ตลอดในวัยเด็กของฉันใช้ชีวิตเรื่อย ๆ อยากทำอะไรก็ทำ ในการอยู่บ้านของฉันในแต่ละวันฉันแทบไม่ได้พูดภาษาไทยเลย แม้ว่าหมู่บ้านของฉันจะใกล้กับคนเมือง ห่างกันไม่ถึง 8 กิโลเมตร เพราะส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านของฉันไม่พูดเมืองกัน พูดก็ต่อเมื่อ มี่เพื่อนคนเมืองมาเยี่ยมหรือไม่ก็ไปซื้อของบ้าง ตอนก่อนเข้าเรียนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภาษาไทย คำเมืองจำเป็นด้วยซ้ำ พอเข้าเรียนเท่านั้นฉันรู้เลยว่า จำเป็นมากเลยทีเดียว  มีครั้งหนึ่งที่ทำให้ฉันบอกกับตัวเองว่าสักวันฉันต้องพูดได้

            วันนั้นฉันกับเพื่อนคนหนึ่งที่สนิทกันมากในตอนนั้น  เพื่อนของฉันคนนี้เป็นลูกครึ่งกะเหรี่ยงกับคนเมือง พูดได้ทั้ง เมืองและกะเหรี่ยง  ตอนนั้นเพื่อนของฉันบอกว่าจะถือเงินให้ 10 บาท แล้วให้ฉันเก็บให้แค่ 5 บาท ฉันก็ไม่ว่าอะไร แล้วไม่คิดอะไรมาก พอสักพักฉันขอคือนก็ไม่ให้ ขอคืนหลายครั้งก็ไม่ให้ ฉันจะไปบอกครูก็พูดกับครูแทบไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ

                ตอนนั้นฉันบอกตัวเองว่าถ้าฉันอยู่ ป. 3 ฉันคงพูดเมืองได้และคล่องกว่านี้มาก แล้วแอบร้องไห้ สักพักฉันได้ยินเหมือนคนเดินมาพอหันหลังไปมองก็เห็น ครูพี่หล้า เดินมาหา ถามว่าเป็นอะไรร้องไห้ทำไม ฉันไม่รู้จะพูดยังไง ฉันมองหน้าครูแล้วมองเหรียญ 5 ในมือ ในใจอยากบอกครูเขาว่าเพื่อนเอาตังหนูไป 10 บาท แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องพูดว่ายังไง พูดได้แค่ สิบ อย่าเดี่ยวฉันก็เลยเอาเหรียญ ห้า ให้ครูดูแล้วบอกว่า สิบ แล้วฉันก็เรียกชื่อเพื่อนตัวเอง เรียกไปน้ำตาก็ไหลไป ตอนแรกครูก็มองหน้าของฉัน แล้วพยักหัว แล้วถามฉันมาว่าเพือนเอาตังหนูไปหรอ ตอนนั้นหนูแปลได้ไม่หมดหรอก แต่ก็เดาเอาน่าจะประมาณนั้น ฉันก็เลยพยักหน้าตอบ แล้วครูก็เรียกเพื่อนของฉันมาถาม ถามว่ายังไงไม่รู้แต่ฉันก็ได้เงินคืนมา ตอนนั้นดีใจมากเลย หลังจากวันนั้นฉันก็พยายามพูดภาษาไทยมากขึ้น อ่านหนังสือมากขึ้น ทำให้ฉันสามารถสื่อสารได้ดีขี้น