ประสบการณ์ครั้งนี้ ดิฉันจำได้ขึ้นใจเรื่องราวนี้เริ่มจากตอนนั้น เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ช่วงฤดูร้อน ประมาณเดือน เมษายน ดิฉันได้ปรึกษาแม่ว่า ดิฉันอยากลงไปทำงานที่ กทม. ไปดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมีทั้งเคสติดเตียง และ เคสอยู่เป็นเพื่อน ถ้าลงไปต้องไปอยู่เป็นเดือนถึงจะคุ้มกับการลงไปทำงานไกลบ้าน ตอนแรกแม่ก็ไม่เห็นด้วย แถมไกลบ้าน และ ดิฉันก็ไม่เคยไป ด้วยความเป็นห่วง แต่ดิฉันก็สรรหาคำพูดเพื่อให้แม่ใจอ่อนสุดท้ายแม่ก็ยอม แท่ก็ติดต่อกับเพื่อนที่ทำงาน กทม. ประจวบพอดีกับทางศูนย์มีคนออก และ ต้องการรับคนมาทำงานแทนต่อพอดี ดิฉันเลยตัดสินใจไปในอีกวันหนึ่ง ขึ้นรถจากขุนยวม เวลา 16.30 น. ไปถึง ประมาณ 07.30 น.บอกเลยว่านี่เป็นการเดินทางไป กทม.เองครั้งแรก ไปทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักเส้นทาง ไม่รู้จักใคร รู้แค่ว่า  พอถึงหมอชิต ให้นั่งแท๊คซี่มาส่งที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ พอมาถึงศูนย์ พี่ที่นั่งก็ให้เราเอาของไปพักที่ห้องก่อน แล้วคอยดูเวลาพี่เขาให้อาหารคนไข้ ให้ทางใสยาง การเปลี่ยนแพมเพิ้ด การอาบน้ำให้เขา เพราะ ผู้ป่วยแต่ละเคสไม่เหมือนกัน บอกเลยการทำงานแบบนี้ไม่ง่ายเลย ต้องใช้ความอดทน อดกลั้นสูง สักครู่พี่เจ้าของเรียกในนามว่า "แม่เดือน" ก็เข้ามาที่ศูนย์ เพื่อมาสัมภาษณ์ ประมาณว่าอายุเท่าไหร่ เคยดูแลผู้ป่วยเคยผ่านงานมาไหม แล้วก็ดูตัวเราน้ำหนัก ส่วนสูงเรา เพราะบางทีต้องพยุง ดูแลคนไข้เวลาไปเข้าห้องน้ำ เป็นต้น และแล้วเวลาประมาณบ่ายโมง แม่เดือน ก็เรียกให้ดิฉันไปหาแล้วบอกว่า มีอยู่เคสหนึ่งนะ จะให้ดิฉันไปดูแล ซึ่งอยู่ที่ ชลบุรี ดิฉันด้วยความจะได้งานทำ ดีใจแล้วตอบรับไปว่า ไปคะไป หนูจะสู้ค่ะ แล้วพี่เขาก็ต่อรถเรียกให้ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงได้ ก็ถึงที่หมายแล้วได้ไปเจอกับพี่ที่เขาจะออกแล้วจะให้หนูไปทำแทน ก็พูดคุยทำความรู้จักกัน พอไปถึงบ้านที่เราจะต้องดูแลคนไข้ คือมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้เลย ความรู้สึกคือนึกถึงบ้านตัวเองเหลือเกิน เหมือนร้องไห้ในใจเป็นสิบรอบได้ มันอึดอัดใจไปหมด และสำนวนที่นึกถึงแล้วเข้าใจอย่างลึกซึ้งเลยคือ "คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก" ในความคิดตอนนั้นอยากออกไปจากที่แห่งนี้เร็ว ๆ ดิฉันติดต่อแม่เดือน ว่าดิฉันไม่โอเคกับที่นี้เลย และมีเหตุผลหลายอย่าง ดิฉันก็ถ่ายรูปส่งให้แม่เดือนดู คืนนั้นดิฉันนอนไม่หลับเลย ได้แต่รอเวลาว่าเมื่อไหร่จะเช้า ๆ และแล้วดิฉันก็กลับมาที่ศูนย์อีกครั้ง และ รองานต่อไป วันแล้ววันเล่าและคนก็มารองานมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ดิฉันเวลานั้นมันท้อใจ คิดถึงพ่อ แม่ บ้านมาก ๆ แค่ได้ยินเสียงแม่น้ำตามันก็ไหล แล้วแม่ก็บอก ลูกกลับบ้านเถอะนะ ไม่ไหวก็กลับ อย่าคิดมากไม่เป็นไรกลับมารับจ้างแถวบ้านวันสองร้อยบาท อยู่ที่บ้านอยู่ใกล้ ๆ กันแม่อุ่นใจกว่า ตั้งแต่วันที่ลูกลงไป กทม. ไม่มีวันไหนที่แม่ได้หลับสนิทเลย เป็นห่วง ลูกไม่รู้จักใคร ไม่รู้ทาง กลัวโดนหลอก กลับบ้านเราเถอะนะถือสะว่าเป็นประสบการณ์ให้กับลูกนะ พอเช้าอีกวันดิฉันตัดสินใจกลับบ้านทันที คิดในใจ ไว้ปีหน้าจะมาใหม่นะคะ จะเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้อยากกลับไปกอดแม่ที่สุด และแล้วก็ถึงบ้าน ความรู้สึกตอนนั้นทั้งดีใจ ทั้งเขิล ทั้งอาย ดีใจที่ได้กลับมาบ้านที่อบอุ่น เขิลอายที่บอกว่าจะไปทำงานจะเอาตังกลับมาให้แม่ แต่สุดท้ายกลับตัวเปล่า อิอิ แต่สิ่งที่ได้คือประสบการณ์ เป็นเรื่องราวที่เรายังจำได้ขึ้นใจ ว่าครั้งหนึ่งเราก็เคยผ่านอะไรมาบ้าง 

                      

                                                       "ประสบการณ์ไม่สามารถเอาเงินตราหาซื้อได้ 

                                                         นอกเสียจากการออกไปพบเจอด้วยตนเอง"