จากงานวิจัยพระพุทธรูปที่ปรากฎในคัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ตอน.พระสีหลปฏิมา หรือ พระพุทธสิหิงค์
โดยอาจารย์สุภัชชา.พันเลิศพาณิชย์

พระพุทธสิหิงค์ หรือที่เรียกกันโดยสามัญว่า พระสิงห์ มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ที่สำคัญอีกองค์หนึ่งด้วยมีลักษณะพระพุทธรูปที่งดงามสมส่วน ศิลปะสมัยสุโขทัยประทับนั่งขัดสมาธิ ปางสมาธิ ตามตำนานกล่าวกันว่า พระมหากษัตริย์แห่งลังกาทรงสร้าง ด้วยการเนรมิตของ พญานาคองค์หนึ่งที่แปลงกายเป็นพระพุทธรูปด้วยอิทธานุภาพของตน แล้วให้ช่างทำการปั้นหุ่นไว้เมื่อทำการปั้นเสร็จแล้ว ได้ทำการสมโภชเฉลิมฉลองเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน แล้วโปรดให้ขนานนามว่า พระสีหลปฏิมา

ชินกาลมาลีปกรณ์ การสร้างพระพุทธสิหิงค์หรือพระสีหลปฎิมาไว้ว่า
“เมื่อพระศาสดาปรินิพพานล่วงแล้วได้ ๗oo ปี พระเถระที่เป็นขีณาสพยังมีอยู่ในลังกาทวีป ๒o องค์ครั้งนั้นพระเจ้าสีหลใคร่จะทอดพระเนตรรูปของพระพุทธ จึงเสด็จไปยังวิหาร ตรัสถามพระสังฆเถระว่า เขาว่าพระพุทธของเราทั้งหลาย เมื่อทรงพระชนม์อยู่ ได้เสด็จมาลังกาทวีปนี้ถึง ๓ ครั้ง ผู้ที่ได้เห็นพระพุทธนั้น เดี๋ยวนี้ยังจะมีอยู่หรือหามิได้ ทันใดนั้น ด้วยอานุภาพของพระชีณาสพ ราชาแห่งนาคได้แปลงรูปมาเป็นคน แล้วเนรมิตตนเป็นรูปพระพุทธ เพื่อจะเปลื้องความสงสัยของ พระเจ้าสีหล พระราชาทรงบูชาพระพุทธรูป ๗ คืน ๗ วัน ครั้งนั้น พระราชาตรัสสั่งว่าหาช่างปฏิมากรรมชั้นอาจารย์มาแล้ว โปรดให้เอาขึ้นผึ้งปั้นถ่ายแบบ พระพุทธ มีอาการดังที่นาคราชเนรมิต และให้ทำแม่พิมพ์ถ่ายแบบพระพุทธนั้นด้วย แล้วให้เททองซึ่งผสมด้วยดีบุกทองคำ และเงินอันหลอมละลายคว้างลงในแม่พิมพ์นั้น พระพุทธปฏิมานั้น เมื่อขัดและชักเงาเสร็จแล้วงามเปล่งปลั่งเหมือนองค์พระพุทธยังทรงพระชนม์อยู่
ฝ่ายพระเจ้าสีหล ทรงบูชาด้วยเครื่องสักการและความนับถือเป็นอันมากโดยเคารพแม้พระราชบุตร พระราชนัดดา พระราชปนัดดาของพระองค์ ก็ได้ทรงบูชาพระสีหลปฏิมาสืบๆกันมา”



