อ่านหนังสือบันทึกเสียงเพื่อคนตาบอด เรื่อง"ชีวิตของประเทศ" เล่ม 1 ของ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ต่อเนื่องอีก 3 ชั่วโมง มาถึงตอนต้นแผ่นดินรัชกาลที่ 1 ซึ่งงานสำคัญที่ท่านต้องดำเนินการมีมากมาย อาทิ การย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรีมาฝั่งบางกอก ซึ่งเป็นที่สวน 130 ไร่เศษ ย่านบางจีนของจีนแซ่หลิม ชื่อพระยาราชาเศรษฐี คหบดีเก่าแก่ และที่ดินของจีนอื่นๆ เป็นที่ตั้งวัง ประกอบด้วยพระมหาปราสาท พระมหามณเฑียร และวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต แล้วให้พระยาราชาเศรษฐี ญาติ และผู้ที่ถูกไล่ที่ทำวัง ย้ายไปอยู่ที่สวนริมคลองวัดสามปลื้มจนถึงคลองวัดสำเพ็ง
การสร้างพระราชวังนั้นระยะแรกใช้ระเนียดไม้ ปักเสาเอาชั่วคราวพออยู่ได้ พระมหามณเฑียรใช้วิธีมุงหลังคาจาก ต่อไปจึงให้รื้ออิฐเก่าจากป้อมฝรั่งเมืองบางกอกและกำแพงพระนครศรีอยุธยา มาสร้างเสริม
เนื่องจากพระปรมาภิไธยคราวบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 1 ยาวมากและผู้คนไม่กล้าเรียกขานพระนามจึงออกพระนามว่า "แผ่นดินต้น"
ตามโบราณ การสถาปนากรุงใหม่ต้องให้ครบองค์ 3 คือ ฐาปนาราชวงศ์ให้เป็นปึกแผ่นแน่นหนาสามัคคีฐาปนาราชธานีให้อุดมพร้อมพรัก และฐาปนาพระราชสำนักให้ยิ่งใหญ่โอฬาร
ธรรมเนียมครั้งกรุงเก่า พอผลัดพระราชวงศ์ ก็ต้องลดเจ้าราชตระกูลก่อน ลงเป็นสามัญชน เพราะจะสับสนกับเจ้าราชตระกูลใหม่ เว้นแต่จะทำความชอบในราชการหรือเกี่ยวดองเป็นพระญาติในราชวงศ์ใหม่จึงให้ยกย่องอย่างเดิม
ตอนตั้งบุนนาคเป็นพระยาอุทัยธรรม เพราะถือว่ามี วุฒิ 4 อธิบดี 4 ต้องตามลักษณะข้าทาสบริวารของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พึงเป็นใหญ่ได้ มีวัยวุฒิคือมีอายุตั้งแต่ 31 ปีขึ้นไป มีคุณวุฒิคือมีความรู้ฝ่ายทหารพลเรือน มีปัญญาวุฒิคือมีปัญญาฉลาดหลักแหลม ส่วนอธิบดี 4 ได้แก่ ฉันทาธิบดีคือมีพระราชประสงค์ใดก็สามารถเสาะหามาถวายได้ วิริยาธิบดีคือมีความเพียรในราชการไม่ได้ขาด จิตาธิบดีคือมีใจกล้าแข็งในการสงคราม และวิมังสาธิบดีคือฉลาดในการวินิจฉัยข้อขัดแย้งคดีความ
การที่บ้านเมืองอยู่ระหว่างการก่อร่างสร้างใหม่ เลี้ยวไปทางไหนมีแต่การขุดคูคลอง สร้างกำแพงป้อมคูประตูหอรบทำให้ดูเหมือนว่าวันเวลาช่างผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว สิ่งก่อสร้างใหม่ๆผุดโผล่ให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน ราษฎรทุกคนที่อยู่ในบ้านเมืองทั้งคนไทยและหลายชาติหลายภาษามีงานต้องช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ ไม่มีใครอยู่ว่างเปล่า
เพิ่งสร้างกรุงใหม่ได้ 3 ปี พระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่าก็ยกทัพมา 9 ทัพ รี้พลประมาณ 144,000 คน โดยใช้คำขวัญว่า "คราเดียวต้องราบคาบ" ขณะที่ของเรามีทหารรวมทั้งสิ้นไม่ถึงครึ่ง แต่ก็สามารถใช้ยุทธวิธีอันชาญฉลาดและความกล้าหาญ สามารถเอาชนะศึกใหญ่ครั้งนี้ได้ทุกทัพ
ข้อความที่ตัดตอนมาโปรยบางส่วนเหล่านี้ มีเรื่องราวรายละเอียดที่น่าสนใจในหนังสือนี้อีกมากมาย เริ่มเปิดเผยบุคคลสำคัญของบ้านเมืองที่เติบใหญ่ต่อมา เช่น พ่อฉิม พ่อบุญมา พ่อบุนนาค เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีตัวละครสอดแทรกการเดินเรื่องที่สำคัญ คือหมอชั้น แม่เพ็ง และเด็กชายใหม่ ซึ่งต่อไปคาดว่าบุคคลผู้นี้จะมีทายาทสืบต่อมาเป็นสาแหรกให้เราติดตามอย่างสนุกมีรสชาติแนวนวนิยายเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ตอนต้นแผ่นดิน ร.1 ยังไม่จบ ชักอยากติดตามอ่านตอนต่อๆไปแล้วสิ

