9 กย.มาอ่านหนังสือบันทึกเสียงเพื่อคนตาบอดเล่มใหม่ เรื่อง "ชีวิตของประเทศ" เล่ม 1 ของ #ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม เป็นวันแรก
แค่เริ่มอ่านตั้งแต่คำนำ และตอนที่ 1-3 (ต้น - กลาง - ปลาย แผ่นดินสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี) ก็ติดใจในเนื้อหา ลีลาการเขียน การเดินเรื่องแบบนวนิยายที่มีตัวละครให้ชวนติดตามจนไม่อยากเลิกอ่าน แต่สุ้มเสียงตัวเองก็ไม่เอื้ออำนวยขืนอ่านนานไปคงไม่ไหว เลยจำต้องหยุดอ่านเพียง 3 ตอนก่อน
จากที่อ่าน แค่เริ่มต้นก็เผยโฉมให้เห็นตัวละครในประวัติศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์โยงใยเป็นเทือกเถาเครือญาติกัน ที่เดาเอาว่าคงจะกลายเป็นบุคคลสำคัญของบ้านเมืองในสมัยต่อๆมา รวมทั้งมีบุคคลที่ผู้เขียนสมมุติขึ้น เพื่อให้เกิดอรรถรสแบบนวนิยาย และมีบุคคลที่คาดว่าจะเป็นต้นสกุลที่สืบเชื้อสายนับเนื่องมา อาทิ บุนนาค บางช้าง ชูโต
ได้เห็นความสัมพันธ์ของเพื่อนรัก 3 คน คนหนึ่งมีเชื้อสายจีน(สิน) อีกคนมีเชื้อสายไทย(ทองด้วง) และอีกคนมีเชื้อสายแขก(บุนนาค) ที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 รวมทั้งเห็นความสัมพันธ์ทั้งทางเครือญาติ ของฝ่ายชาย - หญิง และเพื่อนของบุคคลต่างๆที่เราอยากรู้
ผมจินตนาการไปตามที่ผู้เขียนเล่า เห็นภาพกรุงธนบุรีและบางกอก รวมทั้งเหตุการณ์ประวัติศาสตรในครั้งกระโน้นได้เด่นชัด เห็นวิถีชีวิตของผู้คน ที่ตั้งบ้านเรือนทำมาหากินกันเป็นหมู่บ้านแต่ละอาชีพ เห็นแม่น้ำลำคลอง วัดวาอาราม สวนผลหมากรากไม้อันอุดมสมบูรณ์ในอดีต
ผู้เขียนช่างนำความรู้ที่ท่านมีอยู่ในหลายแขนงมาบูรณาการเขียนออกมาเป็นภาษาที่เรียบง่าย สละสลวย มีเกร็ดสนุกสนานมาเล่าให้ผู้อ่านเคลิบเคลิ้ม เกิดจินตนาการเชื่อมโยงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ให้แจ่มชัดมากขึ้น เหมือนได้ย้อนยุคเข้าไปอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ
ได้เห็นภาพฝั่งธนบุรีซึ่งในสมัยโน้นเป็นเขตราชการ วังเจ้านาย เรือนขุนนางผู้ใหญ่ระดับเสนาบดีและสวนผลไม้ ส่วนฝั่งบางกอกเป็นที่อยู่อาศัยของราษฎรทั่วไปทั้งไทยและเทศ เชลยต่างชาติและทุ่งนาป่ารก ดังที่เรียกกันว่า "สวนบางกอกฝั่งขวา นาบางกอกฝั่งซ้าย"
ชีวิตของประเทศเริ่มต้นแล้ว ครั้งต่อไปคงได้ย้อนยุคเข้าไปเห็นชีวิตของประเทศในต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แน่นอนครับ

