ผมปรารถนาอยากจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์โลกสัมผัสได้
                  ผมสร้างโบสถ์ในเขตพุทธาวาส เปรียบเหมือนบ้านของพระพุทธเจ้า สีขาวแทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาวหมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล
                 สะพานหมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ก่อนขึ้นสะพานครึ่งวงกลมเล็กหมายถึง โลกมนุษย์ วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามาร หรือพระราหูหมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์ ผู้ใดจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองทิ้งลงไปในปากของพญามาร เพื่อเป็นการชำระจิตเราให้ผ่องใสถึงจะเดินผ่านขึ้นไป บนสันของสะพานจะประกอบไปด้วยอสูรอมกัน ๑๖ ตัว ข้างละ ๘ ตัว หมายถึง อุปกิเลส ๑๖ จากนั้นก็จะถึงกึ่งกลางสะพาน หมายถึงเขาพระสุเมรุ เป็นที่อยู่ของเทวดา ด้านล่างเป็นสระน้ำ หมายถึงสีทันดรมหาสมุทร มีสวรร์ตั้งอยู่ ๖ ชั้นด้วยกัน ผ่านสวรรค์ ๖ ชั้น เดินลงไปสู่แผ่นดินของพรหม ๑๖ ชั้น แทนด้วยดอกบัวทิพย์ ๑๖ ดอก รอบอุโบสถ ดอกที่ใหญ่สุด ๔ ดอก ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์หมายถึงซุ้มพระอริยเจ้า ๔ พระองค์ ประกอบด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เป็นสงฆ์สาวกที่เราควรกราบไหว้บูชา
                  ก่อนขึ้นบันได ครึ่งวงกลมหมายถึง โลกุตตรปัญญา บันไดทางขึ้น ๓ ชั้น แทนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านแล้วจึงขึ้นไปสู่แผ่นดินของอรูปพรหม ๔ แทนด้วยดอกบัวทิพย์ ๔ ดอก และบานประตู ๔ บาน บานสุดท้ายเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่าง (ความหลุดพ้น) แล้วจึงจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่พุทธภูมิ
                  ภายในประกอบด้วยภาพเขียนโทนสีทองทั้งหมด ผนัง ๔ ด้าน เพดานและพื้นล้วนเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งเข้าสู่โลกุตตรธรรม
                  ส่วนบนของหลังคาโบสถ์ ผมได้นำหลักธรรมอันสำคัญยิ่งของการปฏิบัติจิต ๓ ข้อ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นำไปสู่ความว่าง (ความหลุดพ้น)
                  ผมแทนช่อฟ้าเอกเป็นศีล ประกอบด้วยสัตว์ ๔ ชนิดผสมกัน แทน ดิน น้ำ ลม ไฟ ช้างหมายถึง ดิน นาคหมายถึง น้ำ ปีกหงส์หมายถึง ลม และหน้าอกสิงห์หมายถึง ไฟ ขึ้นไปปกปักรักษาพระศาสนา บนหลังช่อฟ้าเอกเทินด้วยพระธาตุหมายถึง ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ข้อและ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
                  ช่อฟ้าชั้นที่ ๒ (บน) หมายถึงสมาธิ แทนด้วยสัตว์ ๒ ชนิด คือ พญานาคกับหงส์ เขี้ยวพญานาค หมายถึงความชั่วในตัวมนุษย์ หงส์หมายถึง ความดีงาม ศีลเป็นตัวฆ่าความชั่ว (กิเลส) เมื่อใจเราชนะกิเลสได้ก็เกิดสมาธิ มีสติกำหนดรู้ก็เกิดปัญญา
                  ช่อฟ้าชั้นที่ ๓ (สูงสุด) หมายถึงปัญญา แทนด้วยหงส์ปากครุฑหมอบราบนิ่งสงบไม่ปรารถนาใดๆมุ่งสู่การดับสิ้นซึ่งอาสวะกิเลสภายใน
                  ด้านหลังหางช่อฟ้าชั้นที่ ๓ มีลวดลาย ๗ ชิ้น หมายถึงโพชฌงค์ ๗ ลาย ๘ ชิ้นรองรับฉัตร หมายถึงมรรค ๘ ฉัตรหมายถึงพระนิพพาน ลวดลายบนเชิงชายด้านข้างของหลังคาชั้นบนสุดแทนด้วยสังโยชน์ ๑๐
                  เสา ๔ มุม ด้านข้างโบสถ์คือ ตุง (ธง) กระด้าง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าตามคติล้านนา
                  ผมคงอธิบายคร่าวๆแค่นี้ จริงๆแล้วรายละเอียดมีมากกว่านี้เยอะ เพราะผมจะสร้างทั้งหมด ๙ หลัง แต่ละหลังมีความหมายเป็นคติธรรมทุกหลัง
                  ผมหวังจะสร้างงานพุทธศิลป์ของแผ่นดินให้ยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อให้คนทั้งโลกยอมรับและปรารถนาจะมาชื่นชมให้ได้ จะถวายชีวิตสร้างจนลมหายใจสุดท้าย และได้สร้างลูกศิษย์รอรับช่วงต่ออีก ๒ ช่วง หลังผมตายคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ทั้ง ๙ หลัง คงใช้เวลาทั้งหมด ๖๐-๗๐ ปีครับ
                   ขอร่วมอนุโมทนาในกุศลจิตอันแรงกล้าและความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่จะสร้างพุทธศิลป์ฝากไว้ในแผ่นดิน ขอความตั้งใจดังกล่าวจงสำเร็จโดยฉับพลับและเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิโดยเร็ว
                   ท่านผู้ใดปราถนาจะได้ร่วมบุญสร้างวัดร่องขุ่นกับ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เชิญติดต่อที่วัดร่องขุ่น ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ๕๗๐๐๐ โทร. ๐-๕๓๖๗-๓๕๗๙,๐-๙๙๕๑-๕๘๔๒,๐-๑๗๙๖-๗๔๓๒ FAX.๐-๕๓๖๗-๓๕๓๙ 

                  ชมภาพวัดร่องขุ่นได้ที่นี่ ค่ะ   http://gotoknow.org/file/chuanpis/rongkun.pdf