"ต้นทุนชีวิตที่แตกต่าง"

คำว่า "ต้นทุนชีวิต" ในทัศนคติของดิฉันนั้นใครจะมองอย่างไรดิฉันไม่สนแต่สำรับดิฉันคิดว่าต้นทุนชีวิตที่ต่ำถือว่าเป็นผลดีทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้นไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้วอะไรที่เข้ามาในชีวิตถือว่าเป็นกำไรของการเรียนรู้ที่ดี ชีวิตเราสามรถลิขิตได้ด้วยตัวเราเอง


ดิฉันเชื่อว่าทุกคนเกิดมาล้วนมีต้นทุนชีวิตแน่นอน แต่ละคนนั้นมีต้นทุนที่ไม่เท่ากันบางคนอาจเกิดมาสบายครอบครัวมีพร้อมแต่บางคนเกิดมาลำบากขาดสนแตกต่างกันตามบุญที่สะสมมาแต่ปานก่อน   สำหรับดิฉันก็ได้เกิดมาในป่าในเขาท่ามกลางธรรมชาติซึ่งห่างไกลจากความเจริญไม่มีถนนดีๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่โชคดีทีมีครอบครัวอบอุ่นมีญาติๆที่รักและคอยช่วยเหลือ

ดิฉันเชื่อว่าเมื่อพูดถึงต้นทุนชีวิตหลายๆคนอาจนึกย้อนกลับไปที่พื้นฐานของตัวเองที่เกิดมาปัจจัยที่สำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่อง"เงิน" ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆล้วนต้องใช้เงินตั้งแต่ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่ม อาหาร และการศึกษาก็เช่นกันยิ่งไม่มียิ่งต้องไขว่คว้า"ความรู้"ถ้ามีความรู้มากยิ่งดีเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเราเองฉะนั้นทุกเวลามีค่าใช้ทุกเวลาให้เป็นประโยชน์ที่สุดและหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ พยายามทำตัวให้เป็นน้ำครึ่งแก้วเพื่อเพิ่มพูนรับน้ำใหม่ๆที่มีประโยชน์ให้กับตัวเอง เมื่อมีโอกาสต้องวิ่งเข้าใส่ทุกโอกาสชีวิตและเป้าหมายคนเรายังอีกไกล

เมื่อไม่มียิ่งต้องดิ้นรนสู้ต่อไปดิฉันไม่เคยคิดน้อยเนื้อต่ำใจเลยที่ได้เกิดมาในถิ่นทุรกันดารแต่กลับภูมิใจที่ได้เกิดมาในครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง  ซึ่งไม่มีอะไรนอกจากบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่ง สอนให้ทำงานเป็นและเรียนรู้การสู้ชีวิตตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เล็กจนโตก็เห็นพ่อแม่ทำไร่ปลูกข้าวไร่ไว้ประทับชีวิต ปลูกพริกกะเหรี่ยงไว้ขาย ซึ่งกำไรที่ได้คงไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆของลูกๆที่กำลังศึกษาอยู่

พอดิฉันโตขึ้นมาหน่อยพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ก็เข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง  ทุกๆเสาร์อาทิตย์ก็จะทำงานรับจ้างปลูกข้าวโพด เกี่ยวข้าว คัดลำไย คัดมะเขือเทศ และทำความสะอาดบ้านให้ครูบางครั้งก็ได้ค่าตอบแทนวันละ 200บาทบ้าง 100 บาทบ้าง ถึงว่าเยอะมากตอนนั้นซึ่งก็ทำให้เรารู้จักคุ้นค่าของเงินมากขึ้น พอปิดเทอมมาก็ไปทำงานเป็นแม่บ้าน  ดูแลผู้สู่งอายุ  ไปช่วยงานที่เขาแก้วเสด็จ และธุดงค์บ้าง  ทำให้ได้เจอกับโลกที่กว้าขึ้น ถึงลำบากหน่อยแต่ก็ไม่ทำให้ดิฉันผิดหวังและคิดว่าตัวเองมีต้นทุนชีวิที่ต่ำไม่ได้แปลว่าจิตใจจะต่ำไปด้วย ฉะนั้นจิตใจต้องดีและเข้มแข็งของอย่าท้องและอย่าอ่อนแอ อดทนต่อปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ถือว่าเป็นกำไรที่ดีของชีวิต





https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwjNx5zR94TkAhXPYysKHSJ7BXAQ_AUIEigB&biw=1366&bih=657

ฉะนั้นต้นทุนชีวิตเราสามารถเพิ่มเองได้อย่านึกถึงต้นทุนชีวิตข้างหลังเพียงเเค่คิดว่าเรายังขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป เเต่จงคิดว่า ถึงเเม้เราไม่มีอะไรที่พร้อมเหมือนคนอื่นๆ เเต่เราก็สามารถประสบความสำเร็จอย่างคนอื่นได้  ต้นทุนชีวิตที่น้อยกว่าใช่ว่าจะเป็นจุดด้อยหรือข้ออ้างในการใช้ชีวิต เเต่กลับเป็นเเรงผลักดันให้เรามีแรงสู้เพื่อให้เกิดความพยายาม และพิสูจน์ความสำเร็จตามป้าหมายที่เราวางไว้  ชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนชีวิตที่่ผ่านมาขึ้นอยู่กับ “จิตใจและความพยายาม” ของเราในตอนนี้ต่างหาก