้องอยู่ห้องเรียนเพื่อสอนแทน นักเรียนจะได้ไม่ถูกทิ้ง
จากนั้น..ก็มีชายหนุ่มว่าที่ครูบรรจุใหม่เดินทางเข้ามาเยี่ยมชม..เพื่อหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ก่อนเลือกโรงเรียนเพื่อบรรจุเป็นครูคนใหม่ในสัปดาห์หน้า..
ชายหนุ่มที่ว่ามีรอยยิ้มอยู่ในใบหน้าที่ผมมิอาจคาดเดา แต่ที่แน่นอนที่สุด โรงเรียนเล็กหลังนี้ ได้ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนในบั้นปลายชีวิตราชการของผมแล้ว..
เป็นโรงเรียนขนาดเล็กเพียงโรงเดียว..ที่ได้อัตราครูเพิ่ม..ผมคิดว่าเป็นผลพวงของคุณภาพในทุกลมหายใจของผม ของครูและผู้ปกครองทุกคนนั่นเอง
ใครล่ะ?..ที่เขาอยากจะให้..ถ้าไม่มุ่งมั่นทำงาน..จงให้ผลงานส่งผ่านหรือพูดแทนหัวใจบ้างก็ได้ เพราะการลงมือปฏิบัติจริง..จะช่วยให้งานเสียงดังฟังชัดเสมอ..
ช่วงบ่าย..มีโอกาสได้เจอะเจอศึกษานิเทศก์ ตามปฏิทินการนิเทศติดตามการเรียนการสอนของโรงเรียน..ที่มุ่งเน้นการประกันคุณภาพภายในเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์
จากคำพูดและสีหน้าของศึกษานิเทศก์ ผมมั่นใจว่าเขาจะเชื่อผม เมื่อผมบอกว่าได้เตรียมความพร้อมทุกด้าน..ตั้งแต่ภาคเรียนแรก เพื่อปลูกปั้นนักเรียนในทุกสาระวิชา ก่อนเดินทางเข้าสู่สนามการสอบระดับชาติ
ผมบอกศึกษานิเทศก์ว่า ผมพอแล้วสำหรับการค้นหาปัญหา การไขว่คว้าคุณภาพในแบบของผมต้องกระโดดลงไปแก้ไขทันที..เด็กมีจุดอ่อนเรื่องการอ่านรู้เรื่องหรืออ่านจับใจความ..วันนี้..รู้วิธีการแก้ไขแล้ว ครูกับนักเรียนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่
นี่คือชีวิตที่มีความหมาย..ในหน้าที่ที่ต้องทำงานให้โรงเรียนเพื่อส่วนรวม แต่ตนเองและครอบครัวก็ได้อานิสงส์ด้วย เพราะมันคือลมหายใจแห่ง “คุณภาพ”ของชีวิต
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒