จากงานวิจัยพระพุทธรูปที่ปรากฎในคัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์มาเป็นชินกาลมาลีปกรณ์ตอน.พระพุทธรูปแก่นจันทร์ โดยอาจารย์สุภัชชา.พันเลิศพาณิชย์

หนังสือ ลักษณะไทย เล่าเรื่องการสร้างพระพุทธรูปแก่นจันทร์ ไว้ว่า “พระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ พระพุทธปฏิมาที่อาจจะจำลองมาจากพระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ของพระเจ้าอุเทนที่สร้างขึ้นใน ประเทศไทยพบน้อยมาก ตัวอย่างได้แก่ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยืน พระหัตถ์ขวาประทานอภัย พระหัตถ์ซ้าย ถือชายจีวร ครองจีวรคลุมพระอังสาทั้งสองข้าง ซึ่งพุทธลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับ พระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ของพระเจ้าอุเทนทุกประการ เพียงแต่รูปแบบของพระพุทธปฏิมาองค์นี้ได้ วิวัฒนาการไปตามยุคสมัยและค่านิยมของท้องถิ่น ที่เน้นความสมดุลของจีวรที่แนบตามพระวรกาย และพระเมาลีเป็นทรงกรวย เป็นต้น พระพุทธรูปองค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เมื่อคณะกัมโพชสงฆ์ปักขะเป็นที่แพร่หลายในแคว้นกัมโพช และมีศูนย์กลางอยู่ที่ ละโว้หรือลพบุรีในปัจจุบัน เนื่องด้วยว่านิกายกัมโพชสงฆ์ปักขะนี้ ได้รับเอาคติ ธรรมและความเชื่อจากมหายาน วัชรยาน และเถรวาทมาผสมกับขนบทางบาลี ก็เป็นไปได้ว่าพระ พุทธลักษณะของพระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ของพระเจ้าอุเทนอันเป็นที่นิยมในลัทธิมหายาน จะนำมาสร้างขึ้นในประเทศไทย
ส่วนพระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ที่พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสร้างที่สาวัตถีนั้น พระรัตนปัญญาเถระ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือ ชินกาลมาลีปกรณ์ ซึ่งแต่งขึ้นเป็นภาษาบาลีที่นครเชียงใหม่ แล้วเสร็จใน ปี พ.ศ. ๒o๗๑ ความว่า พระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์นั้นสร้างขึ้น ๗ ปีก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จปรินิพพาน นอกจากนั้นแล้วยังกล่าวว่า กษัตริย์เมืองสุวรรณภูมิ ซึ่งน่าจะได้แก่ รามัญญเทศหรือพม่าตอนใต้ ได้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์มาบูชาในดินแดนของพระองค์ ต่อมาพระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ยังได้ถูกอัญเชิญไปบูชาอีกหลายเมืองในล้านนา เช่น พะเยาและเชียงใหม่ ก่อนที่จะนำมาประดิษฐานในอุโบสถวัดเจ็ดยอดที่นครเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. ๒o๖๘
พระรัตนปัญญาเถระมิได้ให้รายละเอียดว่า พระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์องค์นี้เป็น พระพุทธปฏิมา ประทับหรือพระพุทธปฏิมายืน แต่ ตำนานพระแก่นจันทน์ กล่าวว่าเป็นพระพุทธปฏิมาที่สลักขึ้นจาก ไม้แก่นจันทน์แดง โดยให้สัดส่วนของพระพุทธปฏิมาซึ่งคาดคะเนได้ว่าน่าจะเป็นพระพุทธปฏิมาแบบประทับ เช่น แท่นสูง ๖ องคุลี (๑๒ เซนติเมตร) พระองค์สูง ๒๒ องคุลี (๔๔ เซนติเมตร) หน้าตักกว้าง ๒๒ องคุลี (๔๔ เซนติเมตร) พระอังสากว้าง ๒๓ องคุลี (๔๗ เซนติเมตร) แต่ พงศาวดารโยนกของพระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค) กลับระบุว่า“เป็น พระพุทธรูปยืน มีแท่นสูง ๖ นิ้ว พระองค์สูง ๒๒ นิ้ว วัดรอบพระองค์ได้ ๒๓ นิ้วกึ่ง” เป็นไปได้ว่ามีการสับสนระหว่างพระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ของพระเจ้าปเสนทิโกศล กับ พระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ที่พระเจ้าแสนพู กษัตริย์ล้านนาทรงสร้างขึ้นที่เวียงแสนน้อย ใกล้สบกก ซึ่งเป็น พระพุทธปฏิมายืน อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏว่าพระพุทธปฏิมาแก่นจันทน์ที่ กล่าวถึงข้างต้นทั้งสององค์นี้มีพุทธลักษณะเป็นอย่างไรและปัจจุบันอยู่ที่ใด
ชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวถึงพระพุทธรูปแก่นจันทร์ ไว้ว่า
“ พระพุทธรูปแก่นจันทน์ประดิษฐานอยู่ในวิเชตนครนั้น เป็นเวลานานประมาณ ๙๓๐ ปี ฝ่ายพระพุทธรักขิตเถร ได้อัญเชิญพระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้น มาให้แก่พระเจ้าสุวรรณสามในวิเชตนคร นัยว่าพระเจ้าสุวรรณสามนั้น ทรงบูชาอยู่ ๑๐ ปี ต่อนั้นมา ฝ่ายราชามุททิกเนตร ทรงอัญเชิญอัญเชิญพระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้น มาบูชาในโสสุทธนคร(สบสร้อย) ๑๐ ปี ต่อจากนั้น พระสิวเถรได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นั้น มาให้แก่พรานผู้หนึ่งในตำบลบ้านพลู แคว้นวิเชต พรานผู้นั้นมาบูชา ๑๓ ปี ต่อจากนั้น พระอภัยเถรอัญเชิญพระพุทธรูปนั้นมาบูชาในนครพลิม แต่ไม่นานเท่าไร พรานผู้นั้นก็อัญเชิญจากนครพลิมไปบูชาในตำบลนครพลูอีก จากนั้นมายังมีอุบาสกผู้หนึ่งชื่อ โมลี เป็นคนในแคว้นพะเยา อัญเชิญพระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้น มาบูชาในวัดปทุมาราม ๖๐ ปี ต่อจากนั้น เจ้านครพะเยา พระนามว่า ยุทธสัณฐิระ อัญเชิญพระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้นมาประดิษฐานบูชาในวิหารวัดดอนชัย ปัจจุบันคือวัดป่าแดงหลวงดอนชัย อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย
ต่อนั้นมา พระมหาเถรธรรมเสนาบดีอัญเชิญพระพุทธรูป แก่นจันทน์นั้นมาประดิษฐานบูชาในวัดอโสการาม (ปัจจุบันคือวัดชัยศรีภูมิ ถนนวิชยานนท์ บล.ช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่) นอกกำแพงเมือง ด้านทิศตะวันออกนครเชียงใหม่ เมื่อปีจอ จุลศักราช ๘๔๐ อยู่ในวัดอโสการาม ๕๐ ปี เป็นรัชสมัยของพระเจ้าพิลกครองราชสมบัติ ฯ
ต่อจากนั้นมามหาอำมาตย์ผู้หนึ่งชื่อ ปาเทป อัญเชิญพระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้นมาประดิษฐานบูชาในวิหารวัดดอนชัย แคว้นพะเยา พระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้นมาประดิษฐานบูชาในวิหารวัดดอนชัย ๒๘ ปี ตั้งแต่จุลศักราช ๘๕๕
ต่อมา พระเจ้าพิลกปนัดดาธิราช ตรัสให้มหาอำมาตย์ผู้เป็นใหญ่ในทางหนังสือเกี่ยวกับชาวนคร(เจ้ากรมพระอาลักษณ์ ) อัญเชิญพระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้นมาประดิษฐานบูชาในวัดปุพพาราม เมื่อวันที่ ๘ ค่ำ เดือน ๓ (วันศุกร์ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓)
พระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้นมาถึงเมืองเชียงใหม่ เมื่อปีมะเส็ง จุลศักราช ๘๘๓ ตรงกับพระศาสดานิพพานล่วงแล้วได้ ๒๐๖๘ ปี เป็นปีที่พระพุทธรูปมาถึง”
ปัจจุบันพระพุทธรูปแก่นจันทน์องค์นี้ มาประดิษฐานไว้ในวัดเจดีย์เจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่
ขอบคุณภาพ:คอลัมน์ประจำมติชนสุดสัปดาห์
https://web.facebook.com/plngp...



