วันนี้ดิฉันรู้สึกเหนื่อยค่ะ..เช้าปั่นต้นฉบับแผนพัฒนาบุคลากรสายบริหารของมหาวิทยาลัย....ที่มาจากการสัมมนาหลายวันก่อน...แบบเร่งๆ....ที่จริงตั้งใจว่าจะทำให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แต่ก็ "มีคนผจญ"(ไม่ใช่มารผจญ) เธอ..จำเรียงมาแล้วไม่ดูเหรอ ดิฉั๊นสู้อุตสาห์หนีขึ้นไปทำงานบนบ้านแล้ว...gotoknog....gotoknow.....ก็ตัดใจไม่เข้าตั้งคืน....ยังมีคนมาเรียกไปดูแม่จำเรียงอีก..."คนผจญจริงๆ"..วันนี้เลยเหนื่อยเลย....เวลาเราทำงานภายใต้ความกดดันเรื่องเวลาหรือ...แรงกดอะไรก็ตามเราจะต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ 
บ่าย....มีต้อนรับผู้มาดูงานการจัดการความรู้..จากสถาบันหนึ่ง...ดิฉันเจอคำถามในอีกมุม...แบบ....จะ...จะ..."โลกที่บรรเจิดของดิฉั๊นมุมเดียวคือมุมบวกของดิฉัน"...วันนี้มีหลากหลายมุมมารบกวน....ดิฉันต้องพยายามค้นหาคำตอบในทุกๆมุม....ดิฉันนึกถึง"ศรัทธา"ถ้าคุณทำอะไรด้วยศรัทธา...อะไรสักอย่างที่เชื่อสนิทใจ...."พลังแห่งความศรัทธา"จะเป็นพลังขับเคลื่อนได้อย่างดี....โดยเกี่ยวโยงกับความศรัทธานี้มีเรื่องเล่าครั้งหนึ่งในการประชุมที่ผู้บริหารถ่ายทอดแผนสู่ฝ่ายปฏิบัติระหว่างเล่าแผนนั้น.....ท่านจะพูดโดยมีคำว่า"ถ้าทำสำเร็จ"กำกับตลอดเวลาในวันนั้น....ดิฉั๊นได้ยินทีไรก็สะดุ้งพร้อมมีความคิดในใจว่าหากเปลี่ยนเป็น"เราต้องทำสำเร็จ"....แทน...แรงฮึกเฮิมจะเกิดขึ้นมากมายแล้วในตอนท้ายท่านเปิดโอกาสให้เสนอแนะว่า ให้ความเห็นแผนที่ท่านนำเสนอ.....ดิฉันตัดสินใจยกมือและเสนอด้วยความนอบน้อมว่าดิฉันฟังอย่างท่านอย่างตั้งใจโดยตลอดและมีแรงทวีคูณเมื่อคิดตามแผนที่ท่านนำเสนอ....แต่ขอเสนอความเห็นว่า....คำที่ท่านกำกับแผน...จากคำว่า "ถ้าทำสำเร็จ".....หากเปลี่ยนเป็น...."เราต้องทำสำเร็จ"แทนจะดีมากในแง่ความรู้สึกท่านหัวเราะดิฉันแบบเอ็นดู(นี่ดิฉันคิดเองอีก....ชอบคิดเข้าตัว).....นี่หนู "ในการทำงานจริงใช่ว่าจะสำเร็จทุกเรื่อง..ผมพูดเผื่อไว้เป็นการสื่อว่า...ไม่การันตีว่าผมจะทำได้สำเร็จ...ทุกเรื่อง".
    หลังจากวันนั้นดิฉันได้รับการบอกเล่าว่าเวลาท่านไปคุยที่ไหนท่านก็จะเอ่ยว่า....ผมขอใช้คำพูด....ตาม"ทฤษฎีคุณเมตตา"ว่า...."ทั้งหมดที่พูดมาเราต้องทำสำเร็จ"