แนวทางจัดการความรู้เพื่อพัฒนาคุณธรรม  จริยธรรม

<p>
          ผมบอกกับตัวเองว่า   ศูนย์คุณธรรมน่าจะจัดตลาดนัดความรู้เชิดชูคุณธรรม   เพื่อเริ่มต้นขับเคลื่อน “เครือข่ายความรู้   เชิดชูคุณธรรม”    สำหรับจัดการความรู้ด้านคุณธรรม  จริยธรรม  ในสังคมไทย</p>
<p>
          ความคิดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผมกำลังร่วมประชุม “สร้างเสริมศักยภาพนักวิจัยและเครือข่ายเพื่อการจัดการความรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม”   จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม   ที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า   ศูนย์คุณธรรม (www.moralcenter.or.th)   เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.48</p><p>
          มีการนำเสนอโครงการเพื่อพัฒนาคุณธรรม  จริยธรรม  ที่ศูนย์คุณธรรมสนับสนุน 8 โครงการ   ในจำนวนนี้ 4 โครงการเป็นการดำเนินการเชิงรุกเข้าไปในชุมชน   ได้แก่ (1) โครงการสัจจะสะสมทรัพย์  พัฒนาคุณธรรม  จ.ตราด  นำเสนอโดย อ.ประดิษฐ์  ดวงนภา   ประธานศูนย์การเรียนรู้เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์  จ.ตราด   (2) โครงการพัฒนาทุนทางสังคมเพื่อสร้างชุมชนเป็นสุข  จ.ตราด   ของชมรมนักพัฒนาภาคตะวันออก   ซึ่งก็เป็นเครือข่ายของท่านอาจารย์สุบิน นั่นเอง   (3) โครงการพัฒนาคุณธรรมพลังแผ่นดิน   เยาวชนคนสร้างชาติ   โดยสถาบันบุญนิยม   มูลนิธิธรรมสันติ ([email protected]) นำเสนอโดยนายธำรงค์  แสงสุริยจันทร์   (4) โครงการพัฒนาคุณธรรมพลังกสิกรของแผ่นดิน   ของเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย   สมาคมผู้ปฏิบัติธรรม   นำเสนอโดยนายร้อยแจ้ง  จนดีจริง ([email protected])    โปรดสังเกตนะครับ   ว่าโครงการที่ 3 และ 4 ให้ e-mail address เดียวกัน   เพราะเป็นกลุ่มเดียวกัน   คือกลุ่มสันติอโศก</p><p>
          “ความรู้ด้านคุณธรรม  จริยธรรม”   ที่เราสนใจเน้น “ความรู้ปฏิบัติ” 80 – 90%   ส่วนที่เป็นความรู้ปริยัติหรือความรู้เชิงทฤษฎีนั้นเราไม่เน้น   แต่ก็มีความสำคัญ   น้ำหนักน่าจะอยู่ที่ 10 – 20%</p><p>
          “การจัดการความรู้ด้านคุณธรรม  จริยธรรม”   จึงต้องเน้นที่ผู้ปฏิบัติคือเป็นกิจกรรมที่ผู้ปฏิบัติคุณธรรมจริยธรรมเอาประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน   คือเน้น Knowledge Sharing  ความรู้ปฏิบัติด้านคุณธรรม</p><p>
          แต่ต้องไม่ใช่แค่แลกเปลี่ยนด้วยการเล่าเรื่อง (storytelling) เท่านั้น   ต้องมีการจดบันทึก “ขุมความรู้” (Knowledge Assets) เพื่อการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมด้วย   แล้วรวบรวมเอามาสังเคราะห์เป็น “แก่นความรู้” (Core Competence) ซึ่งคุณไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม   รองประธานศูนย์คุณธรรม   เรียกว่า “สมรรถนะหลัก”    เพื่อการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม</p><p>
          การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนั้นมีหลายระดับ   อาจเป็นระดับบุคคล   ระดับครอบครัว   ระดับชุมชน (หมู่บ้าน  ตำบล)  ไปจนถึงระดับประเทศ   และระดับโลก</p><p>
          ศูนย์คุณธรรมพยายามทำในระดับประเทศ   โดยการให้การสนับสนุนการดำเนินการในระดับบุคคล   ครอบครัว   องค์กร   และชุมชน   ผมโดนจับตัวไปเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาโครงการ   ซึ่งเมื่อทำไประยะหนึ่ง   ผมก็ไม่สบายใจ   ว่าเงินจากภาษีอากรของประชาชนจะถูกใช้อย่างได้ผลคุ้มค่าหรือไม่   เพราะว่าโครงการเหล่านี้เน้นการฝึกอบรม (Training)  เพียง 3 วัน 7 วัน   ผมไม่เชื่อว่าพฤติกรรมเชิงคุณธรรมจริยธรรมของคนจะเปลี่ยนภายในเวลาสั้น ๆ     ถ้าจะมีบ้างก็ส่วนน้อยมากและมักไม่ยั่งยืน   ผมเชื่อในกระบวนการเรียนรู้ (Learning) มากกว่า   ผมจึงเสนอต่อ อ.นราทิพย์  พุ่มทรัพย์     ผอ. ศูนย์คุณธรรมว่า   ควรจะดำเนินการวิจัยและจัดการความรู้คู่ขนานไปกับโครงการฝึกอบรมที่ให้การสนับสนุนไป   นั่นคือที่มาของการประชุมเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.</p><p>
          โครงการที่ผมเอ่ยชื่อข้างต้น   เป็นโครงการที่ผมเห็นว่าจะมีการดำเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อเนื่องได้ดี   เพราะมีการวางเครือข่ายชัดเจน   ฟังดูหน่วยงานที่ทำโครงการมีการจัดการเข้มแข็ง</p><p>
          โปรดสังเกตนะครับ   ว่าเรื่องคุณธรรมไม่ใช่เรื่องที่อยู่ลอย ๆ   แต่จะสอดแทรกอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวันอย่างแนบแน่น   ผมจึงไม่เชื่อว่าการทำโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมอย่างเดียว   ไม่ดำเนินการเป็นเนื้อเดียวกับการดำรงชีวิตประจำวัน   จะได้ผลจริงจัง</p><p>
          ผมเชื่อว่า   มีชุมชนอีกมากมายที่เขารวมตัว   รวมกลุ่มกันดำเนินการกิจกรรมเพื่อการอยู่รอด   แล้วเกิดการพัฒนาจริยธรรมคุณธรรมร่วมกันของคนในชุมชน   ยกตัวอย่าง   โรงเรียนชาวนาที่ จ.สุพรรณบุรี   เป้าหมายหลักคือรวมตัวกันเรียนรู้วิธีทำนาแบบยั่งยืน   ลดต้นทุน   ลดการใช้สารเคมี   เมื่อทำไปเกิดผลทางจริยธรรม   คือเอื้ออาทรเพื่อนบ้านมากขึ้น   มีการรวมตัวกันทำกิจกรรมทั้งทางอาชีพและวัฒนธรรมประเพณี</p><p>
          กลับมาที่แนวทางจัดการความรู้   ผมเสนอว่าต้องหาทางให้แกนนำของโครงการที่ศูนย์คุณธรรมสนับสนุน   และกิจกรรมของชุมชนที่ศูนย์คุณธรรมไม่ได้สนับสนุน   ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นเครือข่าย   มีเครื่องมือติดต่อถึงกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการดำเนินการเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมที่ได้ผล   จริง ๆ </p><p>
          เครื่องมือสำหรับอำนวยความสะดวกต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้น่าจะมี 2 กลุ่ม
1.      การพบปะในการประชุม   โดยควรมีเทคนิคการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้   ให้ปล่อยความรู้จากประสบการณ์ที่อยู่ในหัว,   ใจ,   และมือ   ออกมาได้มาก
2.      การใช้เทคโนโลยีช่วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยไม่ต้องพบตัว   ได้แก่ใช้ blog,   วิทยุชุมชน,   หนังสือพิมพ์   และสื่อมวลชนอื่น ๆ</p><p align="right">
วิจารณ์  พานิช
   8 มิ.ย.48
</p>