ผมตีความว่าสหรัฐทำ “สงครามหัวเหว่ย” กับจีน ก็เพื่อดำรงความได้เปรียบด้าน ไอที ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผลประโยชน์มหาศาล และเมื่อผมอ่านบทความเรื่อง Huawei barring by science publisher sparks China outcry ในนิตยสาร Nikkei Asian Review (1)    ที่บอกว่าสมาคม IEEE ของสหรัฐอเมริกา    ที่เป็นผู้พิมพ์เผยแพร่วารสารวิชาการกว่า ๒๐๐ รายชื่อ    ได้ห้ามส่งต้นฉบับรายงานวิจัยที่ส่งมาขอให้พิจารณาตีพิมพ์ ไปให้นักวิจัยของ Huawei ทำหน้าที่เป็น reviewer    ผมก็นึกออกทันทีว่า    วงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย  และนวัตกรรม ไม่เคยปลอดจากอิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศ   

กล่าวใหม่ว่า ผู้บริหารประเทศ ย่อมใช้ทุกเครื่องมือ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ    รวมทั้งเครื่องมือทางวิชาการ    ซึ่งวารสารวิชาการเป็นช่องทางหนึ่ง

ไม่กี่วันต่อมา Nikkei Asian Review ก็ลงข่าว Engineering body reverses Huawei ban after outcry in China  (2)    บอกว่า หลังจากโดนวงการวิชาการจีนตอบโต้อย่างรุนแรง    IEEE ได้ขอข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐ แล้วกลับมติเดิม    เป็นยอมรับให้นักวิจัยของบริษัท หัวเหว่ย เป็น author หรือ reviewer ในวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์โดย IEEE ได้ 

วิจารณ์ พานิช

๓๑ พ.ค. ๖๒  ปรับปรุง ๑๒ มิ.ย. ๖๒