The spell of Greece : ทริป กรีซ 12-21 เมษายน 2562 ตอนที่ 1 Athens

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Day 1 Athens Acropolis, Acropolis museum, Lycabettus Mount

เอาล่ะ เริ่มทริปนับจากลำปางเลยทีเดียว 12 เษายน 2562 พวกเรามากรุงเทพด้วย Bangkok airways flight บ่าย ทริปนี้เราไม่ได้เอาเสบียงอาหารไปเพราะเห็นว่าค่าครองชีพไม่ได้โหดร้าย กระเป๋าก็จะหลวมๆ

สนามบินเล็กๆ แห่งลำปาง

ถึงสุวรรณภูมิแล้วก็ต้องไปแลกเงินกันก่อน เราชอบแลกเจ้านี้ แหม แต่นะ เคยไหมเรื่องต่อแถวผิดทำให้คิดเซ็ง คือแถวที่เราไปต่อมักจะช้ากว่าแถวข้างๆ เสมอ (ใครเป็นมั่ง)

แลกเงินเรียบร้อยแล้วก็จะมาเช็คอิน แต่สงสัยมาไวไป เค้ายังไม่เปิดให้เช็คอิน เลยไปเดินเที่ยวกันก่อน เจอจุดที่เค้าจัดให้สรงน้ำพระเลยเข้าไปร่วมบุญ

แล้วก็ไปต่อแถวเช็คอิน

ผ่าน ตม เรียบร้อยแล้วก็ไปยังจุดเช็คพอยท์

เดินไปเกท ยังไม่เปิดอีก เลยนั่งรอหน้าเกทนั่นแหละ แล้ววันนี้เป็นวันที่อากาศร้อนมากๆ คือในสนามบินเหมือนไม่มีอากาศหายใจ

เรามาถึงสิงคโปร์ประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ เพื่อต่อเครื่องของ scoot ไปยังเอเธนส์ ที่ Changi เวลานั้นช่างเงียบสงบ คนนอนพักกันเป็นส่วนใหญ่ ที่เดินท่อมๆ อยู่เห็นจะมีแต่พวกเรา

บ้างก็ไปเดินเล่นถ่ายรูป บ้างก็มานวดเท้า นวดแล้วช่างสบายจริงๆ

มาดูวิวสวยๆ ของสนามบิน Changi กัน

นี่คือเครื่องที่จะพาเราไปยังเอเธนส์ TR 712 โดย Scoot เกทยังไม่เปิดเลย มีคนนั่งรอกะพื้นกันเพียบ อ้อ นอนรอก็มี

ขึ้นเครื่องได้ก็พากันพักผ่อนเพราะขณะนั้นดึกมากมายเลย

แต่กว่าจะกินอาหาร ห่มผ้า ก็ใช้เวลาไปเยอะเลยค่ะ นอนๆ ง่วงๆ ไป ตื่นมาอึกทีถึงที่หมายละค่ะ

มาถึง Athens เวลา 9 โมงกว่าๆ ของวันที่ 13 เมษายน 2562 ผ่าน ตม เรียบร้อยแล้วก็ออกมารับกระเป๋า อ้อ ไม่ต้องเขียน arrival card แต่อย่างใด ยื่น passport ให้ จนท ตม เป็นอันเรียบร้อย ไปรอกระเป๋าที่สายพานได้เลย

ได้กระเป๋าแล้วก็ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมเที่ยว ลากกระเป๋าออกมาไป Train เข้าเมือง ซึ่งอยู่ติดสนามบินนั่นแหละ เดินตามป้าย train ไปเรื่อยๆ

ซื้อตั๋วเข้าเมืองก็เดินเข้าไปตรงนี้ บอกสถานีที่เราต้องการลงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพวกเราจองที่พักไว้ที่ Arethusa Hotel ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานี Syntagma ค่ารถไฟจากสนามบินคนละ 10 ยูโร เด็ก 5 ยูโร

ได้ตั๋วรถไฟมาแล้วก็เข้าไปเลย เอาตั๋วแปะลงไป ประตูก็จะเปิดให้เข้า

สักแป้ปรถไฟก็มา เป็นสุดสายดังนั้นที่นั่งเพียบ เข็นกระเป๋าเข้าไปเลยจ้า

นั่งรถไฟประมาณ 45 นาที ก็ถึงสถานีที่เราจะลง สถานี syntagma ออกจากสถานีก็จะเจอกับ Syntagma square ออกได้ทางเดียวเท่านั้น ทางออกมีบันไดเลื่อน ค่อยยังชั่ว

แต่ตรงนี้ไม่มีแล้ว บันไดเลื่อนจ๋าาาา แต่ค่อยยังชั่วที่บันไดไม่สูงมา สามารถยกกระเป๋าขนาด 16 kg ได้พอไหว จากนั้นก็เดินไปโรงแรมที่เราจองไว้ ข้ามถนนค่ะ เราต้องไปกับคนหมู่มาก สูนหมู่ไป

โรงแรมหาไม่ยากเลย เดินไปตามทิศทางจาก google map ไม่มีการหลงอีกต่อไป สมัยก่อนไปเที่ยวนี่อาศัยแผนที่แบบกระดาษแต่อย่างเดียว แต่ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมกับความทันสมัยมาอำนวยความสะดวกให้เรา

อันนี้เป็นป้ายอะไรสักอย่าง คล้ายๆ ประท้วงนิดๆ อ่านไม่ออก 555

โรงแรมอยู่ใกล้แสนใกล้ เข็นกระเป๋าเข้าไปในโรงแรมเลย

เราไปที่เคาน์เตอร์เช็คอินโดยการยื่นโทรศัพท์ที่เปิดหน้าการจอง agoda ให้เค้าดู อันที่จริงเวลาเช็คอินจะต้องเป็น 14.00 น. พวกเราไปถึงประมาณเที่ยง พอดีว่าสามารถเช็คอินได้ 1 ห้องก็เลยเอากระเป๋าทุกใบไว้ในห้องนั้นก่อน โชคดีจัง

เจ้าหน้าที่เค้างุนงงกับนามสกุลอันยาวเหยียดของเรา เค้าบอกว่าอ่านยากจัง 555 เข้าห้องได้ก็สำรวจค่ะ ในห้องไม่มีกาต้มน้ำ มีแต่ตู้เย็นเล็กๆ และน้ำดื่ม 2 ขวด แต่ขนาดของห้องสบายเลย ไม่เล็ก ไม่คับแคบ พวกเราเก็บกระเป๋าแล้วก็ลุย แถวๆ ย่านของ Arethusa hotel คึกคักน่าดูเลยค่ะ เราหาอาหารกินกันก่อน จบที่แมคโดนัล ซื้อมากินฉลองมื้อแรกก่อน อิ่มแล้วค่อยว่ากัน ว่าแต่คนมาซื้อแมคกินเยอะมากๆ

สั่งเสร็จแล้วจ่ายเงิน รออาหาร ข้างๆ มีน้องชาวจีน สั่งอาหารโดยการถ่ายรูป แล้ววงๆ ยื่นให้ พนักงาน ว่าจะสั่งอะไร นึกในใจว่า แบบนี้เราก็เคยทำ

กินอิ่มแล้วก็เดินค่ะ ย่อยอาหาร และชมบรรยากาศ คนแถวนี้เป็นยุโรปก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ถือกระเป๋า brand name เหมือนที่ฝรั่งเศส เค้าก็แต่งตัวกันธรรมดา ไม่ได้หรูมากมาย

อากาศตอนนั้นประมาณ 10 กว่าๆ องศาเซลเซียส เย็นๆ คล้ายจะมีฝนอีกต่างหาก คนแต่งตัวกันประมาณนี้

ท่ามกลางความทันสมัย เราเจอความเก่าแก่ที่แรกแล้ว โบสถ์เล็กๆ ดูอบอุ่น เข้าชมได้ฟรี แต่ข้างในห้ามถ่ายรูปเด้อ

ส่วนนี่เป็นบรรยากาศการขายของบ้านเค้า จะมีรถเล็กๆ ขายของกินตามรายทางที่เราเดินผ่าน รู้สึกเหมือนเป็นสีสันของถนนเส้นนี้

สามคนนี่เดินชิวมาก

ข้าวโพดปิ้ง ดูแล้วน่ากินมากกกก หอมด้วย

ร้านขายหนังสือก็มี

อันนี้ขายมะพร้าวค่ะ

นี่เป็นที่ที่เราจะไปกันวันนี้ อยู่บนนู้นนนนน Acropolis นั่นเอง

หาทางไปขึ้น Acropolis กันก่อน แต่ก็เดินหลงอยู่ตั้งนาน เพลิดเพลินกับบ้านเรือนแปลกตา เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นๆ ลงๆ

คือเดินไปถ่ายรูปไป สนุกสนาน ชิวๆ

ขนมก็น่ากิ๊นนนนน น่ากิน

ยังค่ะยัง ยังไปไม่ถึงไหนเลย

กว่าจะหาที่ซื้อตั๋วเข้าชมได้เจอก็ใช้เวลาหน่อย ถามคนแถวนั้นเอาว่าที่ซื้อตั๋วอยู่ตรงไหน

เดินมาถึงแถวๆ นี้ก็น่าจะใช่ละ ดูคึกคักมากๆ เลย

อัศวินก็มา

อันนี้แนะนำให้ซื้อเป็นของที่ระลึก ที่คาดผม เอามาทำพรอพถ่ายรูปก็ได้ เห็นคนใส่เยอะเลยบน Acropolis น่าจะ 4 ยูโร

แถวๆ นี้มีนักท่องเที่ยวมาเยอะเลย มีผู้หญิงเอาดอกกุหลาบมายื่นให้ แต่ไม่ได้กินเราหรอก เพราะไม่มีอะไรฟรีชัวร์ ถ้าขืนรับมาเดี๋ยวต้องมีเก็บตังค์ บอกไปเลยว่า โน้วววว

แล้วก็ไปต่อคิวซื้อตั๋ว คิวยาวอยู่นะ คือขายอยู่ช่องเดียว แต่พอแถวหดไปใกล้ๆ เปิดอีกช่องเป็น 2 ช่องซะงั้น

ค่าตั๋วขึ้น Acropolis อย่างเดียว 20 ยูโร แต่ถ้าซื้อรวมกับที่เที่ยวอื่นด้วยเป็นแบบ Ticket package ราคา 30 ยูโร คือจะเที่ยวได้ 5 วัน เข้าได้ 7 ที่ เค้าจะมีป้ายโฆษณาอยู่ พวกเราก็ซื้อแบบ Ticket package ไป ส่วนซัน ได้ฟรี โดยจะต้องโชว์พาสปอร์ตว่าอายุน้อยกว่า 18 ปี เหมือนใช้สิทธิ์เป็น Student out of EU ได้ตั๋วแล้วก็เดินเข้าไปเลย เค้าก็จะมี จนท คอยบอกว่าต้องทำยังไงมั่ง เอาตั๋วแปะตรงนี้เด้อ

เข้ามาได้เรียบร้อยละ ต้องเดินอีกเยอะเลย ดูแล้วกว้างมาก อยู่สูงด้วย

ด้านล่างเจอนี่ก่อนเลย The Auditorium of The Theatre of Dionysus นักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร เค้าก็จะมาอ่านป้ายบอกความเป็นมา

เราก็ไปนั่งกันบ้าง ไม่น่าเชื่อเลยว่า ที่นี่เคยเป็นที่นั่งของคนสมัยก่อนนู้น

เดินต่อไปตามทางเดินนี่ วันนี้ฟ้าครึ้ม หรือเรียกในภาษาของคนถ่ายรูป ว่า ฟ้าเน่า

ก็จะเจอกับสิ่งนี้ ตรงนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปด้านใน เกาะร้ัวถ่ายรูปกันอยู่ด้านนอก

ขึ้นไปต่อด้านบน ยังมีอีก ฟ้ามัวลงอีก 1 สเต็ป แต่มาแล้วหนิ ไปต่อสิ อีกฝั่งก็จะเป็นวิวเมือง

มีประตูใหญ่ๆ ก็ผ่านเข้าไปตรงนี้เลย โอ้แม่จ้าว นั่นเท้าใคร

คือยังต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกนะ นักท่องเที่ยวเพียบ

บางพวกก็ไปหามุมถ่ายวิว

บ้างก็ขอแตะหน่อย และพูดกับก้อนหินว่า ได้มาแล้วนะ

ตรงนี้ห้ามผ่าน

เดินตามคนมาเรื่อยๆ ก็จะเห็นสิ่งนี้ กำลังบูรณะตามฟอร์ม และท้องฟ้า เน่าสนิท

วิหารนี้อยู่ด้านซ้ายมือ

และแล้วฝนเริ่มพรำเบาๆ ก็จกร่มออกมากกางกัน เพราะต้องโพรเทคกล้องด้วย

ยังเดินชมความเก่าแก่ที่มีในนิยาย และมีอยู่จริง

ตรงจุดชุมวิว สามารถไปถ่ายภาพเมืองเอเธนส์ ได้ คือบ้านเรือนเยอะมากๆ

ตรงที่เห็นเป็นวิหารกลางเมืองนั่นพรุ่งนี้เราจะไป อยู่ใน package ของตั๋วเข้าชม

สักพักฝนเริ่มเยอะขึ้น เยอะขึ้นเรื่อยๆ พวกเราก็พยายามเดินจนทั่ว อีกทั้งไม่มีร่มเงาให้แอบซะด้วย

นี้เป็นต้นมะกอกที่เค้าว่ากัน

ฝั่งนี้กำลังบูรณะซ่อมแซม

ฝนลงเม็ดมาหนักขึ้น เราก็พากันเดินลงมาเรื่อยๆ จนถึงข้างล่างอีกทางออกนึง และก็พบว่าตรงนี้ก็สามารถซื้อตั๋วเข้าชมได้เช่นกัน

ชวนกันว่า งั้นเราไปเข้า Acropolis museum กันไหมเพราะว่าฝนตก จะได้ใช้เวลาใน Museum ให้ฝนหยุดก่อน เดินกางร่มไปเรื่อยๆ น้ำเริ่มเข้ารองเท้า ทุกคนเดินกันเสียงดัง จ่อก จ่อก คือเสียงรองเท้าแฉะนั่นเอง

ถึงละ Acropolis Museum ซื้อตั๋วเข้าชมก่อนค่ะ อาจเพราะฝนตก คนก็เลยแห่กันมาที่นี่

ซื้อตั๋วเสร็จก็เอาของไปฝาก ค่าตั๋วคนละ 10 ยูโร ส่วนตั๋วของซันครึ่งราคา 5 ยูโร ดีจัง ฝากกระเป๋าแล้วก็เดินเที่ยวกัน เข้าไปทางนี้ค่ะ

ซื้อตั๋วเสร็จก็เอาของไปฝากอ้อ เช่นเคย ตั๋วของซันครึ่งราคา ดีจัง ฝากกระเป๋าแล้วก็เดินเที่ยวกัน เราไปดูชิ้นที่เป็น Highlight กัน

ฝนหยุดตกแล้ว ฟ้าใสสีฟ้ามาแล้ววววว

สักพักก็ชวนกันออกมา จากที่นี่เราแวะกินอาหารกันแถวๆ สถานี Metro Acropolis อยู่หน้า Acropolis Museum ได้เจ้านี่มากิน อร่อยใช้ได้

ที่ต่อไปเราจะไปขึ้นเขาดูวิวที่ Lycabettus พวกก็รีวิวมาบอกว่ามีเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปถึง ก็ออกเดินทางไปเพราะใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกดิน ออกรถไฟฟ้าใต้ดินมาก็เจอตรงนี้

ก่อนอื่นเราต้องเดินไปหาสถานีเคเบิ้ลคาร์

หายังไงก็ไม่เจอ จำต้องเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ขนาดถามคนที่เดินผ่านมา เค้าก็ยังงงว่า แถวนี้มีเคเบิ้ลคาร์ด้วยเหรอ

ก็พยาย้าม พยายาม หาเจ้าเคเบิ้ลคาร์ ยังไงก็หาไม่เจอ หาไปหามาก็เจอบันได ก็เดินตามบันไดไปเรื่อยๆ ขึ้นเขาซะงั้น ทีนี้มันก็กลับไม่ได้ละ ต้องไปต่ออย่างเดียว ก็เลยต้องปีนตามนักท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ เดินตามทางไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีคือเห็นวิวแบบนี้แล้ว

บ่าต้องหาละเคเบิ้ลคงเคเบิ้ลคาร์ เดินไปตามทางนี่แหละ คนอื่นเขาก็เดินกัน วิวข้างบนงามมาก สมกับความลำบากตอนเดินขึ้นมา นทท ก็มากันเยอะแยะเลย ทุกคนก็หวังจะมาดูวิวนี้เช่นกัน

ข้างบนมีโบสถ์เล็กๆ ชื่อว่า Agios Georgios สีขาวๆ สามารถเดินเข้าไปชมข้างในได้

วิวเมืองเอเธนส์ ยามพระอาทิตย์อัสดง

กว่าเราจะกลับลงมาถึงข้างล่างก็เย็นย่ำมากๆ ที่นี่พระอาทิตย์ตกเกือบๆ 2 ทุ่ม เวลาในภาพนั่นคือสักทุ่มกว่าๆ นี่ยังสว่างโร่ เอาว่ากลับถึงโรงแรมนี่ก็คือดึกเลย อันนี้บรรยากาศของ Syntagma square ยามดึก มีน้ำพุที่เป็น Land mark เปิดไฟสีๆ ด้วย

ปิด job วันแรกได้อย่างสวยงาม เข้าห้องได้ก็พักผ่อนเอาแรง หลับปุ๋ย พรุ่งนี้เที่ยวต่อ รอติดตามเด้อ

เครดิตภาพถ่าย กิตติ ซัน วรพจน์ และตัวเราเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)