เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ดูฤกษ์ดูยามก็ดี เสียงคุณกิจเล็กๆ แต่หลาย ๆ เสียงก็ดี ฉกฉวยโอกาสหรือรอจังหวะที่เหมาะสมก็ดี...

วันศุกร์ที่ผ่านมาผู้เขียนทำงานคู่กับพี่โอ๋ คุยไปคุยมาก็เลยย้อนไปถึงอดีตช่วงที่พี่โอ๋ไม่อยู่ไปเรียนออสเตรเลีย (ก็ต้องขอบคุณพี่โอ๋ ทำให้ได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องเล่านี้) โดยเฉพาะเรื่องเล่าความสำเร็จกว่าจะได้เปลี่ยนมาใช้ primary  tube หรือหลอดเลือดวิเคราะห์โดยตรง   <blockquote> คงจำไม่ผิดวันที่ใช้วันแรกเป็นวันศุกร์ที่1 ส.ค. 2546 พอดิบพอดี หลังจากนั่ง “จับยามสามตา" เห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมเริ่มต้นเดือน เป็นวันศุกร์คงจะราบรื่นด้วยอันนี้คิดเอาเอง </blockquote> จริง ๆ แล้วการใช้หลอดเลือดนำไปวิเคราะห์โดยตรงไม่ใช่เรื่องแปลกและใหม่เลย ผู้เขียนเห็นมาตั้งแต่สมัยตัวเองฝึกงานด้วยซ้ำ (ปี 2537) แต่ทำงานที่นี่ก็เห็นเขาดูด serum มาใส่ cup ตรวจแทนที่จะใช้หลอดเลือด ซึ่งพบว่าบางครั้งก็ดูดผิด เพราะต้องเขียน No. Lab ใส่ cup หรือรายเดียวกันมีทั้งเลือด มีทั้งปัสสาวะ บางครั้งก็เจอดูด ปัสสาวะไปใส่ใน cup ของเลือด ลายมือแต่ละคนก็อ่านยากด้วย (โดยเฉพาะตัวเอง)  และปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นทุกปี   <blockquote> ก็เคยบอกเล่า (หลายคนต่อหลายครั้ง) ทำไมเราต้องมาดูด serum จากหลอดเลือดแต่ละหลอดมาใส่ cup ทำไมไม่ใช้หลอดเลือด เพราะน่าจะมีประโยชน์มากกว่า… </blockquote><ul style="margin-top: 0cm">

  • ช่วยลดขั้นตอนและภาระงาน รวดเร็วขึ้นไม่ต้องเขียน Cup และดูด serum ใส่ cup ทุกราย (ช่วงนั้นประมาณ 400 - 500 ราย ประมาณว่าเขียน cup 400 -500 cup ดูด serum 400 -500 ราย พอช่วงเย็นก็เมื่อยแขน )
  • ถูกต้อง ลดความผิดพลาดของผลตรวจวิเคราะห์กับผู้รับบริการมากกว่าเพราะนำหลอดเลือดไปวิเคราะห์โดยตรง
  • ลดภาระงานของการล้างอุปกรณ์ Cup Tip เพราะใช้น้อยลง
  • </ul> จะว่าไปตัวเองก็ไม่ได้เดือดร้อนสักเท่าไร จำได้ว่าสมัยก่อนตำแหน่งนักเทคนิคฯ ไม่ต้องทำหน้าที่นี้ด้วยซ้ำ ใครอยากทำก็ช่วยได้ แต่เป็นหน้าที่โดยตรงของพนักงานวิทย์ฯ   <blockquote> คนที่เห็นด้วยจึงมีแต่พนักงานวิทย์ และคนอื่นๆ แต่ในตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ก็ไม่ค่อยมีใครจะเห็นด้วยสักเท่าไร บางคนก็เฉย ๆ วางตัวเป็นกลาง บางคนก็ค้านซะด้วยซ้ำ (เขาก็กลัวปัญหาเรื่องการ Clotted ของเลือด ทำให้เครื่องมีปัญหา แต่เราสามารถแก้ได้ด้วยการเพิ่มจำนวนรอบความเร็วเครื่องปั่น + กับเวลาที่ใช้ในการปั่นแยกได้) วันที่ตัดสินใจทำก็รู้สึกทั้งกดทั้งดัน </blockquote> สิ่งที่สำคัญสุด ๆ ที่ทำให้มีโอกาสได้ทดลองในวันนั้นคงจะต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ประสิทธิ์ ที่เพิ่งกลับมาจากออสเตรเลีย ที่บอกว่า ทำไปเลยครับ (รอมานานคำนี้) ตัวเองจึงได้ฉกฉวยโอกาสนั้นเอ๊ย ! ใช้ช่วงจังหวะในการเปลี่ยนแปลง…(นึก ๆ อยู่เหมือนกันว่าตัวเองเป็นนักฉก นักฉวย…โอกาสหรือไม่ )  <blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ เสียงหรือพลังของ "คุณกิจ" แม้จะเล็กแต่หลายคนรวมกัน ที่จุดประกายให้เกิดพลังมากพอในการเปลี่ยนแปลง และทำให้คิดได้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเรา แต่เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบริการ</p></blockquote> (จำได้ว่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้หลอดเลือดโดยตรงแทนการเขียน cup แล้ว วันหลังเมื่อเกิดกรณีเครื่องมีปัญหาต้องกลับไปใช้เครื่องเก่าซึ่งใช้หลอดเลือดไม่ได้ แล้วต้องเขียน cup คนที่ค้านและบอกว่าอยากเขียน cup มากก็ไม่ยอมมาทำ..)  <blockquote> จะเป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่ เมื่อนึกย้อนมองกลับไปก็อดดีใจไม่ได้ ถ้าไม่ผ่านพ้นวันนั้น วันนี้ก็ไม่รู้จะเป็นเช่นไร หรืออาจเปลี่ยนแปลงได้ในวันหรือเดือนอื่นๆ หลังจากนั้นก็ได้ … </blockquote>  เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ดูฤกษ์ดูยามก็ดี เสียงคุณกิจเล็กๆ  แต่หลาย ๆ เสียงก็ดี ฉกฉวยโอกาสหรือรอจังหวะที่เหมาะสมก็ดี... <blockquote> ก็เป็นอันว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั่น ไม่ช้าไม่นานความสำเร็จก็จะตาม....มา อีกแล้วคร๊าบ…ท่าน  </blockquote>