จ๊ะเอ๋....

คุณจะรู้บ้างไหมว่า การแสดงสีหน้า แววตาตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ของคนอ่านบันทึกใน gotoknow
….เค้าทำหน้ายังไง??

อย่างเช่น ชื่อบันทึกนี้ ..... นายบอนว่า  ครูอ้อยคงจะทำหน้าขุ่นมัว
.....ชื่อบันทึกนี้ ..... นายบอนว่า คุณไมโต จะทำหน้างงๆ มีเครื่องหมาย ? เต็มหน้า
.....ชื่อบันทึกนี้ ..... นายบอนว่า คนอื่นๆ คงทำหน้า..... ลืมใส่เครื่องปรุง


(สีหน้าเรียบเฉย ไร้รสชาติ)

มองมุมกลับ
ถ้าไปอ่านบันทึกในบล็อกของคุณไมโต และบล็อกครูอ้อย...
.... คนอื่น ปลื้ม ชื่นชม
.... คนอื่นๆ ติดตาม ร่วมเขียนความเห็น
.... นายบอน ตามอ่าน ยิ้ม ชื่นชม

ในบล็อกครูอ้อย ถ้าเป็นบันทึกที่เป็นประเด็นที่ไม่เห็นด้วย
.... คนอื่น ปลื้ม ชื่นชม
.... คนอื่นๆ ติดตาม ร่วมเขียนความเห็น
.... นายบอน ตามอ่าน ยิ้ม ชื่นชม หยิบมาสะท้อนความแตกต่างของมุมมอง

“การเป็นกระจกเงาสะท้อน ถ้าคนส่องกระจก เหลียวเห็นจุดด้อย ก็จะแก้ไข....”

นายบอนประทับใจสำนวนของครูอ้อย จากบันทึกในช่วง ก.ย.-พ.ย. 2549 ยิ่งเวลาพาดพิง อ้างอิง จะระบุชื่อกันตรงๆ ในบันทึก เช่น คุณไมโต คุณจ๊อด คุณบอน ฯลฯ

รู้สึกว่า เป็นกันเองจริงๆ

นายบอนเขียนบันทึกในมุมแตกต่าง แย้งไปบ้าง ครูอ้อยก็ชี้แจงด้วยความเป็นกันเอง
แต่พอเลยช่วงเวลาดังกล่าว บันทึกแย้งๆ .... ครูอ้อยชักอารมณ์บ่จอย.....

คาดว่า คงจะเกิดความรู้สึกว่า
”ทำไม ชาวบ้านชาวเมืองพากันยกย่องชื่นชมฉัน แล้วนายบอนจะพูดดีๆแบบชาวบ้านเขาบ้างไม่ได้หรือไง ฉันอุตส่าห์หวานใส่แล้วนะ.....”

โกรธสิครับ ครูอ้อย โกรธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นายบอนจะยิ้ม


แต่เพื่อนๆได้ให้มุมมองว่า ยิ่งครูอ้อยเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากได้รับรางวัลสุดคะนึง ไม่สมควรที่จะไปเขียนอะไรที่เป็นกันเองแบบนั้น ยิ่งเป็นที่รู้จัก หลายคนยิ่งติดตาม ชื่นชม ความเป็นบุคคลสาธารณะทำให้ความเป็นส่วนตัวหายไป

ท่าทางจะจริงแฮะ.....

เพราะนายบอนเขียนบันทึกในแนวแย้งๆ ครูอ้อย อย่างไม่คิดว่า จะเป็นประเด็นที่ทำให้ต้องหมางเมิน แต่ผิดคาด ครูอ้อยไม่พอใจอย่างมาก

แต่ความจริงแล้ว ถ้าคนเราไม่คิดถึงกัน ชอบพอ ประทับใจ ชื่นชมกัน

จ้างให้ก็ไม่เขียนถึงในบันทึกหรอก
ยิ่งครูอ้อย นายบอนเขียนบันทึกถึงหลายบันทึก เขียนบ๊อยบ่อย มากกว่าใครๆ ในแบบที่ใครๆก็มอบความพิเศษให้เช่นนี้ ไม่ได้

”แสดงว่า รักมากน่ะดิ....”

”ใครบอก .... ตะกี้ไม่ได้พูดคำนี้ออกมาเลย”...

โกรธสิครับ ครูอ้อย โกรธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นายบอนจะยิ้ม



เหรียญยังมี 2 ด้าน  ชีวิตมีหลายมุม
ความระลึกถึง ความประทับใจ ก็แสดงออกได้หลายรูปแบบ

เพื่อนนายบอนถาม “ที่ครูอ้อยเขียนบันทึกว่า ปลื้มนายบอนมากๆ เป็นภาพลวงตารึเปล่า”
อันนี้ ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่า ปลื้มแบบสุดๆได้ ก็หมางเมินแบบสุดๆได้

อ้าว .... นายบอนคงเป็นคนแรกและหนึ่งเดียวใน gotoknow ที่ครูอ้อยแสดงออกทั้งปลื้มสุดๆ และหมางเมินสุดๆ ผ่านทางบันทึกรึเปล่านี่....

ถือว่า เป็นความพิเศษเสียด้วย

โกรธสิครับ ครูอ้อย โกรธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นายบอนจะยิ้ม



เพื่อนๆเห็นนายบอนนั่งสมัครตัวนับสถิติ blogpatrol ถึง 12 ตัว ให้ครูอ้อย
“ทำให้มากเกินไปหรือเปล่า”
”อยากให้ของขวัญครูอ้อยบ้าง”
”คนอื่นส่งของขวัญมีคุณค่า มีราคาไปให้ถึงบ้าน ครูอ้อยถ่ายรูปเอามาโชว์ด้วย แล้วนี่จะมีค่าหรือ”
”วันนี้ ไม่เห็นคุณค่าไม่เป็นไร แต่วันข้างหน้าคงจะมีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง”

สมัครไป 4 ตัวนับ ไฟดับ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงไฟก็มา ก็สมัคร 5-12 ต่อ

“มากไปรึเปล่า ทำให้แล้วเค้าจะใช้เหรอ”
“ไม่เป็นไรหรอก ของฟรี”
”จะต้องทำอะไรเอาใจครูอ้อยตลอดแบบนี้ตลอดไปรึเปล่า ครูอ้อยถึงจะรัก”
”แค่ช่วงเวลาหนึ่งได้ช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ครูอ้อยยังไม่มีก็ดีแล้วล่ะ เดือนต่อๆไปไม่มีอะไรให้ เค้าก็เลิกสนใจไปเองแหละ.....”

ใน 24 ชั่วโมง / 1 วัน มีแง่มุมบันทึกมากมาย แต่อาจจะหยิบแง่มุมที่คิดว่า น่าเขียน มาบันทึกไว้
แต่เมื่อครูอ้อย หมางเมิน เลยหยิบแง่มุมที่ลืมบันทึก เพราะน่าจะเลยช่วงเวลาที่ครูอ้อยเลิกสนใจไปแล้ว

โกรธสิครับ ครูอ้อย โกรธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ดอกไม้ในสวนหลากสี ความเห็นที่แตกต่าง คือ ความงดงาม เป็นสิ่งเปรียบเทียบทำให้คุณค่าของสิ่งหนึ่ง โดดเด่นขึ้น

สิ่งที่ไม่รู้ เมื่อได้รับรู้ ...... จึงเป็นความรู้ใหม่

แต่ก่อน ครูอ้อยชอบสรุปยอดตัวนับสถิติ ติดตัวนับตัวเดียว ทั้ง 12 บล็อก จึงต้องทักท้วง เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครทำกัน ยิ่งเป็นบุคคลสาธารณะจากการได้รับรางวัลสุดคะนึง คงไม่ดีแน่ หากถูกกล่าวหาว่า ปั่นสถิติ

ความรู้นี้ เป็นที่มาของการติดตัวนับสถิติ 12 ตัว 12 บล็อก และความรู้เพิ่มเติมต่างๆจากตัวนับสถิติ จนกระทั่ง เผลอไปเขียนว่า ไม่เคยมีเพื่อนที่ญี่ปุ่น

เมื่อคุณไมโตโผล่ออกมา ครูอ้อยจึงได้โอกาสสานต่อมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม


เมื่อครูอ้อย หมางเมิน นายบอนก็ไม่กล้า เข้าไปเขียนความเห็นในบันทึกของครูอ้อย....
กลัวความดันของครูอ้อย พุ่งสูงปรี๊ด

โกรธสิครับ ครูอ้อย โกรธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นายบอนจะยิ้ม



ในหลายบันทึก นายบอนชอบให้ความเห็นที่ต่าง แย้งบ้าง แต่จะเป็นเพียงมุมมองต่อเรื่องนั้น
แต่ในภาพรวม ปลื้ม ประทับใจ ชื่นชม ครูอ้อย เช่นเดิม








แต่ในบันทึก  การจัดการความคิดความขัดแย้งของคุณไมโต-ครูอ้อย-นายบอน

ครูอ้อยเข้ามาเขียนว่า “มีชื่อครูอ้อย”...  นายบอนเห็นแล้ว รู้สึกถึงความห่างเหินจริงๆ

เศร้าใจ อยากร้องไห้

เพราะแต่ก่อน ครูอ้อยอยากจะเขียนความเห็น ก็เขียนทันที ไม่ต้องมีชื่อครูอ้อย

ครูอ้อยเขียนถึงนายบอนในบันทึก เพื่อนชายของครูอ้อย ติดใจความเห็นอันร้ายกาจของนายบอน...

ครูอ้อยครับ เตรียมโกรธอีกรอบ


เวลาที่ครูอ้อยมีความรู้สึกที่ดี เต็มเปี่ยมด้วยมิตรภาพ เนื้อหาบันทึกมีแต่เรื่องดีๆ
ตรงกันข้าม เมื่อครูอ้อยไม่พอใจอย่างแรง ไม่ว่าคู่กรณีจะว่าอย่างไร อาจจะคืนดีได้ยาก
ถ้าไม่มีคนกลาง

ย้ำ ไม่พอใจ ......อย่างแรง    

ถ้าไม่แรง ก็จะคืนดีได้เร็ว


เมื่อคุณไมโตเข้ามาเขียนความเห็น ตรงๆ ครูอ้อยคงมาเห็น ก็คงหยุดคิด
ถ้าไม่เห็น คงปะฉะดะอีกหลายสิบบันทึก



โกรธสิครับ ครูอ้อย โกรธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นายบอนจะยิ้ม




หลายมุมมองที่ทักท้วงครูอ้อย เช่น ผู้ที่ได้รับรางวัลสุดคะนึงแล้วจะเขียนบันทึกน้อยลง ครูอ้อยก็หยิบบางข้อความของนายบอนมาเขียนระบายอีกรอบ

ความจริงแล้ว มีข้อมูลนำเสนอนะครับ แต่ช่วงเวลาหมางเมิน ถ้าเอา chart ไปแปะ จะเหมือนเป็นการไม่ไว้หน้ากันเกินไป



โกรธสิครับ ครูอ้อย โกรธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นายบอนจะยิ้ม


ความเห็นที่แตกต่าง ทำให้เราได้เรียนรู้ ในสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนรู้เลย

- อาจจะไม่มีโอกาสรับรู้ว่า คนที่ถูกหมางเมิน เค้าก็ยังเหมือนเดิม คิดถึงติดตามอ่านเหมือนเดิม แต่บทบาทแตกต่างจากคนอื่น
- อาจจะไม่มีโอกาสรับรู้ความเห็นที่ตรงไปตรงมา ของอีกฝ่าย นอกเหนือจากคนในครอบครัว ญาติ พี่น้อง เพื่อนสนิท
- อาจจะไม่มีโอกาสได้มองเห็นอีกด้านของตัวเอง

ครูอ้อยครับ เตรียมโกรธอีกรอบ

บันทึกนี้ นายบอนบอกให้ครูอ้อยโกรธ แถมใส่ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รวมๆกันแล้ว ได้โกรธนับร้อยครั้งแล้วมั้ง

ความจริง อยากจะเปลี่ยน “โกรธ” เป็น “ยิ้ม”

ยิ้มสิครับ ครูอ้อย ยิ้ม ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นายบอนยิ้ม

(ไม่มี “จะ” ยิ้ม )

อ่านบันทึกเรื่อง  จะเก็บมิตรภาพให้คงความหอมหวานได้อย่างไร แล้ว
(หมายเหตุ ณ เวลาที่ post บันทึก ครูอ้อยซ่อนบล็อกนี้เอาไว้ หรือลบไปแล้วก็มิทราบได้)

กับดูอารมณ์ ความเป็นไปของครูอ้อยในวันนี้

นายบอนไม่กล้าที่จะเข้าไปเขียนทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น ด้วยความรู้สึกเป็นกันเอง บ่อยๆ ถี่ๆ มันๆ ม่วนๆแบบเดิมครับ เพราะไม่รู้ว่า จะมีข้อความประโยคใด ที่จะทำให้ครูอ้อยเกิดอาการหมางเมินอีก

ถ้าเขียนความเห็น ก็คงเป็นแบบ เรียบๆ แล้วจะโดนต่อว่าอีกหรือไม่ว่า ผิดไปจากเดิม
ไม่กันเองเหมือนเดิมเลย???





เพื่อนๆได้ให้มุมมองว่า ยิ่งครูอ้อยเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากได้รับรางวัลสุดคะนึง ไม่สมควรที่จะไปเขียนอะไรที่เป็นกันเองแบบนั้น ยิ่งเป็นที่รู้จัก หลายคนยิ่งติดตาม ชื่นชม ความเป็นบุคคลสาธารณะทำให้ความเป็นส่วนตัวหายไป


บางที สิ่งนี้อาจจะเป็นเส้นคั่นบางๆก็ได้นะครับ กันเองแบบเดิม อาจจะไม่เหมาะสมมากนัก
อาจจะทำให้ลูกศิษย์ บุคคลที่รักและเคารพครูอ้อย ไม่สบายใจก็ได้ว่า มีใครบางคน บังอาจมายียวนกับครูบาอาจารย์ของเขาด้วยความไม่เหมาะสมก็ย่อมได้

ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ก็อยากจะกันเองแบบเดิม....


(อ่าน Lite Version)