บทเรียนการสร้างแบรนด์สินค้าฝั่งเอเชีย


การสร้างแบรนด์ความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไทย และการนวดแผนไทยให้ก้าวไกลไปกว่านี้ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้แบรนด์ของสินค้าทั้งสองอย่างมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ และต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การออกแบบโลโก้ แต่ต้องมีกระบวนการการสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการสร้างภาพจำในด้านการเป็นสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน

บทเรียนการสร้างแบรนด์สินค้าฝั่งเอเชีย

อรรถการ สัตยพาณิชย์

        ถ้าจะพูดถึงการสร้างแบรนด์สินค้าของเกาหลี (ใต้) ที่ประสบความสำเร็จในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา หลายคนจะนึกถึงแบรนด์ Samsung และ LG ที่ทั่วทั้งโลกต่างรู้จักกัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แบรนด์สินค้าของญี่ปุ่นเป็นที่กล่าวขวัญและยึดครองตลาดเมืองไทยมาอย่างยาวนาน

            แต่ในวันนี้ แบรนด์สินค้าของเกาหลีประสบความสำเร็จทั้งในด้านการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) และช่วยเพิ่มมูลค่าที่เป็นคุณค่าของแบรนด์  (Brand Equity) จนทำให้ยอดขายของสินค้าแบรนด์เกาหลีเพิ่มขึ้นทุกปี

            ถ้าถามผู้ซื้อสินค้าแบรนด์เกาหลี หลายคนก็จะบอกว่าสาเหตุที่ซื้อก็เพราะรูปลักษณ์ของสินค้าสวยงาม ราคาขายของสินค้าก็ไม่แพงจนเกินไป และคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่าย การที่สินค้าเกาหลีวางตำแหน่งของแบรนด์ให้สอดคล้องกับความต้องการในด้านกำลังซื้อของคนไทย จึงไม่แปลกที่ทำให้สินค้าบางประเภท เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ฯลฯ ที่เป็นของแบรนด์เกาหลีได้กลายเป็นผู้นำตลาดในเมืองไทยอย่างสมบูรณ์

            หันมาดูแบรนด์ในธุรกิจโรงแรมกันบ้าง โรงแรม Banyan Tree สัญชาติสิงคโปร์ก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งของเอเชียที่ประสบความสำเร็จ ใช้เวลาเพียง 5-10 ปีในการสร้างแบรนด์จากบูติคโฮเทลธรรมดาให้โด่งดังระดับโลกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            แต่เคล็ดลับในการสร้างแบรนด์ของโรงแรมแห่งนี้ก็คือ การใช้จุดขายที่ผสมผสานสไตล์ของบาหลีกับความเป็นไทย นับเป็นความชาญฉลาดในการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี


            ส่วนสินค้าแบรนด์หนึ่งที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรู้จักว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองไทยก็คือ จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson) ซึ่งเป็นแบรนด์ผ้าไทย และทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไทย แม้ผู้สร้างแบรนด์นี้จะเป็นฝรั่ง แต่ชาวต่างชาติพอเห็นแบรนด์จิม ทอมป์สันก็จะนึกถึงเมืองไทย และยิ่งรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วยแล้ว ก็ทำให้อุตสาหกรรมผ้าทอ และแฟชั่นของไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง


            นอกจากผ้าไทยแล้ว อีกอย่างหนึ่งก็คือ การนวดแผนไทยสมัยก่อนนักท่องเที่ยวก็จะนึกถึงสปาสไตล์ยุโรป แต่พอนำนวดแผนไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสปาก็ยิ่งสร้างประสบการณ์และความประทับใจในการนวดแผนไทยได้มากขึ้น ซึ่งความเป็นไทย (Thainess) และจุดเด่นของคนไทยที่ยังคงมีรอยยิ้ม มีความเป็นมิตร อบอุ่น เป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจบริการ และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้เป็นที่รับรู้กันทั่วโลก

            แม้จะมีแบรนด์ไทยอีกหลายแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในตลาดโลก แต่ที่ยกตัวอย่าง จิม ทอมป์สัน และการนวดแผนไทย ก็เพราะความเป็นผ้าไทย และภูมิปัญญาการนวดแผนไทยมีผลทำให้ชาวต่างชาติรู้จักเมืองไทยในฐานะแหล่งผลิตผ้าทอ และเป็นต้นตำรับการนวดที่เกิดจากตำราการนวดของไทย ซึ่งไม่ใช่แค่การสร้างรายได้ให้แก่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่มีผลต่อการกระจายรายได้ให้คนไทยที่ประกอบอาชีพนี้ได้ในวงกว้าง

            การสร้างแบรนด์ความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไทย และการนวดแผนไทยให้ก้าวไกลไปกว่านี้ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้แบรนด์ของสินค้าทั้งสองอย่างมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ และต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การออกแบบโลโก้ แต่ต้องมีกระบวนการการสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการสร้างภาพจำในด้านการเป็นสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน

            บทเรียนการสร้างแบรนด์เกาหลีที่ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก (Global Brand) และสามารถนำมาเป็นบทเรียนในการสร้างแบรนด์ให้แก่สินค้าไทยได้อย่างหนึ่งก็คือ สินค้าแบรนด์เกาหลีได้เริ่มต้นมาจากวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของผู้บริหารองค์กรที่ต้องการก้าวสู่การเป็น Global Brand อย่างชัดเจน และทุกคนในองค์กรก็ตระหนักร่วมกันว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ....


หมายเลขบันทึก: 662214เขียนเมื่อ 21 มิถุนายน 2019 14:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2019 14:32 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

เห็นด้วยค่ะ. แล้วหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ภาคส่วน (จริง ๆ) มีโอกาสร่วมคุยกันไหมหนอ

ขอบพระคุณครับ คุณหมอธิ

เมื่อปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปพูดในโครงการโอทอปนวัตวิถีที่ จ.หนองคายในหลายอำเภอ พ่อๆ แม่ๆ หลายท่านในแต่ละอำเภอมีสิ่งที่ดีๆ มากมายหลายอย่างเลยครับ

แต่พูดถึงหน่วยงานที่เกี่ยวกับโอทอปในบ้านเราก็จะพบว่ามีตั้งหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ กรมพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์อีก

การพัฒนาก็เหมือนต่างคนต่างไป ต่างคนต่างทำ แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้ต้องอยู่ที่ผู้นำชุมชนด้วยนะครับ เพราะหลายหน่วยงานก็ให้งบประมาณ ให้อะไรต่างๆ แต่ถ้าผู้นำชุมชนรับอย่างเดียว ถ้าไม่สร้างสรรค์สิ่งที่จะต้องคิดต่อยอดต่อ การพัฒนาอย่างยั่งยืนก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงครับ

ขอบพระคุณอีกครั้งครับ คุณหมอธิ

-สวัสดีครับอาจารย์-ตามมาเพิ่มเติมความรู้ครับ-การผสมผสานที่ลงตัวนะครับ

ขอบพระคุณครับ คุณเพชรน้ำหนึ่ง เราช่วยกันนำความรู้ ประสบการณ์เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนด้วยกันนะครับ เพราะบางชุมชนมีทรัพยากรที่เป็นต้นทุนที่ดี การให้กำลังใจ การสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมกับแนะนำเพื่อให้ชุมชนพัฒนาได้เองเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ครับ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี