เรื่องราวของ "นายพรมมี แพงกัลยา" มีอยู่ว่า

เรื่องราวของ "นายพรมมี แพงกัลยา" มีอยู่ว่า

23 ธันวาคม 2010 เวลา 19:01 น.

ระยะทางที่เดินมาตั้งแต่เริ่มต้นจุดหมาย จนถึงปลายทางเรื่องทุกเรื่องของบางคนมันอาจจะเป็นเรื่องง่ายแต่สำหรับเราเองมันเป็นเรื่องที่ต้องผ่านเรื่องราวที่มากมายกว่าจะประสบความสำเร็จ กว่าจะได้เป็น "บัณฑิต" ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะมายืนตรงจุดนี้ได้ วันเวลาได้ผ่านเข้ามา และผ่านไป ตั้งแต่เริ่มเรียนที่มหาวิทยายาลัยรังสิต ตอนที่เข้ามาอยู่ปีหนึ่ง ใช้ชื่อเดิมว่า "พรมมี " เป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ เพราะปู่ ชื่อ พรมมา ผมก็เลยต้องชื่อพรมมี (อันนี้ผมคิดเองครับ) ผมมีเรื่องในใจมากมายที่อยากจะเล่าออกไป แต่เรื่องบางเรื่องมันก็ยังเล่าไม่ได้ก็ต้องเก็บไว้เป็นความลับ การต่อสู้ฟันฝ่า การจินตนาการ ความฝันของคนแต่ละคนมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับตัวผมเองแล้วในตอนเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เคยฝันอยากเป็นตำรวจแต่ก็ยังไม่ได้ไปสอบลองดูกับเขา เพราะเป็นคน ชีวิตขึ้นๆลงๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางครั้งเรื่องบางเรื่อง อาจจะได้ได้มาด้วยความง่ายดายและเป็นความบังเอิญ หรือเป็นสิ่งที่เราต้องการ แล้วสถาณการณ์ตรงนั้นมันทำให้มาบรรจบกันพอดี ในช่วงนี้ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ในเรื่องส่วนตัวของผมแล้ว ไม่มีอะไรที่มากมายเกินเหนือกว่าคนอื่นมากมายหรอกนะครับ มีความฝันที่อยากจะเป็น มีความฝันที่อยากจะได้ ผมนึกว่าผมเองจะต้องเจอแต่เรื่องดีๆ ในหัวสมองผมมันคิดได้แต่เรื่องที่ดีและไม่ดี แต่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ในขณะที่ผมเขียนเรื่องราวเรื่องนี้ ผมใช้วิธีเขียนแบบคิดถึงการดูหนังสักเรื่อง ในตอนเริ่มต้นของหนังมักจะเป็นเรื่องเล่า เล่าเรื่องราวของตัวเองว่าอยู่ที่ไหน ผมใช้เสียง เสียงนั้นมาเทียบเคียงกับความคิดของผมเองแล้วก็แปลมันออกมา ผมจะเขียนให้เวอร์ๆ เพื่อให้เรื่องราวมันสนุกสนานมากยิ่งขึ้นนะครับ แบบว่าเติมแต่งงสีสันให้มันมีรสชาติที่ดีขึ้น

มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลความเจริญ หมู่บ้านแห่งนั้น อยู่กันอย่างสงบมีต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวสดใส มีความรักใคร่กลมเกลียวกีน หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งแต่เริ่มต้นนั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติ และสัตน์ต่างๆนาๆชนิตที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้บ้าง ตามห้วยหนองคลองบึงบ้าง ด้วยความเป็นธรรมชาตินี้หมู่บ้านของเราจึงมีความสุขในการใช้ชีวิตที่มีแต่ความสงบ ผมเป็นสมาชิกคนหนึ่งที่เกิดมาในหมู่บ้านแห่งนี้ จากวันที่ผมลืมตาขึ้นมาดูโลกผมก็มีพี่สาวที่แสนดี 1 คน และ พี่ชายที่รัก 6 คนรวมทั้งหมดทั้งผมและก็พี่ๆ และก็พ่อแม่ ครอบครัวของผมนั้นมีกันอยู่ 10 คน จะว่าไปแล้วผมก็มีพี่สาวที่รักคนหนึ่งที่เกิดมาแล้ว แต่ไม่ได้ลืมตาดูโลกได้จากโลกไปตั้งแต่คลอดออกมาจากท้องแม่ ครอบครัวเราจึงมีกัน 10 คน ตระกูลของเรา ชื่อตระกูลว่า "แพงกัลยา" แค่ละคนในครอบครัวของผมนั้น ผมจะอธิบายเรื่องราวของแต่ละคน พี่ๆ รวมทั้ง พ่อ และแม่ ผมขอเริ่มจากแม่ก่อนแล้วกันนะครับ แม่ผม เดิมนามสกุลต่อซอน พอมาแต่งงานกับพ่อก็เลยใช้นามสกุลแพงกัลยา แม่ผมหรอมีนิสัยดีครับไม่ค่อยด่า รักลูกทุกคนเท่าๆกัน แม่เป็นคนนิสัยโอบอ้อมอารี รักลูก ผมจึงชอบอยู่กับแม่มากกว่าพ่อ ส่วนพ่อหรอครับ พ่อเป็นคนดุครับเอาแต่ใจครับ อยากให้ลูกได้ดี โดยการดุด่า แต่พวกเราก็เชื่อฟังกันทุกคน และพ่อก็เป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่นครับ รองลงมาก็เห็นจะเป็นพี่ชายคนโตของผม ชื่อสวัสดิ์ ตอนสมัยเป็นวัยรุ่นพี่ชายผมคนนี้หล่อไม่เบาสาวๆนี่ไม่ต้องพูดถึง และก็อีกนั่นแหละครับพี่ชายคนนี้ของผม ชอบในการเที่ยว ทำงานเก่งเป็นงานเป็นการ ดูแลน้องๆทุกคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และผมก็เคารพพี่ชายคนน้มากในแบบว่าแบบน้องชายคนเล็ก รองลงมาจากพี่ชายคนโตแล้วผมก็มีพี่ชายตัวอ้วนหุ่นท้วมๆชื่อสุวิศร พี่ชายคนนี้มีนิสัยอย่างหนึ่งที่คลายๆกับตัวของผมเพราะพี่คนนี้ชอบในการบันทึก ชอบคิดค้นทำอะไรที่เป็นแบบแผน ทำงานอะไรต้องทำแบบมีกึ๋น งานต้องออกมาดี เรื่องการวางแผนงานต้องยกให้พี่ชายคนนี้ในการตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวทุกเรื่องต้องได้รับการอนุมัติจากพี่ชายคนนี้

ทีนี้มาดูพี่สาวของผมบ้างนะครับ พี่สาวของผมคนนี้ตั้งแต่ผมโตมาไม่ค่อยได้อยู่กับพี่เท่าไหร่ เพราะหลังจากที่ผมโตมาพี่สาวผมคนนี้ก็ได้ไปทำงานที่ในกรุง(กรุงเทพ) พี่สาวผมเป็นคนผิวเหลือง สูงนิสัยใจคอเหมือนกันกับแม่ ชอบช่วยเหลือพี่ๆน้องๆอยู่เสมอ ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนพี่สาวคนนี้ก็ช่วยได้ เรื่องเงินต้องยกให้พี่สาวคนนี้เป็นธุระเรื่องการเงินครับ เป็นพี่ที่ใจดีคนหนึ่ง ต่อมาจากพี่สาวของผมแล้วนะครับผมมีพี่ชายคนนี้ที่พาผมไปเรียนรู้โลกข้างนอกได้สัมผัสกับอะไรที่แตกต่างออกไปเรียกได้ว่าผมได้เปิดโลกมากว่าคนอื่นในหมู่บ้านมากกว่าใครอื่น ผมได้นั่งรถบัสก่อนใคร ผมได้เดินทางไปในที่ไกลๆ ได้เห็นอะไรที่มันสวยงามธรรมชาติที่มันแตกต่างกันออกไป นี่คือสิ่งที่ผมได้รับได้พบเพื่อนใหม่ในที่ห่างไกล พี่ชายคนนี้เป็นใบเบิกทางให้ผมได้เดินออกมาสู่โลกภายนอก และพี่คนนี้ยังมีความสามารถพี่เศษในการพูดโน้มน้าว การทำให้คนอื่นศรัทธาในตัวของพี่คนนี้ และนอกจะจะพูดได้ดีแล้ว ยังมีลายมือที่งดงาม ตัวเขียนในการใช้พู่กันในการเขียนหนังสือต้องยกให้พี่ชายคนนี้ เรื่องอารมณ์ของเขานะครับ โมโหง่าย ขี้น้อยใจ แต่ยังไงก็ยังเป็นพี่ชายที่แสนดีของผมคนหนึ่งล่ะน่า ปล.การเจรจาต้องยกให้พี่สวาดจัดการ

ยังไม่หมดแค่นี้คนรองอีกคนคือพี่อำนาจเป็นพี่ที่ผมรักในใจเสมอ พี่ชายคนนี้มีอะไรที่ไม่เหมือนใคร มีผิวสีดำ ทั้งที่ทุกคขาวหมด หน้าตาค่อนข้างข้มขรึมแต่เป็นคนที่นิสัยดี ชอบหยอกล้อเล่นกับเด็ก หลานๆ เวลาทำงานทำจริง เร็วและแม่นยำ ผิดพลาดน้อย ถ้าต้องการใช้แรงต้องยกให้คนคนนี้ เฮ้อยังมีพี่ชายอีกคนที่ผมจะเล่าต่อไปนี้นะครับ ที่มีนิสัยที่เป็นนักเลง อย่างว่าแหละครับลูกผู้ชายมันก็ต้องมีบ้างเรื่องราวอย่างนี้ พี่ชายคนนี้ชื่อว่าพี่ประภาสเป็นคนที่มีอารมฉุนเฉียวหัวรุนแรง ชอบในรสอาหารการกิน เรื่องงานก็พอทำได้ แกมักชอบในการเป็นช่าง เพราะพี่เค้าไปเรียนช่างยนต์มา เรื่องราวของพี่คนนี้ไม่ใช่ย่อยครับ ไม่บอกดีกว่า ส่วนพี่อีกคนที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพี่ชายคนก่อนหรอกครับ มีนิสัยนักเลงแต่ใจดีรักเพื่อนพ้องน้องพี่ มีอะไรก็มักจะแบ่งปันแต่มีข้อเสียอยู่ที่ว่าไม่ชอบกินข้าวเหนียว ไปชอบอาหารอะไรที่ผัดๆมากกว่า นี่ก็เป็นความเป็นส่วนตัวของเขา ชื่อของพี่เขาก็คือพลล่ม ลุยทุกอย่าง บ้าดีเดือด เลือดสาด ผมก็พูดเกินไป พี่แกเป็นคนมุทะลุกับงานที่ทำครับ

และสุดท้ายก็ตัวผมเองเป็นน้องชายคนเล็กที่เกิดมาในท่ามกลางหมู่บ้านอันแสนสุข ชอบในงานศิลปะ รักในตัวหนังสือ ชอบเสียงธรรมชาติ การได้สัมผัส กรได้เข้าถึงแห่งอารมณ์ของธรรมชาติมันทำให้ความคิดของเรา สมองของเรา โปร่งโล่ง สูดหายใจเข้าลึกๆ นี่แหละตัวของผมเองยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่จะต้องนำมาเขียนอีกแน่นอน เรื่องมันไม่ได้ให้จบอยู่พียงแค่นี้นี่....รักทุกคนครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเล่มใหม่



ความเห็น (0)