The spell of Greece : ทริป กรีซ 12-21 เมษายน 2562 ตอนที่ 2 Athens to Sounion, Temple of Poseidon

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันนี้เราจะเก็บ Athens ที่เหลือกัน ตื่นแต่เช้าลงมากินอาหารเช้าที่โรงแรม เป็นอาหารง่ายๆ ห้องอาหารเปิดตอน 7.00 น. กินกันอิ่มหนำแล้วก็เดินมาขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานีเดิมคือ syntagma วันนี้ที่นี่มีอีเว้น แต่เราก็ไม่รู้ว่ามีงานอะไร เค้ากำลังเตรียมกันใหญ่

ไปดีกว่าค่ะ แดดจะได้ไม่แรงเกินไป

ซื้อตั๋ว one day เพราะวันนี้คงใช้เยอะ ซื้อแบบนี้จะคุ้มกว่า กดได้จากตู้อัตโนมัติ ใช้ได้ 24 ชั่วโมงนับจากตอนที่ซื้อ

รอรถไฟแป้ป อีกเดี๋ยวก็มาละ ตอนนี้ยังเช้าอยู่ คนยังไม่ค่อยออกมากัน อย่างที่บอกว่าที่นี่กว่าจะมืดค่ำก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ทุ่ม บ้านเรานี่ 6 โมงก็พระอาทิตย์ตกละ พวกเราก็เข้าไปนั่งเพื่อเซฟขากันก่อน

บริเวณทางออกรถไฟไฟ้า ก็จะมีการจัดแสดงของโบราณ คือเมืองนี้ขายของเก่า มีของเก่าเป็นจุดขาย เราก็จะเจอของโบราณแบบนี้ตามสถานที่ต่างๆ เหมือนตอนนั้นไปฮาร์บิน เมืองนั้นเค้าก็ขายน้ำแข็ง มีน้ำแข็งเป็นจุดขาย งี้

ออกมาที่สถานี Akropoli โดยที่แรกที่ไปคือ Arch of Hadrian ระหว่างที่เดินไปก็มีบรรยากาศยามเช้ามาฝาก

ใครอยากจะไปเที่ยวแบบนี้ก็มีนะ City Sightseeing ออกทุก 15 นาที

แม่ๆๆ อันนี้ฟรีนะแม่ มีคนสงสัยว่ามันฟรีใช่ไหม แบบให้ยืมขี่ฟรี แล้วก็เอามาคืนใช่ไหม? แต่ดูไปดูมา อ้าวมีราคาค่าเช่าด้วย

นี่ค่ะถึงแล้ว Arch of Hadrian

เดินไปอีกนิดนึงก็ถึง Olympieion หรือวิหารเทพซุส โดยใช้ตั๋ว package ที่เราซื้อมาเมื่อวาน

ด้านนู้นนก็เป็น Acropolis แหมๆๆ อยากจะยืมฟ้าวันนี้ไปใช้เมื่อวานจัง ถ่ายรูปคงสวยมาก แต่เราไม่มีเวลาแล้ว

ถ่ายรูปจนหนำใจ แล้วก็เดินกลับ เดินผ่านทางที่เรามาเมื่อวาน มีครอบครัวเล็กๆ ปั่นจักรยานมาเที่ยวด้วย

รถแท็กซี่ที่นี่เป็นสีเหลือง

กลับที่สถานีเดิมคือ Akropoli เรากำลังจะไป Temple of Apollo

บรรยากาศด้านล่าง

แนะนำว่าเวลาขึ้นรถไฟ ควรเอากระเป๋าเป้มาไว้ด้านหน้า เพราะว่าโดนเปิดกระเป๋ากันคนละ 1 ครั้ง แต่โชคดีที่ของไม่หาย อีกคนเกือบโดนล้วงกระเป๋ากางเกง คือ ต้องช่วยกันระวังให้มากๆ เลยค่ะ

คือ street art เยอะมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งรถไฟ

ขึ้นไปทางนี้ค่ะ

ทางไปจะต้องผ่านตลาดเล็กๆ มีของขายน่าสนใจมาก เราชอบดูการจัดบูธของเค้า และโฉบไปแอบดูสินค้าเล็กน้อย

ยังหาทางเข้าไม่เจอ ต้องเดินไปอีกหน่อย เอ่อ แม้แต่ถังขยะยังมี street art

ถึงละค่ะ ทางเข้า พวกเราไม่ต้องซื้อตั๋วเข้าชม เพราะเรามีแล้ว จกออกมาสแกน เข้าประตูได้เลย

ที่เห็นอยู่ข้างบนนู้นนนน ก็คือเจ้าเดิม Acropolis

เข้ามาด้านในกันได้เลย

ตรงนี้เป็น museum สามารถเข้าไปชมด้านในได้ ด้านในก็มีของจัดแสดง

คนอื่นเขาเข้าไปดูมิวเซียมกัน บางคนก็เมาเล่นแมว

มีโบสถ์เล็กๆ อยู่ค่ะ ต้องแวะ

เดี๋ยวเราจะเดินไปตรงนู้นน วิหารเทพอพอลโล

ไปตามทางนี้แหละค่ะ นักท่องเที่ยวไม่ได้เยอะมาก ชิวๆ

มีเด็กมาทัศนศึกษาเยอะเลยค่ะ คุณครูกำลังบรีฟอยู่

กลับออกมาทางเดิมค่ะ ทางเข้าทางออกที่เดียวกัน

เดินกลับทางเดิม ก็มีคนมาขายของเพิ่มตามทางกลับ

จากนั้นเราก็กลับมารอดูทหารยามเปลี่ยนเวรที่หน้ารัฐสภา Syntagma square ซึ่งเราก็ได้รีวิวมาว่า วันอาทิตย์เค้าจะเปลี่ยนเวรยามกันเป็นแบบขบวนใหญ่เลย จะอลังการมาก งี้ แต่ๆๆๆ ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น ไม่มีทหารขบวนใหญ่ เจอแต่นักท่องเที่ยวขบวนใหญ่กว่า เฝ้ารอดูเช่นกัน กว่าจะแหวกคนเข้าไปได้ เล่นเอาเหนื่อยและพลัดหลงกันไปตามระเบียบ แต่ด้วยว่าพวกเรามี net และ line ก็เลยโทรหากันได้และหากันเจอ ดูขบวนคนซะก่อน ตรึม

อีกฝั่งของถนน เราก็ได้คำตอบว่าอีเวนท์ที่เค้าเตรียมกันตอนเช้า เป็นรายการปั่นจักรยานนั่นเอง

แห้วจากทหารเปลี่ยนเวรยามก็เลยชวนกันไปที่ Library of Hadrian และ Roman agora ออกจากรถไฟ เจอของเก่าอีกแล้ว คราวนี้มาเป็นกรุเลย

ขึ้นมาก็เจอตลาดค่ะ ตรงนี้เค้ามีวงดนตรีเปิดหมวก ดูครื้นเครง

เลี้ยวเข้าไปตรงข้างๆ ที่เค้าเล่นดนตรีกัน เป็นทางเข้าค่ะ เช่นเคย จกบัตรที่ซื้อไว้แล้วออกมาสแกน

กลับออกมาทางเดิมเช่นเคย ที่ต่อไปก็จะไป Roman Agora ระหว่างทางมีร้านขายของเพียบ

ลงไปใต้ดินอีกรอบเพื่อไป Roman Agora ขึ้นจากรถไฟ อ้าว ที่เดิมที่เดินหลงมาเมื่อวานนี่นา

กลับออกมาทางเดิมเช่นเคย บรรยากาศของทางผ่าน และตลาด

ส่วนนี่เป็นโปสเตอร์ที่วางขายอยู่หน้าร้านขายของที่ระลึก มันสะดุดตามาก ราคา 0.30 ยูโร

แวะหากินอาหารกลางวันในตลาด มีของขายทั้งของสดของแห้ง เดินหาร้านที่ราคาเป็นมิตร อ่ะ ได้ละ

มีเมนูอยู่หน้าร้านให้พิจารณาก่อน และมีคนคอยแนะนำชักชวน

มีขนมปัง กะน้ำพริกนี่มาก่อน ก็เลยเอาลองจิ้มกินดู อร่อยดี

จากนั้นชวนกันไปท่าเรือ เพื่อไปแลกตั๋วเรือที่เราจองมาทางเน็ต และได้ปรินท์ใบจองมาจาก e-mail ไปถึงก็ตามหาเคาน์เตอร์เรือ sea jet ซึ่งไม่มีเคาน์เตอร์ไหนเปิด มีเพียงป้ายแจ้งแบบนี้

ทำไงได้ ก็เค้าปิดเวลานี้พอดี พรุ่งนี้ค่อยมาแลกตั๋วตอนเช้านั่นแหละ ก็มาเช้าหน่อย เลยชวนกันกลับ ซึ่งถือเป็นเรื่องแห้วเรื่องที่ 2 ของวันนี้

จากท่าเรือพวกเราห้อมาขึ้นรถบัสเพื่อไปยังแหลม sounion ซึ่งก็เกือบไม่ทันรถออก คือ รถออกเวลา 15.30 น. ตอนนั้นก็ใกล้เวลาเต็มที พวกเราใส่เกียร์วิ่งกันเลยทีเดียว มาขึ้นรถบัสก่อนรถออกเพียง 2 นาที ค่ารถบัส 4 คน 50 ยูโร อันนี้ราคาไปกลับแล้ว จ่ายเงินบนรถได้เลย รถออกตรงเวลาม้ากก หูยย วิ่งกันตับแลบ

รถจอดรับคนขึ้นลงตามป้าย นั่งรถบัสราวๆ 2 ชั่วโมง ไปถึงเวลา 17.20 น. รถบัสส่งเราจนถึงวิหารเทพโพไซดอน เลย ที่ลงรถบัสคือถึงที่เที่ยวแล้ว เดินลงมาหากาแฟกินกันก่อน ตรงนี้จะมีร้านกาแฟ และร้านอาหารอยู่ เมนูก็ไม่ได้แพงเว่อร์ แต่ยังไม่ถึงมื้ออาหารและยังไม่หิวก็เลยกินกาแฟกันก็พอ

จากนั้นเดินไปยังวิหาร ก็ต้องซื้อตั๋วก่อน เช่นเคย ซันฟรี ผู้ใหญ่คนละ 8 ยูโร

บรรยากาศบนนั้น

พวกเรารอชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่วิหารโพไซดอน สรุปพระอาทิตย์ไม่ได้ตกดิน แต่ตกเมฆแทน ขณะที่ชมอาทิตย์อัสดง ก็มีน้องมาเล่นด้วย

วิวนี้ต้องจำไปนาน

จากนั้นพวกเราก็มารอรถบัสเพื่อกลับเอเธนส์ โดยมารอตรงที่เราลง ซึ่งเป็นรถบัสเที่ยวสุดท้าย ถ้าพลาดก็ไม่รู้ชะตากรรมละ รถมาตรงเวลามาก

อาหารเย็นวันนี้เรากินกันที่ร้านอาหารจีนแถวๆ โรงแรม เราสั่งข้าวเปล่ามากินกับต้มยำกุ้ง บอกเลย อร่อยมาก แล้วก็กลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน ยมต่อเป็นวันที่ 2 พักผ่อนๆๆ เพราะพรุ่งนี้จะไปเมือง Delphi กันค่ะ

เครดิตรูปภาพ ซัน กิตติ และตัวเราเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)