คนแยกดินแดงชาวมุสลิมฆ่าคน 15 คน ที่จุดตรวจ คือการยกระดับของนักฆ่าเยาวชนและโกรธขึ้ง

ผู้สงสัยคือคนก่อแยกดินแดนชาวมุสลิมได้โจมตีจุดป้องทางถนนอย่างโหดร้าย โดยการฆ่าคนอย่างน้อย 15 คน นี่รวมถึงผู้หญิงด้วย การฆ่าครั้งนี้คือครั้งที่เลวร้ายที่สุดในหลายๆปีของภาคใต้ในประเทศไทย มากกว่า 7000 คนเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ตั้งแต่การกบฏเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2004

นักวิชาการต่างเกรงว่าเยาวชนรุ่นใหม่แห่งพวกกองโจรมุสลิมมาเลย์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยมีแรงจูงใจในการใช้เทคนิคที่โหดร้ายและทรงประสิทธิภาพมากกว่าอดีตได้เกิดขึ้น และเป็นอิสระจากผู้นำคนแบ่งแยกแบบโบราณ

เยาวชนรุ่นใหม่ในหมู่พวกนักต่อสู้แบบถึงพริกถึงขิง ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยกระบวนการต่อรองสันติภาพที่ล้มเหลวกับเจ้าหน้าที่ ที่ถูกตั้งโดยทหาร ท่ามกลางข้อกล่าวหาของการทำร้ายร่างกาย และวิสามัญฆาตกรรม ไม่ว่าจะมาจากผู้แบ่งแยกดินแดน หรือทหารก็ตาม

สถานการณ์นี้เกิดจากผู้ก่อความไม่สงบถูกกล่าวหาในกรณีระเบิดที่มีความสามารถในระดับต่ำในเมืองหลวงของประเทศไทย ที่ให้สอดคล้องกับการประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศเกิดขึ้น

โฆษกรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกล่าวในวันที่ 6 พฤศจิกายนว่า “มันเหี้ยมโหด อนารยะ ไม่มีความเป็นมนุษย์ ที่ผู้ก่อการใช้ระเบิดมือ และฆ่าพลเรือน”

พลเอก Pramote Phrom-in โฆษก กอ รมน. ภาค 4 กล่าวกับรอยเตอร์ว่า “นี่คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในระยะเวลาหลายปีมานี้”

ผู้ก่อการใช้วิธีโจมตีแล้วหนีในตอนดึกของวันที่ 5 พฤศจิกายน โดยการใช้ระเบิดแสวงเครื่อง ที่มุ่งหมายไปที่อาสาสมัครหมู่บ้าน (village defense volunteer) ที่จุดตรวจในจังหวัดยะลา

นักวิเคราะห์กล่าวว่า จุดอ่อนของทหารก็คือความเชื่อมั่นของทหารในการให้อาสาหมู่บ้านปกป้องถนน, ตึก, และเป้าหมายอื่นๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

อาสาหมู่บ้านจะได้รับปืนไรเฟิล และการฝึกขั้นพื้นฐาน ผู้สงสัยที่เป็นผู้ก่อการโจมตีหมู่บ้าน Ban Tung Sadao ในจังหวัดยะลา

อาสาที่ถูกฆ่ามีผู้หญิง 5 คน หลังจากที่การโจมตีเริ่มต้น ผู้ก่อการขโมยปืน M-16 และปืนสั้นจากอาสาหมู่บ้าน ก่อนที่หลบหนีไปในเนินเขาที่มีป่าล้อมรอบ

เพื่อที่ยังยั้งผู้ติดตาม พวกผู้ก่อการใช้ตะปู และเผายาง ผู้รักษาความปลอดภัยกล่าวว่า พวกเขาพบเสื้อที่เปื้อนเลือด ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกผู้ก่อการบางคนได้รับบาดเจ็บ หลังจากการโจมตี

หัวหน้าตำรวจท้องถิ่นที่มียศพันเอกชื่อ Taweesak Thongsongsi กล่าวว่า “ในขณะที่อาสาหมู่บ้านกำลังสาละวนอยู่กับจุดที่อยู่ตรงหน้า ผู้โจมตีที่ไม่ประสงค์ออกนามขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา ในขณะที่บางคนเริ่มยิงปืนใส่ ขโมยปืนไรเฟิล และปืนพกไป ต่อมาพวกเขาหลบหนีไปในป่าสวนยาง พวกเราเชื่อว่านี่คือผู้ก่อการร้าย”

ในขณะที่ไม่มีกลุ่มใดมารับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว แต่มีคนเชื่ออย่างมากว่านี่คือขบวนการ BRN ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและมีการจัดการที่ดีที่สุดในกลุ่มผู้ต่อต้าน

มุสลิมคือประชากรส่วนใหญ่ใน 3 จังหวัดภาคใต้ กล่าวคือมี 80% แต่อีก 95% เป็นประชากรชาวพุทธ ที่ถือเป็นคนส่วนใหญ่

โซนทางภาคใต้จะเป็นพวกมาเลเซียที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประเทศไทยเคยขอให้ประเทศมาเลเซียช่วยในการจัดการเรื่องการคุยสันติภาพ (peace talk) แต่การเดินทางข้ามแดนของผู้ก่อการยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพฯเคยปฏิเสธความต้องการของผู้ก่อการ ซึ่งก็คือ ปล่อยนักโทษที่เชื่อกันว่าเป็นผู้ก่อการก่อนการพูดคุยสันติภาพจะเริ่มขึ้น

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ไม่ใช่ NATO หลักของสหรัฐ ที่สหรัฐใช้ระยะเวลาเป็นทศวรรษในการฝึก, ใช้กองกำลัง, และให้ทุนแก่ประเทศในเรื่องกองกำลังทหารในสงครามทางบก, ทะเล, อากาศ, ต้านการก่อการร้าย, ในเมือง, ที่เป็นแบบโบราณ จุดหมายปลายทางคือให้พวกพันธมิตรหลักมีอาวุธที่ร้ายกาจพวกที่ไม่เป็นตัวหลัก

ศูนย์ข่างกรองด้านการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างไทยกับสหรัฐ ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงต้นปี 2001 ตามที่ Benjamin Zawacki ได้เสนอ คนนี้เป็นอดีตผู้วิจัยการนิรโทษกรรมนาๆชาติ ที่ในปี 2008 สัมภาษณ์เกี่ยวกับการทรมานของมุสลิมในภาคใต้

แต่เขาอ้างว่าการที่สหรัฐให้การสนับสนุนกับไทยในเรื่องกองกำลังกลับสร้างปัญหา

ในหนังสือของเขาชื่อ “ประเทศไทย: พื้นฐานที่กำลังเปลี่ยนแปลงระหว่างสหรัฐและการโรยตัวขึ้นของจีน” (Thailand: Shifting Ground Between the U.S. and a Rising China) เขาอ้างอิงถึงทูตสหรัฐในประเทศไทย คือ Ralph Skip Boyce ที่กล่าวต่อวอชิงตันในปี 2005 ว่า

“มีแก่นเรื่องการสมรู้ร่วมคิด 2 ประการ ที่แพร่หลายในประเทศไทย และเป็นที่ยอมรับกันอย่างมากว่า สหรัฐปลุกระดมมุสลิมให้ใช้ความรุนแรง เพื่อที่ให้ความชอบธรรมกับขยายฐานในภูมิภาค และ CIA (สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ) กำลังให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้าย เพื่อที่จะให้ความชอบธรรมแก่สหรัฐในภูมิภาค เพื่อการต่อสู้กับสงครามก่อการร้ายในโลก

ในขณะที่กรุงเทพฯใช้กฎอัยการศึกกับภาคใต้ นักวิชาการชาวไทยต่างยืนยันว่าผู้ก่อการร้ายได้รับแรงดลใจจากความเหลื่อมล้ำหรือความทุกข์โศกของชาติพันธุ์ (ethnic grievance) ไม่เกี่ยวกับศาสนา แม้ว่าจะมีโรงเรียนมุสลิม และประเพณีที่คงอยู่ในภูมิภาคนี้ก็ตาม

นักวิเคราะห์ต่างๆเสนอว่า การให้ความเอาใจใส่ต่อความต้องการของมุสลิมพื้นที่ให้ใช้ภาษาสำเนียงยาวี (Yawi dialect) ควบคู่ไปกับภาษาไทย และการอนุญาตให้โรงเรียนใน 3 จังหวัดนำเสนอประเพณีอิสลาม และประวัติศาสตร์ของภูมิภาคตนเอง และหัวข้ออื่นๆที่เกี่ยวข้องอาจช่วยคลายความตึงเครียดได้

เจ้าหน้าที่ต่างปฏิเสธความต้องการทั้งหมด ด้วยการเกรงว่าหากให้กรุงเทพฯอ่อนข้อ คงจะมีการประกาศเอกราชของ 3 จังหวัด และเจ้าหน้าที่หลักในภาคกลางไม่มีวันอนุญาตเป็นแน่แท้

ในปี 1909 ประเทศไทย ซึ่งชื่อเดิมคือสยาม ได้ยึดดินแดน 3 จังหวัด ซึ่งเมื่อก่อนเป็นเอกราชภายใต้สุลต่านของมุสลิมมาเลย์ ผู้ก่อการแยกดินแดนสมัยปัจจุบันต้องการจะรื้อระบบสุลต่านเข้ามา ซึ่งอาจเป็นภูมิภาคที่ปกครองตนเอง หรือรัฐอิสระ (independent state)

ระหว่างการต่อรองเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่ไทยพร้อมที่จะอภิปรายเรื่อง “การกระจายอำนาจ” แต่ทั้งสองต่างยอมรับว่าล้มเหลวในรายละเอียดว่าจะทำการแบ่งแยกอำนาจจากกรุงเทพฯได้อย่างไร

แปลและเรียบเรียงจาก

Richard S Ehrlich. New generation insurgents raising hell in Thailand.

https://www.asiatimes.com/2019/11/article/new-generation-insurgents-raising-hell-in-thailand/