EP.1 เลี้ยงลูก GPA 4.00

เนื่องจากมีคนสอบถามวิธีการเลี้ยงลูกของเรามา ขอใช้พื้นที่นี้แชร์ #Model เผื่อใครสนใจนำไปประยุกต์ค่ะ
#ด้านการเรียน
1. เราให้ #ลูกตัดสินใจเลือกสายการเรียนเอง #เลือกโรงเรียนเอง
2. วิเคราะห์จุดแข็งของลูก จากความชอบของเค้า ซึ่งเค้าจะอ่านและสนใจฝึกฝนเองเป็นพิเศษอยู่แล้ว เราก็แค่เสริมแรงด้วยคำชื่นชมให้เค้าเกิดความภูมิใจรู้สึกชีวิตมีคุณค่าในทุกๆวัน
3. กระตุ้นสิ่งที่ลูกไม่ถนัดแต่จำเป็นต้องใช้ในการสอบ ผ่านการเล่นเกมตอบคำถาม อะไรที่ลูกถามแล้วเราไม่รู้ก็ ตอบลูกตรงๆว่าไม่รู้ จากนั้นรื้อฟื้นความทรงจำโดยช่วยกันสืบค้นกับลูกๆ #ข้อดี ลูกๆไม่กดดัน เพราะพ่อ-แม่ก็ไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง การที่เขาไม่รู้ก็เป็นเรื่องธรรมดา มีกิจกรรมสนุกๆ ในครอบครัว #เมื่อลูกสนุกลูกจะมีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ค่ะ
4. เลิกเรียนถามลูกๆว่า “การบ้านเป็นอย่างไรมีข้อไหนทำไม่ได้หรือเปล่า” แทนคำถามว่า “ทำการบ้านหรือยัง” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกได้ทบทวนการบ้าน #เมื่อต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่เค้าจะเข้ามาหาได้อย่างสบายใจจะไม่รู้สึกว่าโดนบังคับให้ต้องทำการบ้าน
5. เมื่อถึงเทศกาลสอบ จะขอดูตารางสอบของลูกๆ จากนั้นช่วยกันวางแผนการอ่านหนังสือ เพื่อทบทวนความรู้ให้ได้มากที่สุด ในขณะที่ลูกๆอ่านหนังสือสอบ #เราจะนั่งทำงานของเราแต่อยู่บริเวณเดียวกับลูก ไม่ทิ้งเขาไว้ลำพัง เพื่อเป็นกำลังใจและคอยอธิบายเพิ่มเติม หรือแนะนำเทคนิคการจำต่างๆ
6. ไม่เข้มงวดกับเวลาที่อ่าน #หากลูกง่วงให้ลูกนอนได้เลยทันที แล้วค่อยตื่นมาอ่านตอนเช้า เพราะเวลานอนคือเวลาที่สมองบันทึกข้อมูลที่เขาอ่านไปแล้ว เขาจะสามารถจดจำได้ดียิ่งขึ้น
7. เมื่อผลการสอบออกมาจะเป็นอย่างไร เราจะให้กำลังใจลูกเสมอ เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่การเรียนเพียงอย่างเดียว เกรดที่ออกมาเป็นเพียงการวัดมาตรฐานคนในรูปแบบเดียวกันเท่านั้น ซึ่งความเป็นจริงคนเราถนัดกันคนละด้านอยู่แล้ว #ที่สุดเราก็ต้องใช้ความถนัดความเชี่ยวชาญของเราไปช่วยกู้โลก #สิ่งที่เราไม่ถนัดก็ให้คนที่เค้าถนัดกว่าทำ #ดังนั้นจึงเป็นที่มาของหลากหลายอาชีพ #อธิบายเหตุผลให้ลูกๆรู้สึกดีขึ้นและไม่โทษตัวเอง

#ด้านการใช้ชีวิต
1. เราจะ #ปลูกฝังฝึกการมีวินัย #ฝึกความรับผิดชอบหน้าที่ให้กับลูกๆ ด้วยการแบ่งงานบ้านสลับกันทำในแต่ละวัน (ล้างชาม+กรอกน้ำ) (กวาดบ้าน+ถูบ้าน) ล้างห้องน้ำ/วีค (ซักผ้า ตากผ้า เก็บที่นอน พับผ้า รีดผ้า=รับผิดชอบของตัวเอง)
2. วันไหนคุณแม่ไม่ได้ทำกับข้าว ลูกสามารถทำกินเองได้ เพราะฝึกมาตั้งแต่ประถมต้นเลยค่ะ บางวันกลับจากทำงานค่ำลูกๆจะแชทถามเลยค่ะว่าให้ทำกับข้าวทานเลยมั๊ย เพื่อเช็คว่าพ่อ-แม่ซื้ออะไรเข้าไป ให้รอ หรือให้จัดการได้เลย หรือให้ทำเผื่อหรือไม่ค่ะ
3. ทุกเช้าลูกๆจะต้องเช็คหน้าที่ของตนเอง และบ้านช่องให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน #เพื่อไม่ทิ้งภาระไว้ให้ผู้อื่น
4. ทุกเย็นลูกจะต้องทำงานบ้านตามหน้าที่ของตนเองก่อนที่จะทำการบ้าน #เพราะส่วนรวมต้องมาก่อนเสมอ จากนั้นอาบน้ำ ทำการบ้าน ทานข้าว ดูทีวี เช็คมือถือ เข้านอน
5. การใช้มือถือ #ลูกๆจะต้องใช้มือถือและชาร์จมือถือนอกห้องนอนเท่านั้น ปกติใช้มือถือได้ถึง 2 ทุ่ม เข้าห้องนอน 2.30 น. ถ้ามีกิจกรรมครอบครัว สังสรรค์ปรับตามความเหมาะสมได้เลย #เพื่อให้ลูกรู้จักควบคุมตนเอง #ฝึกการยับยั้งชั่งใจ #และป้องกันโรคต่างๆที่มาจากภัยมือถือ
6. เวลามื้อเย็น ส่วนใหญ่เราจะทานอาหารด้วยกัน เพื่อใช้ช่วงเวลานี้ในการอบรมมารยาทในบ้าน มารยาทในสังคม แนะนำ พูดคุย ถามไถ่ชีวิตในโรงเรียนของลูก #และแชร์ประสบการณ์ต่างๆร่วมกัน ถามความเห็นลูกๆ ฟังมุมมองลูกๆ เด็กๆเค้าฉลาดคิดฉลาดทำมากๆค่ะ
7. ช่วงเวลาสอนพิเศษของคุณพ่อ ลูกๆจะไปช่วยสอน #ฝึกให้ลูกรู้จักให้ผู้อื่น #มีน้ำใจแบ่งปันผู้อื่น #ฝึกการทำงานเป็นทีม และลูกๆรู้สึกชีวิตมีคุณค่า ชีวิตมีความหมายเมื่อได้เป็นผู้ให้ เสียสละเวลาของตนเองเพื่อผู้อื่น
8. เมื่อลูกๆ #บริหารจัดการหน้าที่ของตน ทั้งงานบ้านและการเรียนได้ เค้าจะสามารถบริหารจัดการเวลาของเขาได้เองโดยอัตโนมัติ เค้าจะรู้คุณค่าของเวลาเป็นอย่างมาก และจะรู้หน้าที่ มีวินัย เป็นนิสัยติดตัวไปจนโต
9. เมื่อเราดุลูก จนทำให้ลูกรู้สึกเสียใจ #เราต้องขอโทษลูกให้เป็น การที่พ่อแม่ขอโทษลูกไม่ใช่เรื่องน่าอายค่ะ ในทางกลับกัน ลูกๆจะรู้สึกว่าเรารับผิดชอบความรู้สึกของลูก ควรกอดและขอโทษเมื่อเราพูดแรงเกินกว่าเหตุ ทำเป็นแบบอย่างให้ลูก #ได้รู้จักการขอโทษเมื่อทำผิด #การให้อภัยอย่างจริงใจ
10. ก่อนเข้านอนลูกๆ จะมาบอกฝันดี ราตรีสวัสดิ์ กู๊ดไนท์นะคะ/นะครับ ทุกคืน อันนี้ปลูกฝังตั้งแต่ลูกเริ่มพูด #ฝึกความใส่ใจเชื่อมสายใยความรักให้ยังคงหนักแน่น เมื่อเวลาที่เค้าท้อเค้าจะมองมาที่เราและรู้ว่าเรายังคงอยู่กับเค้าเสมอ เราจะฝันดีกันทุกวันค่ะ ^^???หลักการของเรา #ใช้คำถามเชิงบวกกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ของลูกค่ะ เพราะเราเชื่อในสิ่งดีๆที่ซ่อนอยู่ในตัวของแต่ละคน การเลี้ยงลูกเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่มากๆ ลูกๆจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่ที่คนเลี้ยงดู ฝากไว้เป็นแนวทางของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ละกันนะคะ #เชื่อในพลังแห่งรักค่ะ #เชื่อในแนวคิดของAppreciative_Inquiry #ให้ลูกทำในสิ่งที่ลูกรักแล้วคุณจะเห็นความมหัศจรรย์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Ning Model



ความเห็น (0)