DAY-1 in Malaysia

P Cha
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

DAY-1 24 Oct. 2019

                01.00 น.  เสียงล้อรถดังขึ้น เป็นดั่งสัญญาณเตือนว่าการเดินทางที่แสนพิเศษเริ่มต้นขึ้นแล้ว........

    รถบัสเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัย ในใจของฉันได้แต่ภาวนาขอให้การเดินทางจงปลอดภัยและปราศจากอุปสรรคทั้งหลาย รถเดินทางเป็นเวลา 3 ชั่วโมงแล้วเพื่อนทุกคนบนรถต่างก็หลับใหลอย่างมีความสุข แตกต่างจากฉันที่ตื่นเต้นกับการเดินทางและความเงียบเหงาที่ฉันต้องเจอ เมื่อถึงสนามบินฉันและเพื่อนต่างก็แยกย้ายทำภารกิจส่วนตัว หลังจากนั้นฉันและทุกคนก็รวมตัวกันเมื่อ check in หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เวลา 08.30 น. เสียงของพนักงานของสายการบินก็ดังขึ้นเพื่อให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ฉันมีความมึนงงอยู่ชั่วครู่ อาจจะเป็นเพราะฉันไม่ได้นอนเป็นแน่ ฉันเดินเข้าห้องผู้โดยสารของเครื่องบินและ นั่งลงที่ที่ฉันจองไว้ ฉันนั่งติดหน้าต่างซึ่งเป็นทรงรูปไข่ขนาดไม่ใหญ่มากกับที่นั่งที่แสนจะแออัด

            เสียงเร่งเครื่องดังขึ้นพร้อมเสียงพนักงานที่คอยบอกว่าเครื่องกำลังจะบินขึ้นแล้ว ใจของฉันสั่นและรู้สึกเกรง ฉันเกิดอาการpanic ชั่วขณะ และขณะนั้นเองร่างกายของฉันเหมือนวูบลงขาให้ความรู้สึกเหมือนขณะเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก ฉันมองที่หน้าต่างเพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามแต่ขณะนั้นเครื่องบินกำลังเลี้ยว ทำให้ปีกฝั่งของฉันเอียงลงและฉันก็เห็นวิวเมืองได้อย่างชัดเจน แต่น่าเสียดายนัก...ฉันกลัว... ฉันเลือกที่จะหลับตามากกว่าการสัมผัสสิ่งที่แปลกใหม่ เมื่อเครื่องบินเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว พนักงานได้นำอาหารมาให้ ซึ่งเป็นอาหารที่ฉันและเพื่อนๆได้จองกันไว้แบบแพ็คเกจ ซึ่งมันคือ “มังสวิรัติ”  รสชาติของอาหารน่ะหรอ ก็อร่อยนะแต่คงไม่ใช้ทางของฉันมากสักเท่าไหร่ เพราะมีกลิ่นเครื่องเทศที่ค่อนข้างแรงแต่ไม่มาก ข้าวที่เห็นเป็นการนึ่งข้าวที่ผสมกับฟักทองและมีบล็อกเคอรี่ เพิ่มเข้ามา แน่นอนแหล่ะ น้ำซอสที่ได้ก็ต้องเป็นผัก มันคือแครอท ฉันได้แต่คิดอยู่ในใจว่าฉันต้องผอมลงแน่ๆ

                 เมื่อถึงสนามบิน Kuala Lumpur ฉันก็เข้าห้องน้ำเป็นอย่างแรก และสิ่งที่ฉันเห็นคือ ไม่มีหัว foggy ให้ความรู้สึกเหมือนสายยางอลูมีเนียม เราต้องใช้มือหมุนก๊อกเหมือนที่เราเปิดน้ำทั่วไป

เมื่อเดินถึงหน้าประตู Kuala Lumpur Klia 2 ก็มีอาจารย์ 2 ท่านของ Universiti Putra Malaysia (UPM) รออยู่ ซึ่งอาจารย์ที่เป็นผู้ชายชื่อ อับดุล ผู้หญิงชื่อ ซาร่า ทั้งสองท่านต่างก็ทักทายทุกคนและพาฉันและเพื่อนๆเดินไปขึ้นรถที่จอดรอเราอยู่ ทุกคนอาจจะสงสัยว่าทำไม Universiti ต้องเขียน I แทน y นั่นเป็นเพราะเป็นชื่อของที่นั่นจริงๆ ซึ่งคำภาษาอังกฤษบางคำก็อ่านเหมือนกันและมีความหมายเหมือนกันแต่เขียนไม่เหมือนภาษาอังกฤษ ยกตัวอย่างเช่นคำว่า universiti (university) เป็นต้น 

              มหาวิทยาลัยพาเราไปที่เมืองPutrajaya ซึ่งเป็นศูนย์รวมของศูนย์ราชการทั้งหลายรวมทั้ง      Putra Mosque (Pink Mosque) ฉันมองเห็นตึกที่ติดกันหนาแน่น สูงตระหง่านตา มีลักษณะกลมบ้างเหลี่ยมบ้างหลากสีสัน ผสมผสานกับความเขียวขจีของต้นไม้ในเมืองที่มีฝนตกชุก  ทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เมื่อเราถึงที่หมายพวกเราก็ลงจากรถ อาจารย์ให้ฉันและเพื่อนทานอาหารเที่ยงก่อน ฉันเดินลงบันไดเลื่อนลงไปที่ศูนย์อาหารของบริเวณนั้นซึ่งเป็นศูนย์อาหารที่ไม่มีแอร์ รับลมอากาศได้ค่อนข้างดีเยี่ยม ด้านหลังของศูนย์อาหารคือ แม่น้ำที่ใหญ่และมีความหนาแน่น เติมสีสันของอิฐแดงอ่อนลงไปทำให้เกิดความสวยงามมากขึ้น และมีวิวของสะพานที่ไม่ไกลมากนักซึ่งให้ความทันสมัยและน่าดึงดูเป็นอย่างมากเมื่อประกอบกับสีฟ้าอ่อนของแม่น้ำ

อาหารมื้อแรกของที่มาเลเซียคือ Nasi Ayam ซึ่งเป็นข้าวกับไก่ที่ราดด้วยน้ำซอสสีน้ำตาลเข้มที่มีรสชาติหวานนิดๆ ส่วนไก่จะมีกลิ่นเครื่องเทศที่ค่อนข้างแรงที่เกิดจากการหมัก ทันทีที่คำแรกถูกคลุกเคล้าภายในปากของฉัน กลิ่นเครื่องเทศจากไก่ได้ถูกผสมกับน้ำซอสที่ราดไก่อย่างสมบูรณ์ ฉันหยุดเคี้ยวชั่วขณะและกลืนลงไปให้กระเพาะของฉันทำงานต่อ คงไม่ต้องบรรยายต่อว่าฉันรู้สึกอย่างไร ขณะที่ฉันตักคำที่สอง ฉันเห็นไก่นั้นยังเป็นสีแดงๆที่บริเวณติดกระดูก แน่ล่ะ! ไก่ไม่สุกและไม่สุกมากๆด้วย น้ำเลือดของไก่ที่ไม่สุกถูกผสมกับน้ำซอสสีน้ำตาลเข้ม ฉันคิดในใจ “ฉันอิ่มแล้ว ไก่เอ่ยไก่ น่าสงสาร” หลังจากนั้นฉันแม่เพื่อนๆออกไปถ่ายรูปด้านหลังศูนย์อาหารที่เป็นวิวแม่น้ำและมีวิวของตึกพิงค์มอสอยู่ข้างๆ ทำให้ได้ภาพที่งดงาม ไม่นานนักฝนก็ตกลงมาตามฤดูกาลของมัน

               เมื่อฝนเริ่มหยุดแต่ยังคงมีปรอยๆบ้างฉันและเพื่อนๆก็ไปยังพิงค์มอสต่อ ซึ่งอยู่ข้างๆกับศูนย์อาหารนี่เอง เมื่อไปถึงพวกเราก็ยังไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นได้ เนื่องจากพวกเราไม่ได้นับถืออิสลาม แต่พวกเราก็รอเวลาไม่นาน อาจารย์นำพวกเราไปใส่ชุดคลุมที่ยาวและหมวกเหมือนชุดในหนังเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ เพียงแต่เป็นสีแดงและมีข้างหลังที่เขียนว่า PUTRA MOSQUE  ชุดค่อนข้างหนาและหนักสำหรับฉัน ฉันและเพื่อนๆจะต้องคลุมหมวกเพื่อไม่ให้เห็นผม เพื่อเป็นการเคารพสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ด้วย ฉันเดินเข้าชมและถ่ายรูปเล็กๆน้อยๆ ซึ่งรู้สึกได้ว่าสถานที่แห่งนี้ใหญ่และให้ความรู้สึกสงบเป็นอย่างมาก สัมผัสได้ถึงศรัทธาของผู้คนที่อยู่แห่งนั้น แม้ในวันที่ท้องฟ้าจะมืดครึ้มแต่ศรัทธายังคงส่องสว่างเสมอ.......

                  เมื่อถึงเวลากลับมหาวิทยาลัย พวกเราต่างก็ขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ ฉันและเพื่อนๆเหนื่อยล้ากันมากและรู้สึกร้อนแบบอบอ้าวชื้นๆหลังจากฝนหยุดตก แม้แต่ลมสักนิดก็ไม่มี ฉันและเพื่อนๆเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยประมาณ 17.00 น. 

                  พวกเราไปรอที่ห้องพักใหญ่เพื่อรออาจารย์ให้กุญแจห้อง หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายเข้าห้องของตนเอง ซึ่งแต่ละห้องจะมี 8-10 คน แต่ห้องฉันมีคนอยู่ 8 คน เป็นห้องเตียง 2 ชั้นที่มีผ้าปูเตียงสีเขียวที่ให้ความสดชื่น มีพื้นที่ทางเดินภายในห้องไม่กว้างนัก เนื่องจากพวกเราวางกระเป๋ากันบริเวณปลายเตียง และมีล็อกเกอร์ให้ 8 ตู้ ครั้งแรกที่ฉันได้เข้าไป ฉันคิดในใจว่าห้องแคบมากจะอยู่อย่างไรได้ตั้ง 8 คน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่ดีของฉันเปลี่ยนไป ฉันถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ฉันได้ลองอะไรใหม่ๆ หลังจากนั้นฉันและเพื่อนคนหนึ่งจะไปกดน้ำที่ตู้หน้าหอ ตู้กดน้ำนั้นจะเป็นตู้เหมือนที่ประเทศไทยเลยแต่มีสองช่องที่ใส่เหรียญ แล้วมันใส่ตรงไหนเนี้ย! ฉันพยายามมองหาบัดดี้นักศึกษามาเลเซียที่มาส่งที่ห้องแต่ฉันก็หาเขาไม่เจอแล้ว โชคดีมากที่มีนักศึกษาหญิงชาวมาเลเซียคนหนึ่งเดินเข้ามาถามพวกเรา และช่วยบอกวิธีการกดน้ำให้อีกด้วย พวกเราได้สนทนาถามถึงชื่อ คณะเรียน และทั่วไป ถึงกระทั่งเขาถามเราว่า เรามาจากไหน ฉันจึงตอบว่ามาจากประเทศไทย แล้วเขาก็รู้สึกตื่นเต้นอะไรสักอย่างเบาๆ และเขาก็บอกว่าเขาชอบ เต๋อ ฉันทวิช มาก เขาดูซีรี่ย์และภาพยนตร์จากประเทศไทยด้วยนะ ค่อนข้างเป็นที่นิยมไม่แพ้เกาหลีเลยล่ะ นั่นทำให้ฉันรู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างมาก 

                   หลังจากนั้นพวกเราก็พูดคุยในเรื่องต่างๆนาๆ เมื่อถึงเวลาฉันก็กลับห้อง เพื่อไปอาบน้ำซึ่งห้องน้ำจะอยู่อีกฝั่งของหอพักฉันต้องเดินไปไม่ไกลมาก ซึ่งห้องอาบน้ำและห้องส้วมจะแยกกัน ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ OMG! ห้องอาบน้ำแคบมากแต่มีความลึกพอประมาณ ความแคบนี้ฉันกางแขนได้ไม่สุดมากนัก เพราะประมาณ 2 กระเบื้อง คือเล็กมากจริงๆ แต่ก็ยังพอมีห้องใหญ่อยู่บ้าง 1 ห้อง ที่เป็นห้องรวมที่มีทั้งโถชักโครกและฝักบัวอาบน้ำในห้องเดียวกัน ที่สุดของความCulture Shock คือ ส้วมมันเป็นส้วมหลุม เป็นส้วมนั่งยองที่แบบไม่มีคอห่าง เมื่อเราปล่อยออกมันจะหล่นลงทันทีไม่มีการพักสิ่งนั้นแต่อย่างใด และสายล้างก็เป็นเหมือนที่สนามบินเลย ไม่มีหัวfoggy และฉันได้ใช้เวลาสักพักในการศึกษาการใช้สิ่งต่างๆในห้องน้ำ หลังจากที่อาบเสร็จ ฉันก็กลับไปที่ห้องเพื่อพักผ่อน ฉันและเพื่อนๆเปิดเครื่องปรับอากาศนอน แต่เครื่องปรับอากาศปรับอุณหภูมิไม่ได้  โอ้! 20 องศาคือสิ่งที่ฉันต้องนอนกับมันทุกคืน คืนแรกฉันให้เพื่อนมานอนเตียงเดียวกับฉัน แม้เตียงจะมีพื้นที่แคบๆแบบเตียงเดี่ยวแต่ฉันกับเพื่อนก็นอนด้วยกันได้  ฉันหนาวมาก ฉันตื่นกลางดึกตลอดเพราะความหนาวของเครื่องปรับอากาศ  แต่สุดท้ายฉันก็หลับด้วยความเหนื่อยล้ากับการใช้พลังงานในการทำสิ่งต่างๆมาทั้งวัน ถึงเวลาที่ร่างกายของฉันต้องพักผ่อนแล้ว ในคืนนั้นฉันคิดถึงครอบครัวและยาย แต่ฉันก็บอกกับตัวเองในใจว่า “จบไปอีกหนึ่งวัน กับการเจอสิ่งใหม่ๆ พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดีที่สุดอีกวัน.......ราตรีสวัสดิ์........”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน 19 DAYS IN MALAYSIA AS EXCHANGE STUDENT



ความเห็น (0)