ผู้เขียนได้ทบทวนจาก การแสดงออกของลูกค้า ว่า ตีราคา ค่าของเงิน แตกต่างกัน ตามแต่ละผู้ละนาม

ผู้เขียนได้ทบทวนจาก การแสดงออกของลูกค้า ว่า ตีราคา ค่าของเงิน แตกต่างกัน ตามแต่ละผู้ละนาม 

บางท่าน เริ่มต้น ๑ บาท มีค่า

บางท่าน เริ่มต้น ๒๐ บาท มีค่า

บางท่าน น้อยกว่า หรือ มากกว่า...

  • ลูกค้าชาย ซื้อหยวกกล้วยขนาดเล็ก ราคา ๕ บาท ต่อมา ต้องการให้ผู้เขียนหุ้มใบตองทั้งหมด ถามว่า คิดราคาเท่าไร? เพื่อนำไปปักดอกไม้เอง ผู้เขียนไม่ได้คิดเงิน
  • ลูกค้าชาย ซื้อวัสดุทำกระทงให้ลูก หยวกกล้วย ราคา ๗ บาท  ใบตอง ๑๐ บาท ๑ กก. ดอกไม้ ช่อละ ๕ บาท ๒ ช่อ  รวมเงิน ๒๗ บาท  ลูกค้ารับสินค้าถุงใหญ่ ถามว่า มีอะไรอีก ๓ บาท เพราะไม่ต้องการเงินทอน ผู้เขียน จึงหยิบ ไม้ดอก ไม้ประดับอื่นๆ ที่เตรียมมาทำกระทง ใส่ถุงเพิ่มให้
  • เด็กหญิงน้อย ป.๓ ถามว่า มีกระทงสำเร็จ ราคา ๒๐ บาท หรือไม่ ? ผู้เขียน จึงทำกระทงเล็กให้  เธอมานั่งมองดู พูดคุยสักครู่  เมื่อกระทงใกล้เสร็จ เธอบอกว่า ไม่เอาได้ไหม? ให้แม่ทำ ไม่ต้องเสียเงิน ๒๐ บาท ผู้เขียนเห็นด้วย บอกว่า ดีแล้ว
  • ลูกค้าหญิงบางท่าน บอกว่า ยอดผัก ๑๐ บาท แพง (บางท่านบอกว่ายอดอ่อนทั้งหมด ไม่ต้องเด็ดทิ้ง)
  • ลูกค้าชายหญิงบางท่าน ซื้อดอกไม้ ๒ กำ ๑๕ บาท ใส่บาตร ให้ ๒๐ บาท ไม่ต้องทอนครับ
  • มีครอบครัวทำกระทงเอง แต่ลืมธูป ขอซื้อกับผู้เขียน  ๖ ดอก ผู้เขียนบอกว่า จะไม่คิดเงิน แต่เป็นการสะเดาะเคราะห์ ขอสักกะบาท  เขาพยายามหาเหรียญ แต่ไม่มี จึงควัก ธนบัตร ๒๐ บาท บอกว่า ผมทำบุญครับ

ในความเป็นจริง สินค้าธรรมชาติ ถูกสมมุติ ราคาขึ้น ตามตลาด ถ้าไม่แลกเป็นเงิน ก็แลกเปลี่ยนสิ่งซึ่งมีค่าต่ออีกฝ่ายได้ ทั้งสิ่งของและบริการ หรือแม้แต่ แจกให้กันฟรีๆ 

ดังนั้น รู้จักพอ ก็เต็มอยู่เสมอ

ไม่รู้จักพอ ก็พร่องอยู่เสมอ ไม่เคยเต็ม