DAY-2 in Malaysia

P Cha
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

DAY-2 25 Oct.2019

        ในวันที่ 2 ของการอยู่บนแผ่นดินที่ไม่คุ้นเคย ฉันตื่นมาพร้อมกับอากาศที่หนาวเย็น(แอร์ 20 องศา)  ฉันและเพื่อนรีบแต่งตัวเพื่อที่จะไปทานข้าวที่โรงอาหารแต่และแล้วก็ไม่ได้ไปทานอาหารเนื่องจากเดี๋ยวจะไม่ทันรถบัส  ฉันและเพื่อนๆต้องขึ้นรถบัสที่มหาวิทยาลัยมารับ เป็นรถคันเดิมที่ไปรับที่สนามบินเมื่อวานนี้ ซึ่งในระหว่างทางนั้นได้สัมผัสกับความแปลกใหม่ของบรรยากาศและการใช้ชีวิต ต้นไม้ที่มีหญ้าเขียวขจีข้างทางกับถนนที่แสนจะสะอาดตา ฉันเห็นคนทำความสะอาดถนนใช้เครื่องเป่าลมขนาดใหญ่ทำการปัดฝุ่นและเศษใบไม้และขยะออกจากถนนโดยไม่ต้องเปลืองแรงเลย ใช้แรงแค่แบกเครื่องแล้วสะบัดไปมา ให้เศษใบไม้และอื่นๆปลิวไปตามทางที่ต้องการ และถนนก็สะอาดมาก

หอพักที่นี่จะเรียกว่า College ซึ่งต่างจากไทยที่ใช้คำว่า Dormitory / Dorm  ในแต่ละคอเลจจะมีลักษณะ สี และชื่อของอาคารที่แตกต่างกัน และมีราวตากผ้าแบบรวมอยู่ข้างๆหอ หรือบ้างหอก็จะอยู่ข้างๆตึก เขาตากผ้ากันโจ่งแจ้งมากขนาดนี้เลยหรือ ราวตากผ้าที่ติดกับถนนมีเพียงรั่วตาข่ายเหล็กเท่านั้นที่กั้นเอาไว้  ฉันนั่งรถอ้อมมหาลัยเพื่อเข้าไปในส่วนของมหาวิทยาลัย เนื่องจากที่นี่มีการแบ่งพื้นที่ของมหาวิทยาลัยไว้ข้างหน้าแต่หอพักจะอยู่ด้านหลังของมหาวิทยาลัย แค่นั่งรถอ้อมไปสถาบันภาษาฉันยังเห็นสิ่งต่างๆมากมาย ที่นี่เป็นเหมือนภูเขาหลายๆลูกรวมกัน มีลักษณะแบบเนินเขา มีป่าไม้มากมายและเขียวขจีเสมอกัน จะมีรั่วตาข่ายอ้อมทุกพื้นที่ และในที่สุดเราก็ถึงที่หมายนั้นคือ CALC

(Centre for The Advancement of Language Competence) ฉันลงรถแล้วเดินไปที่ประตูใต้ตึกที่เป็นประตูกระจก และมีอาจารย์4-5คน คอยต้อนรับพวกเราอยู่ จากนั้นพวกเราเดินเข้าไปที่ห้องเรียนที่เป็นเหมือนห้องประชุมในสภา ที่มีการแบ่งที่นั่งเป็นชั้นๆ และเป็นโต๊ะไม้สีเข้มยาวอ้อมเป็นครึ่งวงกลมในแต่ละชั้น และมีเวทีเล็กๆข้างหน้า พวกเรารับของจากอาจารย์ซึ่งมีกระเป๋าหิ้วสีน้ำเงินขนาดไม่ใหญ่มากนักของทางสถาบัน ซึ่งข้างในมีสมุดเล็กๆพร้อมปากกาและอาหารว่าง หลังจากนั้นเป็นพิธีต้อนรับพวกเราอย่างเป็นทางการ โดยให้หัวหน้าสถาบันกล่าวเปิดต้อนรับพวกเรา

              หลังจากการทำพิธีต้อนรับจบลงไป อาจารย์แจกกระดาษให้กับพวกเราคนละแผ่น จากนั้นให้เขียนความรู้สึกที่สามารถอธิบายความในใจที่ต้องการจะบอกเกี่ยวกับมาเลเซียและมหาวิทยาลัยได้ โดยเขียนแฮชแท็ก( # ) ตามด้วยคำคุณศัพท์  อาจารย์แต่ละท่านช่วยกันแจกปากกาให้พวกเรา และให้เวลาในการเขียน 3 นาที ฉันเขียนคำว่า #NICE เพราะฉันคิดถึงเพื่อนคนหนึ่งที่ช่วยเหลือฉันกดน้ำเมื่อวาน เพื่อนคนอื่นๆโดยรอบ รวมถึงสถานที่สวยๆ เขียวขจีดั่งที่ฉันไม่เคยเห็น เชื่อไหมว่า สวนสาธารณะในเมืองไทยบางแห่งที่บอกว่าอุดมสมบูรณ์ ยังเขียวขจีไม่เท่าที่นั่นเลย อาจารย์สุ่มนักศึกษาเพื่อนำเสนอว่า เขียนคำว่าอะไรในการอธิบายความรู้สึกและบอกเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นคำนี้ แน่นอนแหล่ะ ทุกคนต่างก็ต้องตื่นเต้นที่จะต้องนำเสนอ แต่ละคนก็มีความเหตุผลของตัวเอง ทำให้ฉันได้รับรู้ถึงอารมณ์ต่างๆและความแตกต่างทางความคิดมากขึ้น ส่วนมากเพื่อนในห้องจะเขียนคำว่า #Excited ซึ่งฉันไม่เห็นใครเขียนคำเดียวกับฉันเลย ฉันควรจะดีใจหรือเสียใจดีล่ะ ฮ่าๆๆๆ จากนั้น อาจารย์พาพวกเราทุกคนทัวร์มหาวิทยาลัยโดยรอบ

                12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ได้เวลาทานอาหารแล้ว อาหารมื้อเที่ยงพวกเรากลับมาที่ห้องเดิม ฉันและเพื่อนๆเดินออกไปที่หน้าห้องเพื่อต่อแถวทักอาหาร ซึ่งอาหารก็คือ ไข่เจียวทรงเครื่อง ซอสที่มีไก่มีกลิ่นหมักเครื่องเทศอ่อนๆ(ไม่อ่อนเท่าไหร่นะ) และแกงเห็ดที่มีสีเหลืองแปลกตาแต่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่ฉันตักทานถึง 2 ครั้ง และน้ำส้มที่มีรสชาติจืดๆแต่ก็ไม่จืดสนิททีเดียว ความรู้สึกของฉันบอกว่าเหมือนน้ำส้มผสมน้ำเปล่า แต่สุดท้ายอาหารมื้อนี้ก็ไม่ได้แย่สะทีเดียว

                หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ ฉันมีเวลาพักนานกว่า 2 ชั่วโมง ฉันและเพื่อนต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยที่มีเพื่อนชาวมาเลเซียของอยู่เป็นเพื่อน  เมื่อถึงเวลาผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายคนไทยและอาจารย์ท่านนี้ก็พูดไทยได้ด้วย เดินเข้ามาหาและพาพวกเราไปยังที่ Beryl’s ที่ขายช็อคโกแลตที่อร่อยที่สุด โดยนั่งรถคันเดิม

                ในระหว่างทางฉันเห็นสิ่งต่างๆที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นถนนที่เป็นอุโมงค์และมีต้นไม้และหญ้าสั้นๆสีเขียวข้างๆถนนตลอดทาง ฉันจึงเลือกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอแต่น่าเศร้าที่คุณภาพกล้องของฉันไม่ดีเท่าที่ควร สีจึงซีดมาก และฉันก็เห็นปั้มน้ำมัน 2 ปั้มอยู่ข้างๆกัน คือ Shell และ Patrol  ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางแยกเข้าไปยังโรงงานช็อคโกแลต ฉันและเพื่อนรีบลงรถเพื่อเข้าไปยังโรงงาน ในวันนั้นคนเยอะพอสมควร เนื่องจากเป็นทั้งสถานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับที่มาของโรงงาน ที่มาของช็อคโกแลตในชนิดต่างๆ และ วิวัฒนาการของผลิตภัณฑ์ที่ขายช็อคโกแลต เมื่อพวกเราไปถึงพนักงานที่เป็นวิทยากรก็เดินมาที่หน้าบันไดของโรงงานเพื่อรับฉันและเพื่อนขึ้นไปชมวิดีทัศน์และเดินดูพิพิทภัณฑ์ บริเวณชั้นสอง หลังจากจบการบรรยายและเดินศึกษาเกี่ยวกับช็อคโกแลต ฉันและเพื่อนๆก็เดินไปซื้อของฝากนั่นก็คือช็อคโกแลตที่แสนอร่อยนั่นเอง ฉันซื้อเยอะมากเพราะญาติฉันเยอะ เมื่อฉันเจอสิ่งดีดี ฉันก็อยากจะให้คนที่ฉันรักได้รับเช่นกัน ขาดไม่ได้เลยคือ พ่อ แม่ พี่สาวที่ชื่นชอบการทานชาเขียว  ทำไมมีชาเขียวในร้านช็อคโกแลตน่ะหรอ ก็เขานำเอาช็อคโกแลตและชาเขียวมาทำเป็นสินค้าน่ะสิ อร่อยด้วยนะ ขณะที่ฉันกำลังหาของฝากนั้น พนักงานเดินมาบอกว่าที่ร้านมีรสรวมนะ ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ได้ เพราะในวันนั้นมีเพื่อนหลายคนที่ไม่ได้และพนักงานมาบอกกับฉันเองทั้งๆที่ฉันยังไม่ได้บอกอะไรแค่คิดในใจเฉยๆ  หลังจากนั้นก็ทำการคิดเงิน แน่ล่ะ ก็ต้องมีจ่ายกันบ้าง

                ฉันและเพื่อนๆเดินออกมาจากประตูกระจกบานใหญ่ที่เลื่อนโดยอัตโนมัติของโรงงานและร่วมถ่ายรูปกลุ่มได้ไม่นาน ฝนที่ว่ามาแน่ๆก็มาจริงๆ ฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ทำไงดีล่ะ รถพวกเรามาจอดที่หน้าโรงงานแล้ว พวกเราวิ่งขึ้นรถด้วยความเร่งรีบ แต่ก็หนีไม่พ้นน้ำที่หล่นจากฟ้าที่ค่อยๆแทรกซึมลงไปในเนื้อผ้าที่เราใส่ สัมผัสกับอากาศเย็นๆบนรถพร้อมกับความเหนื่อยล้าทั้งวัน ง่วง! หลังจากที่กลับมาจากการทำกิจกรรมทั้งวัน ฉันและเพื่อนๆก็ต่างรีบอาบน้ำและทำภารกิจทุกอย่าง และอาหารมื้อเย็นของฉันต้องเป็นมาม่าเพราะแบกมาจากไทย มาไม่กี่วันคิดถึงซะแล้ว

                   ต่อมาไม่นานเสียงเจื้อยแจ้วก็ดังขึ้นเพราะทุกคนต่างก็โทรหาครอบครัวเพื่อเล่าสิ่งต่างๆที่พบเจอ เล่าสิ่งที่แปลกใหม่แชร์ประสบการณ์และความรู้สึกต่างๆกับครอบครัวและคนที่รักอย่างสนุกสนาน และฉันเองก็ทำเช่นนั้น สำหรับวันนี้ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับความคิดที่หลากหลายของผู้คน ถึงแม้จะมาจากที่เดียวกัน ไปที่เดียวกัน แต่ความรู้สึกสึกที่แฝงอยู่กับคำว่าประสบการณ์นั้นไม่เหมือนกันแน่นอน เราต้องเข้าใจความคิดของตนเองและเข้าใจความคิดของผู้อื่นด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน 19 DAYS IN MALAYSIA AS EXCHANGE STUDENT



ความเห็น (0)