GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

รู้หน้าไม่รู้ใจ ตอนที่ 3

คนแต่ละคนมีความซับซ้อนในวิธีคิด ความซับซ้อนในวิธีการทำงานในหลาย ๆ เรื่อง แต่ละส่วนมีทั้งหน้า และใจเป็นชั้นๆ ลงไปเรื่อยๆ ในลักษณะ ที่อาจจะต้องมีความจำเป็นที่ทำให้เราต้องมานั่งทำความเข้าใจ มานั่งอ่านความคิดกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 วันนี้ ผมขอเขียนให้ลงลึกไปอีกระดับหนึ่ง เรื่องความรู้หน้าไม่รู้ใจ ประเด็นของความรู้หน้าไม่รู้ใจ

แท้ที่จริงแล้ว คำนี้ไม่มีความหมายตรงๆ ซะทีเดียว  

แต่มีความหมายที่เป็นเชิงเปรียบเทียบซะมากกว่า เช่น เมื่อเราพูดถึงหน้า อาจจะเป็นผิวหน้านอกเลย แต่เมื่อลอกผิวหน้านอกออกไปแล้วก็ยังเป็นผิวหน้าในเข้าไปอีก เป็นชั้น ๆ เข้าไป

จนกว่าจะสิ้นสุดไปที่ไหน ผมก็ไม่แน่ใจว่า

แม้กระทั่งจิตใจเราก็ยังมีผิวหน้าภายนอก 

แล้วก็ยังมีผิวหน้าจิตใจภายใน ลึกเข้าไปชั้น ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ

เพราะฉะนั้น ในบทนี้ผมต้องการนำเสนอในแนวคิด ว่า  การรู้หน้า และรู้ใจในกระบวนการทำงานนั้น ก็ต้องค่อยระวังกันเป็นชั้น ๆ ไม่ใช่ว่ารู้หน้าชั้นหนื่งแล้ว ก็เลิกดูกันต่อไป

เพราะคนแต่ละคนมีความซับซ้อนในวิธีคิด ความซับซ้อนในวิธีการทำงานในหลาย ๆ เรื่อง

แต่ละส่วนมีทั้งหน้า  และใจเป็นชั้นๆ  ลงไปเรื่อยๆ

ในลักษณะนี้ อาจจะต้องมีความจำเป็นที่ทำให้เราต้องมานั่งทำความเข้าใจ มานั่งอ่านความคิดกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อ เรารู้จักใครคนใดคนหนึ่งเราก็จะรู้จักหน้า ในเบื้องต้น เราก็ค่อย ๆ มองใจเขาเข้าไป

เมื่อลอกชั้นนอกออกไปแล้ว เราก็จะรู้จักใจ   ผิวนอกและผิวในวนไปเรื่อย ๆ เหล่านี้ ทำให้เรามีความรู้ ความเข้าใจ

  จนถึงที่สุดแล้วเราก็จะรู้ถึงเกือบทุกกระบวนการในระบบการศึกษาหน้าและใจ

เพราะฉะนั้น การรู้หน้าและรู้ใจนั้น ความหมายจริงๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะมันมีหลายชั้น มันเป็นในเชิงของรูปธรรมและนามธรรม ซึ่งจะทำให้เราสามารถทำให้เราได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฉะนั้น ผมจึงขอสะกิดไว้นิดหนึ่งว่า การรู้หน้าและรู้ใจอย่างเป็นชั้น ๆ

ลึกซึ้งเช่นนี้ เป็นเรื่องทำให้เราทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ทำงานกันไปแล้วแตกกะสานซ่านเซ็น

นั่นแสดงว่า แม้แต่หน้าเรายังไม่รู้ ใจยิ่งไม่รู้ใหญ่

แต่ ต้องแบบลึกเข้าไปจนในที่สุดรู้ใจกันเป็นส่วนใหญ่

คำว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ จึงมีความหมายลึกซึ้งเช่นนี้เองเชียวหรือครับ

 ขอบคุณมากครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 67296
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

  • ท่านอาจารย์ดร.แสวงที่เคารพ
  • ผมขออนุญาตแลกเปลี่ยนในอีกมิติเปรียบเทียบกับการทำงานวิจัยกับชุมชนครับ
  • การรู้ใจเป็นชั้น ๆ นี้ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากใช่ไหมครับ และการรู้ใจเป็นชั้น ๆ นี้จะทำให้เราได้สิ่งที่ดีที่สุดและถูกต้องที่สุดใช่ไหมครับ
  • เพราะผมเคยพยายามและในขณะนี้ก็พยายามอยู่ ที่จะให้ลูกศิษย์ซึ่งเป็นนักวิจัยหน้าใหม่ของผม เข้าใจสัจธรรมแห่งพฤติกรรมมนุษย์ในเรื่องของการไปเก็บข้อมูล สัมภาษณ์หรือจัดเวทีในชุมชน ว่าสิ่งที่ได้มาเมื่อเจอใครครั้งแรกนั้นอย่าเพิ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกและดีที่สุด
  • ขนาดหน้าเรายังไม่รู้ว่าเขาแต่งหน้าขนาดไหน ใจเราก็ยิ่งมองลงไปไม่ถึง แล้วคำพูดล่ะ เราจะเชื่อและนำมาวิเคราะห์เป็นตุเป็นตะว่า ผลการวิจัยของเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้หรือไม่
  • ผมยังเคยวัดและตัดคะแนนเด็กเลยครับ ตอนที่ให้ลงไปสัมภาษณ์เรื่องบัญชีครัวเรือนกับชุมชน ( ท่าสักไดอารี่(6) : เก็บข้อมูลชุมชน) เด็กเน้นจะเอาไวอย่างเดียว เก็บข้อมูลเยอะ ๆ จะได้เสร็จเร็ว ๆ อันนี้ทำให้ข้อมูลบิดเบือนไปหมดเลยครับ เพราะเรื่องลึก ๆ แบบข้อมูลบัญชีครัวเรือนแบบนี้ ถามเรื่องรายได้เขามีเท่าไหร่ หนี้สินเท่าไหร่ จะเล่นถามให้เสร็จภายใน 5 นาที 10 นาทีครับ ผมกำหนดเวลาให้ไว้ตั้งบ้านละครึ่งชั่วโมงครับ ให้เข้าไปกลุ่มละ 4-5 คน แต่เด็กเล่นแบ่งกันเหลือสองคนแล้วเก็บกันไวมาก ข้อมูลที่ได้มาแทบจะเผาทิ้งหมดเลยครับ
  • อาจจะเล่ามายืดยาวสักหน่อยครับ ก็อยากจะถามอาจารย์ทิ้งท้ายว่า เวลาเราเข้าไปทำงานกับชุมชนโดยเฉพาะเก็บข้อมูล การที่จะได้มาซึ่งข้อมูลแบบที่ "ถึงใจ" คนตอบนั้น จากประสบการณ์ของอาจารย์มีเทคนิคดี ๆ ใดเล่าสู่กันฟังบ้างไหมครับ หรืออาจจะเป็นวิธีการเก็บข้อมูลแบบรู้ใจเป็นชั้น ๆ นำมาบอกกล่าวเป็นความรู้แก่ลูกศิษย์ทุก ๆ คนครับ
  • ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
  •  ก่อนจะดูหน้าชั้นที่  1   อาจารย์จะต้องถอดหน้ากากของเขาให้ได้ก่อนครับ
  • เมื่อถอดหน้ากากแล้วจะให้ดีจะต้องเปิดประตูหัวใจด้วยก้ามของปูเสฉวนจะเลิศเลยครับ
ก่อนที่จะได้ใจเขานั้น..ต้องใช้ใจต่อใจครับอาจารย์ถึงจะได้ใจและสิ่งที่ปรารถนา

คุณปภังกร

คุณอำนาจได้ตอบแทนผมแล้วครับ

ใจถีงใจ และต้องระวังของปลอมด้วยนะครับ

 

      หน้ากับใจมองอย่างไรจึงจะเห็นเป็นคนเดียวกัน
แล้วหน้ากับใจมองอย่างไรจึงจะรู้จักกัน
เอ๊ะ แล้วใจกับใจทำอย่างไรจึงจะถึงกัน

                                   อาจารย์ขาช่วยบอกที

ถามง่ายเกินไป ไม่ตอบหรอก

เพราะหน้ากับใจ ไม่จำเป็นต้องตรงกันอยู่แล้ว