ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ  ดิฉันจะปฏิเสธการเลี้ยงรับรองอาหารเย็นในงานต่างๆ เสมอ เพราะดิฉันชอบทานอาหารเย็นร่วมกับครอบครัวที่บ้าน มันเป็นเวลาเดียวที่สมาชิกทุกคนได้อยู่พร้อมหน้ากัน  ได้เสวนากัน เด็กๆ จะได้ระบายอารมณ์ขุ่นมัวต่างๆ ทั้งที่ได้รับจากผลการเรียน การสอบ เพื่อนๆ และคุณครู อาจารย์ หรือได้คุยโม้โอ้อวด ถึงผลงานวีรกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน ได้อย่างเต็มที่  ซึ่งเป็นโอกาสของการเสนอแนะแนวทางแก้ไข หรือโอกาสของการชื่นชมยินดี ซึ่งกันและกันดังนั้น หากไม่ได้ร่วมวงเพียงวันเดียว หรือหากขาดสมาชิกไปเพียงคนเดียว ทุกคนจะรู้สึกเหมือนชีวิตในวันนั้น ขาดอะไรไปบางอย่าง

การสื่อสาร ที่ดีระหว่างกัน โดยเฉพาะกับคนใกล้ชิด แบบซึ่งหน้า  F2F : Face to Face ยังนับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่โทรศัพท์มือถือ Chat   E-mail   หรือ  Blog  มาแทนที่ไม่ได้เด็ดขาด  แต่กับคนที่อยู่ไกลตัว ช่องทางแบบอิเลกทรอนิกส์ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเสียเลย เสียแต่ว่า ช่องทางที่ต้องอาศัยการเขียนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหน่อย เช่น E-mail หรือ Blog เรามักไม่เล่า เหมือนตอนเราพูดคุยกัน เรามักจะประดิดประดอยคำพูด ออกเป็นคำเขียน ที่ต่างออกไป และบางทีก็ต่างออกไปมากจากที่เป็นจริง จากความจริง จากความเป็นเรา

ในทางกลับกัน การเขียนที่เน้นความเป็นตัวตนมากๆ  (เขียนแต่เรื่องของตัวเอง เขียนอย่าง diary) ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ผู้อ่านจะได้เข้าใจความเป็น ตัวตนของคนเขียน ได้เป็นอย่างดี  ตั้งแต่ดิฉันตั้งปณิธานว่า จะเพียรเขียน Blog เป็นประจำ  ดิฉันก็เริ่มรู้สึกว่า ดิฉันกำลังเผย ตัวตน ของดิฉัน ให้คนไกลตัวรู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งโดยปกติ ถ้าคนไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพูดคุยกัน และมองดิฉันอยู่ห่างๆ  อาจให้ความรู้สึกกับตัวตนของดิฉันเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้  เหมือนลูกศิษย์บางคนบอกว่า แต่ก่อนยังไม่เคยคุยกับอาจารย์  รู้สึกว่า อาจารย์จะเป็นคนดุ

การสื่อสารอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม จะช่วยให้รู้เขา รู้เรา และเข้าใจกันมากขึ้น ทำให้ชีวิตส่วนตัว ชีวิตการงานในสังคม มีความราบรื่น เป็นปกติสุข