11-17 พฤศจิกายน 2562 แอ่วเหนือสัมผัสหนาว เช้าวันจันทร์ที่ 11  พฤศจิกายน 2562 คณะของเราที่ร่วมเดินทางมีทั้งหมด  10 คน  ประกอบด้วย ผอ.จันทร อาจารย์ชนิดา พลสิงห์ , อาจารย์จิตวัต อาจารย์กัลยา ธนอัญญาพร, อาจารย์จินดา  สุทธารัตน์, อาจารย์อุษณีย์  ชูแก้ว, อาจารย์พชรพร สุนธารินทร์, อาจารย์ละเมียด ครองไกรเวช และอาจารย์สุทัศน์ อาจารย์สคราญ วิเศษสมบัติ รถตู้โดยสารโดย..นายศุขนันท์ หนุนเกื้อ 

ยามเช้าวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน  2562 ตื่นเช้าห้องที่พักโรงแรมน้าทองน่าน มีประตูด้านหลังออกไปสู่ห้องอาหาร สระปลาคาร์ฟ และมีสระว่ายน้ำ ยังเช้าคนออกมาว่ายน้ำออกกำลังกายยังมีเพียง 2 - 3 คน เท่านั้น

ประมาณ 07.00 น. ห้องอาหารเปิด พวกเราเข้าไปใช้บริการอาหารริมสระปลาคาร์ฟ. อาหารเช้ามีให้เลือกหลากหลาย แต่เราก็เลือกอาหารเบา ๆ เท่านั้นค่ะ

อิ่มแล้วทุกคนถ่ายภาพกับภาพกระซิบรักของ "ปู่ม่านและย่าม่าน" ไว้เป็นที่ระลึกค่ะ

ถ่ายภาพหมู่แล้ว ต่างก็แยกย้ายเก็บภาพส่วนตัวไว้เป็นที่ระลึกค่ะ

ทุกคนพร้อมพวกเราออกจากโรงแรมน้ำทองน่าน ประมาณ 09.00 น. พวกเรามาถึงบริเวณเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้ว่ามาเมืองน่านต้องมาที่นี่ คือซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน  ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยเดินเล่นชมบรรยายากาศที่ร่มรื่น หรือ จะเป็นการปั่นจักรยาน  เก็บภาพสวยๆ กลับบ้านไปอย่างชื่นมื่น เสน่ห์ แห่งความเนิบช้า และไลฟ์สไตล์การปั่นจักรยาน ดูจะสะท้อนเอกลักษณ์ของ จังหวัดน่าน ได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างยิ่งที่จะปั่นเจ้าคันโปรดมาพักผ่อนลอดซุ้มบันทึกภาพสุดชิลล์ และอีก Signature ที่สำคัญคือ ภาพซุ้มต้นลีลาวดี หรือต้นลั่นทม บริเวณหน้า พิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่สวยงาม ที่เราชินตาจากภาพในต่างประเทศ ไม่ต้องไปถึงต่างประเทศแล้ว ที่จังหวัดน่านก็มีนะคะ

ซึ่งบรรยากาศของการเดินอยู่ใต้โถงต้นลีลาวดีแห่งนี้ ถูกยอมรับว่าสวยงาม และร่มรื่นติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งจุดถ่ายรูปที่เราตั้งใจต้องไม่พลาดเก็บความภาพประทับใจอีกด้วย ไม่ถ่ายรูปไม่ได้แล้วนะ

ในเมืองน่านมีรถรอบเมืองให้นักท่องเที่ยวนั่งชมเมือง คนละ 20 บาทค่ะ พวกเราไม่ได้นั่งเพราะรถออกวิ่งชมเมืองสายมาก ๆ เรายังมีโปรแกรมต้องไปเที่ยวที่อื่นอีก ได้แต่ขึ้นไปนั่งถ่ายรูปเล่น

ใกล้ ๆ กันนั้นจะมี วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นวัดสำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน วัดมีลักษณะที่สำคัญคือโบสถ์และวิหารถูกสร้างเป็นอาคารเดียวกัน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 2139 วิกิพีเดีย  คณะที่ไปได้เข้าไปไหว้พระแต่เราไม่ได้เข้าไปได้แต่เก็บถาพหน้าวัดเท่านั้น 


ออกจากที่นี่เป้าหมายคือไปชมพระอาทิตย์ตกที่ดอยเสมอดาว ระหว่างทางประมาณ 12.00 น. แวะชม เสาดินนาน้อยและคอกเสือ เป็นแหล่งอารยธรรมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยธรรมชาติ โดยมีเสาดินขนาดใหญ่ยกตัวสูงขึ้นมาจากพื้นดิน คล้ายกับแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่
โดยเสาดินเหล่านี้เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของน้ำและฝนเป็นเวลาหลายพันปี จนเกิดมาเป็นประติมากรรมที่งดงามดั่งเช่นตอนนี้ สันนิษฐานว่าเสาดินนาน้อยมี อายุประมาณ 30,000-10,000 ปีและเคยเป็นก้นทะเลมาก่อน นอกจากนี้ยังค้นพบกำไลหินและขวานโบราณที่นี่

มื้อกลางวันพวกเรากินแบบช่วยตัวเองง่าย ๆ เพื่อทำเวลาเพื่อไปดูพระอาทิตย์ที่ดอยเสมอดาว ประมาณ 15.30 น. แวะชมธรรมชาติสวย ๆ 
มู่บ้านประมงปากนาย  
หมู่บ้านประมงปากนาย ปากนายเดิมเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำน่าน หลังการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ หมู่บ้านปากนายได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน ซึ่งมีลักษณะเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยทิวเขาเขียวขจี ชาวบ้านปากนายประกอบอาชีพประมง มีแพร้านอาหารให้เลือกชิมปลาจากเขื่อน เช่น ปลากด ปลาบู่ ปลาคัง ปลาแรด ปลาทับทิม เป็นต้น และบางแห่งทำเป็นห้องพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จากบ้านปากนายสามารถเช่าเรือล่องไปตามลำน้ำน่านสู่อ่างเก็บน้ำสิริกิติ์ มีทิวทัศน์เป็นป่าเขาสวยงาม เกาะแก่ง เรือนแพ ชาวประมง ในช่วงนอกฤดูฝน จะมีแพลากไปวัดปากนาย สามารถนั่งรับประทานอาหารบนเรือได้ ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง และมีแพขนานยนต์ข้ามฟากไปยัง อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

พวกเราช่วยกันซื้อปลาแห้งติดไม้ติดมือกลับบ้านกันทุกคนค่ะ

ได้เวลาพอสมควรแล้ว....ไปต่อค่ะไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ดอยเสมอดาว...