"ชีวิต คิด ขีด เขียน "

"ชีวิต คิด ขีด เขียน "

15 ธันวาคม 2010 เวลา 17:52 น.

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเราถึงอยากจะเขียนอยากจะเล่า อยากจะบันทึก ไม่ใช่คำว่าอยากซิ ต้องใช้คำว่าชอบ ผมเป็นคนชอบเขียนเรื่องสราวบางเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เขียนให้เป็นเรื่องการถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพหนึ่ง ในมุมมองอีกมิติหนึ่ง เพื่อสนองแก่ความต้องการของความคิดที่อยากจะเขียนมันออกมา อยากจะพิมพ์มันออกมาเป็นตัวหนังสือ แล้วอยากจะให้มีใครสักคนที่เข้ามาอ่านเรื่องราวที่เราได้เขียน วันนี้ เรื่องราวที่เราจะเขียนคือเรื่องราวที่อยูในตัวเรา มีทั้งนอกตัว นอกกาย และเรื่องที่เกี่ยวกับใจของตัวเราเองด้วย

     เมื่อเราเกิดมามีความสามารถส่วนตัวที่เรามีมาตั้งแต่เกิด นั่นคือที่เขาเรียกกันว่า พรสวรรค์ที่ได้ติดตัวเรามาตั้งแต่เด็ก การทำอะไรที่เริ่มตั้งแต่เด็กมันสื่อถามความารถที่เราจะใช้ในเมื่อเราโตขึ้น แต่บางครั้งโตขึ้นความสามารถนั้นมันอาจจะไม่ได้เอาออกมาใช้เท่าที่ควร เพราะการหลงลืมไปว่าตัวเองมีขีดความสามารถอะไรในตัวของเราบ้าง สิ่งๆนั้นคือสิ่งที่เรายังหาไม่เจอยังคนไม่เจอ ความชอบ นความคิด ความเป็นอิสระที่เราชอบมาแต่ไหนแต่ไร การได้บรรยายเรื่องราว การได้วาดเรื่อง ขีดเส้น การได้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ แล้วบรรเลง เขียนมันออกมาเป็นตัวหนังสือ เชื่อแน่ว่าเยาวชนที่เติบโตขึ้นมาในสมัยนี้ยังไม่ คงยังไม่เคยจ่าหน้าซองจดหมายหรือเขียนจดหมายถึงคนที่เรารักสักคน การจ่าหน้าซองอย่างเป็นทางการ และการจ่าหน้าซองที่ไม่เป็นทางการนั้นมันเป็นเรื่อง ที่มันอยู่ว่าเราจะใช้มันเพื่อวัตถุปรสงค์อันใด

          คุณเคยจ่าหน้าซองจดหมายที่เขียนถึงคนที่เรารักที่อยู่ห่างกันไกลไหม ซึ่งในสมัยนั้นโทรศัพท์ไม่มีหรอกครับ เท่าที่ผมได้สัมผัสมันมากับตัวเอง การอยู่ห่างไกลความเจริญนี่่มันทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง และมันทำให้ตัวเองซึมซับวิถีชีวิตที่เรียกกันว่า "เรียบง่าย" ระยะทางไม่ใช่ปัญหา ความหนักไม่ใช่ปัญหา ความเหนื่อยไม่ใช่ปัญหา ความท้อแท้ไม่เคยมีปัญหา การอยู่อย่างเรียบง่ายความสบายทั้งจิตใจ และอากาศที่มันสดชื่นจนไม่ต้องบรรยายมากมายว่ามันมีความสุขขนาดไหน ตอนที่ผมยังใช้ชีวิตช่วงมัธยมนั้น ผมแอบชอบสาวอยู่คนหนึ่ง และผมจะมีสมุดอยู่สองเล่ม เล่มหนึ่งเอาไว้เขียนเรื่องราวเขียนบทกลอนความรัก แม้มันจะไม่สัมผัสนอกสัมผัสในก็ตาม ผมก็เขียนตามความชื่นชอบของตัวเอง เขียนไปเรื่อยๆเมื่อหมดเล่ม ผมก็จะซื้อสมุดเล่มใหม่ หรือไปขโมยสมุดของพี่มาเขียน และสมุดอีกเล่มนี้เอาไว้เขียนจดหมาย สมุดเล่มนี้ไม่ธรรมดาเป็นก็อปปี้ได้ดีเลยทีเดียวเพราะผมไม่เคยเขียนจดหมายแล้วส่งเลย ผมจะเขียนไปก่อน เมื่อเอามาอ่านดูแล้วมันไม่เข้าท่าก็จะไม่เอา และจะเริ่มเขียนเรื่องใหม่ แต่ใจความเก่า แต่เขียนด้วยความหมายที่มันใหม่ที่มันไม่เหมือนใคร ผมจะได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนให้มานั่งเขียนจดหมายถึงสาวๆเป็นประจำ  ทำไมหรอครับเพราะผมเป็นคนที่ลายมือสวย สามารถเขียน เลียนแบบตัวหนังสือได้ทุกคนเลย แต่ที่เลียนแบบไม่ได้นั้นก็คือลายมือไก่เขี่ยนั้นเลียนแบบไม่ได้จริงๆ

          ความทรงจำที่มันอยู่ในอดีตถ้าเราลองเขียนลองนึกเรื่องราวที่มันอยู่ในสมองของเรานั้น หากว่าได้เขียนมันออกมา อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่ดี ผมเชื่อว่าสิ่งต่างๆจะไหลเทออกมา เพราะความจำของเรามันก็เหมือนแฟ้มเอกสาร ถ้าหากเราไม่พบเจอกับสถานที่เราก็ยังนึกไม่ออกว่าเราจะเขียนอะไร ผมโดยส่วนมากอยากจะเขียน แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง มัวแต่เล่นไร้สาระ แต่พอเวลาได้เขียนจริงๆแล้ว ๆไม่รู้ว่าเรื่องราวมันมาจากไหน จับต้นชนปลายไม่ถูก

         แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสบายใจเมื่อได้เขียน เพราะอะไรนั้นหรือมันคือ ชีวิตของผม ที่ได้เขียนเรื่องราวอะไรไว้ เพื่อบอกกับตัวเองว่าตอนที่เรานั่งเขียนอยู่ ณ จุดนั้นผมเองอยู่ที่ไหนมันทำให้ความรู้สึกเดิมๆมันจะกลับมา บอกเล่าเรื่องราวดีๆ ใจผมอยากจะเขียนเรื่องราวที่มีแต่วิ่งที่ดีๆ แต่บางครั้งก้อยากจะเขียนถึงเรื่องที่มันเลวร้ายบ้างเพื่อเป้นอุทาหรณ์สอนใจตัวเอง และเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ว่าเราเป็นอย่างไร ผมเองถ้เกิดมาแล้ว ในตอนนี้ถ้าไม่ได้บันทึกเรื่องราวของตัวเองไว้แล้วมันทำให้ชีวิตมันขาดอะไรไปสักอย่าง

         ผมชื่นชอบการเป็นนักเขียน ผมยังคิดสงสัยอยู่ว่าการได้เขียนเรื่องสราวให้คนอื่นได้อ่านนั้นมันต้องเป็นเรื่องที่ดีเสมอไปหรือเปล่า แต่เราก็ต้องใช้ความพยายามหัดเขียนเพื่อให้ชิน เพื่อให้สมองมันเรียง ระดับจับใจความที่เราจะเขียน จะแสดงออกมา ผมหวังไว้สักวันคงจะมีใครสักคนที่เห็นคุณค่าในบทความที่ผมเขียนขึ้นมาอย่างน้อยมันก็เป็นผลงานของตัวเราเองล่ะน่า ใช่ไหมครับ ถึงแม้จะไม่มีใครอ่าน (น้อยใจ) แต่ยังไงเรื่องราวดีๆมันก็จะมีมาอีกเสมอ การได้นำเสนอต่อสายตาทุกสายตา การได้รับคำชม คำตินั้นคือสิ่งที่เราควรจะได้รับมันกลับมา เพราะการที่เราได้เขียน ได้ขีดมันคือการได้ขีดเส้น บอกกับตัวเองว่าเราชอบอะไร เราทำอะไรได้ และเราต้องการอะไร สิ่งที่ต้องการหรือ อยู่กับธรรมชาติ แล้วเขียนเรื่องราวทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา และเขียนทุกเรื่องราวที่มีส่วนเกี่ยวของกับชีวิตจริง เรื่องจริง เรื่องดีๆ ปีหนึ่งถ้าเราเขียนได้ทุกวันเขียนทุกวัน สิ้นปีมาแล้วเอามารวบรวมเป็นหนังสือได้หนึ่งเล่ม ทำอย่างนี้ตลอดไปเรื่อย มันคือความคุ้มค่าที่จะทำเพราะเราใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงในการมานั่งบรรยายเรื่องราว แล้วเราก็สามารถไปทำอย่างอื่นได้อย่างสบาย

          สิ่งที่ผมอยากจะทำอีกส่วนหนึ่งหรือเรื่องราวที่ผมชอบเลยก้ว่าได้นั้นก็คือ การได้อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับ วรรณกรรมเยาชน ที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเด็ก ชีวิตอขงชายชรา ชีวิตของนก ชวิตของชีวิต ทุกสิ่งที่เขียนออกมาแล้วมันเป็นสิ่งที่มีค่าควรแก่การเก็บสะสมความสงบมันทำให้สมองปลอดโปร่งได้เสพกับตัวหนังสือ ได้บรรยาย

หากแต่ชีวิตนี้ขอได้ ขีด เขียน และ บรรยาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเล่มใหม่



ความเห็น (0)