#ชีวิตของประเทศ# หนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน

ผมอ่านหนังสือ"ชีวิตของประเทศ" เล่ม 1-2 ของอาจารย์วิษณุ เครืองาม บันทึกเสียงเพื่อคนตาบอดจบแล้ว รวม 1,511 หน้า มีความรู้สึกเหมือนได้ย้อนยุคไปตั้งแต่ตอนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 สู่สมัยกรุงธนบุรีิ ต่อเนื่องมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ ร.1- ร.5  รวม 6 แผ่นดิน(ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านเขียนไว้แค่"สี่แผ่นดิน")

    อาจารย์วิษณุ(ผู้เขียน)ได้จินตนาการเรื่องนี้ขึ้นโดยอาศัยประวัติศาสตร์เป็นฉากเดินเรื่อง บางส่วนใช้เรื่องราวจากที่บันทึกไว้ในพงศาวดารฉบับต่างๆของไทย บางส่วนเป็นประวัติศาสตร์จากบันทึกของชาวต่างประเทศ และบางส่วนเป็นเรื่องเก่าเล่าใหม่ เล่าสู่กันฟังในแวดวงผู้เกี่ยวข้อง ดังที่เรียกว่า "พงศาวดารกระซิบ" และได้รับเกร็ดความรู้จากผู้ใหญ่รุ่นเก่าอีกหลายคน ซึ่งเรื่ิองราวส่วนใหญ่เกิดขึ้นและดำเนินไป ณ สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 

    ผมรู้สึกชื่นชมผู้เขียนมากๆที่สามารถนำความรู้ที่ท่านมีอยู่หลากหลายแขนงมาบูรณาการเขียนออกมาเป็นภาษาที่เรียบง่าย สละสลวย มีเกร็ดสนุกสนานมาเล่าให้ผู้อ่านเคลิบเคลิ้ม เกิดจินตนาการเชื่อมโยงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ให้แจ่มชัดมากขึ้น เหมือนได้ย้อนยุคเข้าไปอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ

ผมอ่านไปจินตนาการไปตามที่ผู้เขียนเล่า เห็นภาพกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ เหตุการณ์ประวัติศาสตรในครั้งกระโน้นได้เด่นชัด เห็นสายสัมพันธ์ของเจ้านาย ขุนนาง แต่ละสมัยที่ผูกพันกันเป็นสาแหรก เป็นเครือญาติสืบสายกันมา เห็นความสามารถและความเหมาะเจาะของพระมหากษัตริย์แต่ละรัชกาลที่บริหารสร้างความเจริญแก่บ้านเมืองได้สอดคล้องกับยุคสมัย จนผ่านพ้นวิกฤตต่างๆมาได้ เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่มาอาศัยในบ้านเมืองทั้งคนไทย คนต่างชาติ ต่างภาษา การแต่งกาย ศิลปะวัฒนธรรม การตั้งบ้านเรือนทำมาหากินกันเป็นหมู่บ้านแต่ละอาชีพ   เห็นแม่น้ำลำคลอง  พระราชวัง วัดวาอารามต่างๆ กำแพงเมือง สถานที่สำคัญต่างๆที่เรารู้จักในปัจจุบัน เห็นสวนผลหมากรากไม้ อันอุดมสมบูรณ์ในอดีต เป็นต้น

ที่ทำให้หนังสือเล่มนี้สนุกที่สุดคือการเดินเรื่องราวผ่านชีวิตของตัวละครเอกชื่อ "ใหม่" ที่มีความซื่อสัตย์และจิตใจที่งดงาม เขาเกิดในปีสร้างกรุงเทพมหานคร(พ.ศ.2325) เป็นหมอยาสมุนไพรที่เติบใหญ่พร้อมกับการพัฒนาบ้านเมืองมาหลายยุคหลายสมัย แม้เขาไม่สมหวังกับความรัก แต่เขาก็อบอุ่นด้วยน้ำใจและไออุ่นจากลูกหลานว่านเครือ สามารถสร้างวงศ์ตระกูลของตนให้มีหน้ามีตา ที่ต่างมาจากหลายสายหลายตระกูล แต่มาอยู่ร่วมในชายคาเดียวกัน ด้วยจุดเชื่อมโยงจากหมอยาและกับข้าวคาวหวานเป็นสื่อให้ทุกคนได้เข้ามาผูกพันร่วมชีวิต ร่วมวงศ์ตระกูลเดียวกัน และแตกกิ่งก้านสาขาเป็นสาแหรกใหญ่มาจนถึงรุ่นที่ 3 แล้วแต่ละชีวิตก็ทยอยล้มหายตายจากกันไปตามกฏอนิจจัง ส่วนใหม่มีชีวิตยืนยาวจนได้เห็นความเจริญเติบใหญ่ของลูก หลาน เหลน มาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 และจากไปในวัย 93 ปี

ชีวิตของประเทศ จึงเปรียบเสมือนบันทึกของทุกชีวิตที่มีส่วนสรรค์สร้างประเทศ จากรุ่นสู่รุ่น ประดุจสายน้ำที่หล่อเลี้ยงแผ่นดินให้ชุ่มชื่นสมบูรณ์ ชีวิตของประเทศเปรียบเหมือนกายหรือสังขารของบ้านเมือง ดังที่รัชกาลที่ 1 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า

"อันพระนครทั้งหลาย ก็เหมือนกับกายสังขาร

กระษัตรคือจิตวิญญาณ เป็นประธานแก่ร่างอินทรีย์ มือเบื้องซ้ายขวาคือสามนต์ บาทาคือพลทั้งสี่

อาการพร้อมสามสิบสองมี ดังนี้จึงเรียกรูปกาย

ฝ่ายฝูงอาณาประชาราษฎร์ คือศาสตราวุธทั้งหลาย ถึงผู้นั้นประเสริฐเลิศชาย แม้นจิตจากกายก็บรรลัย"

ผมขอยืนยันว่าหนังสือ "ชีวิตของประเทศ"เป็นหนังสือดี มีคุณภาพ อ่านสนุก บันเทิงสมอง บันเทิงอารมณ์ สร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากทำความดีเพื่อบ้านเมืองจริงๆ      กราบขอบพระคุณท่านองคมนตรี นพ.เกษม วัฒนะชัย ที่จุดประกายให้ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคนได้อ่านกันครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธเนศ ขำเกิด



ความเห็น (0)