วอลเดนเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของเฮนรี่ เดวิด ธอโรว์ นักปรัชญาสำนักธรรมชาตินิยมเชิงอุตรภาพ (Transcendental Naturalism) เป็นชาวอเมริกาที่มีเชื้อสายมาจากฝรั่งเศส หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เฮนรี่ เดวิด ธอโรว์ ปฏิเสธที่จะสืบทอดอุตสาหกรรมโรงงานผลิตดินสอของครอบครัว เขาตั้งใจที่จะเป็นนักประพันธ์และนักปรัชญาการเมือง เพื่อให้ได้ข้อมูลในการเขียนหนังสือ ธอโรว์จึงเดินทางไปทดลองใช้ชีวิตกลางป่าใหญ่ใกล้กับบึงวอลเดน เมืองคองคอร์ด สหรัฐอเมริกา เขาลงทุนสร้างกระท่อมด้วยตัวเอง อาศัยอยู่ในป่าเป็นเวลา ๒ ปี ระหว่างที่เขาอยู่ที่บึงวอลเดน เขาก็ลงมือเขียนบันทึกเป็นงานนิพนธ์เล่มใหญ่ที่บรรยายถึงปรัชญาแนวคิดธรรมชาตินิยม โดยเน้นการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ใช้ชีวิตที่สอดคล้องสัมพันธ์กับวิถีธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากปรัชญาตะวันออก อย่างปรัชญาฮินดูและพุทธปรัชญา พอเขียนเสร็จเขาก็เอาไปนำเสนอสำนักพิมพ์ ในช่วงแรกหนังสือวอลเดนไม่ได้รับความนิยมขายไม่ออก ตีพิมพ์แค่ ๕,๐๐๐ เล่ม ขายได้ไม่กี่ร้อยเล่ม แต่เขาก็ยังยืนหยัดเดินบนเส้นทางอาชีพนักประพันธ์ โดยได้รับกำลังใจจากเพื่อนสนิทอย่างราฟท์ วัลโด อีเมอสัน (Raft Waldo Emerson) นักปรัชญาและนักกวีคนสำคัญของอเมริกา หลังจากการจากไปของเฮนรี่ เดวิด ธอโรว์นับศตวรรษ ปรากฎว่าวอลเดนกลายเป็นวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง ได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณกรรมคลาสสิคที่ดีที่สุดของอเมริกา เป็นวรรณกรรมที่นักศึกษาสาขาวรรณคดีในมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาต้องศึกษา ไม่ใช่เฉพาะในสหรัฐ นักศึกษาวรรณคดีอังกฤษในมหาวิทยาลัยทั่วโลกต้องศึกษาวอลเดน วอลเดนจึงกลายเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของโลก
รุ่งอรุณ
คัมภีร์พระเวทกล่าวว่า “ความเฉลียวฉลาดทั้งมวลตื่นขึ้นพร้อมกับยามอรุณ” กวีนิพนธ์และศิลปะ การกระทำที่งามพิสุทธิ์และควรแก่การจดจำที่สุดของมนุษย์ นับเนื่องจากโมงยามเช่นนั้น ปวงกวีและวีรบุรุษก็เยี่ยงเดียวกับเมมนอน คือบุตรแห่งเทพเอลโลล่า และเปล่งดุริยางค์ของพวกเขาออกมาในยามอรุณ ต่อผู้ที่ความคิดอันทรงพลังปราดเปรียวของเขาก้าวตามดวงตะวันไปทุกขณะ วันทั้งวันคือยามอรุณตลอดกาล นาฬิกาจะบอกเวลาอะไรหรือท่าทีและแรงงานของมนุษย์จะแสดงความอย่างไรนั้นไม่สำคัญ ยามเช้าคือเมื่อฉันตื่นขึ้นและมีรุ่งอรุณอยู่ภายในตัวฉัน การปฏิรูปศีลธรรมคือความพยายามที่จะเหวี่ยงนิททารมณ์ทิ้งไป
อัตลักษณ์ใหม่
มนุษย์กลับสู่บ้านในตอนกลางคืนอย่างเชื่อง ๆ กลับจากเพียงแค่ท้องทุ่งหรือถนนที่อยู่ถัดไปเท่านั้น สู่แห่งหนซึ่งครัวเรือนของพวกเขาสะท้อนการสิงสู่ และชีวิตของพวกเขาโหยหา เพราะมันสูดเอาลมหายใจเก่าของตัวเองเข้าไปอีกครั้ง. เงาของพวกเขา ทั้งยามเช้าและยามเย็น เหยียดยาวไปไกลกว่าฝีเท้าตามกิจวัตรของพวกเขา. เราควรกลับมาบ้านจากที่ไกล จากการเผชิญภัยนานา และหายนภัยและการค้นพบต่าง ๆ ทุกวัน พร้อมด้วยประสบการณ์และอัตลักษณ์ใหม่
ขึ้นจากปลักตม
จอห์น ฟิลด์ ผู้น่าสงสาร – คิดจะใช้ชีวิตอยู่โดยแบบแผนบางประการที่มีรากเหง้ามาจากประเทศเก่าในประเทศใหม่อันบุพกาลนี้ คิดจะจับปลาเพิร์ธด้วยปลาไซเนอร์ ฉันเห็นด้วยว่ามันเป็นเหยื่อที่ดีในบางวาระ ด้วยมุมมองของตนเอง กระนั้นเขาก็เป็นคนยากจนค้นแค้น เกิดมาเพื่อจน ความยากจนแบบไอริชหรือชีวิตอันลำเค็ญอันสืบทอดมา คุณค่าของอดัมและเส้นทางปลักตม ไม่เคยได้เงยหน้าขึ้นในโลกนี้ ทั้งเขาและผู้อยู่เบื้องหลังเขา จนกว่าเท้าที่เหยียบย่ำปลักตมจนเป็นพังผืดของพวกเขานั้นจะได้ทาลาเรีย (รองเท้าติดปีกของเทพเจ้าเออร์เมส) มาสวมไว้กับส้น
พราน
เมื่อเพื่อนบางคนถามฉันอย่างกระตือรือร้นว่าควรจะปล่อยให้ลูกชายหัดล่าสัตว์หรือไม่ ฉันจะตอบไปว่า ควร – ยังจำได้ว่ามันเป็นหนึ่งในส่วนที่ดีที่สุดแห่งการศึกษาของฉัน - จงทำให้พวกเขาเป็นพราน แม้ว่าในเบื้องแรกจะเป็นแค่นักกีฬาเท่านั้น หากเป็นไปได้ ในที่สุดก็จะเป็นพรานผู้เกรียงไกร เพื่อที่ว่าเขาจะไม่พบสัตว์อะไรที่ใหญ่พอสำหรับพวกเขาในพงไพรแห่งนี้หรือแห่งอื่นได้ -พรานก็เป็นเช่นเดียวกับคนหาปลาแห่งประดามวลมนุษย์ เขาไปที่นั่นในฐานะพรานและคนตกปลาในเบื้องแรก จนในที่สุด หากเขามีเมล็ดพันธ์ของชีวิตที่ดีกว่าอยู่ในตัว เขาก็จะจำแนกแยกแยะวัตถุประสงค์อันถูกควรของตนเองออกมา ซึ่งอาจจะกลายเป็นกวีหรือแม้แต่นักธรรมชาติวิทยา แล้วเขาก็จะทิ้งปืนและคันเบ็ดไว้เบื้องหลัง
สัญชาตญาณ
ฉันค้นพบภายในตัวเอง และยังค้นพบอยู่ ซึ่งสัญชาตญาณประการหนึ่งที่มุ่งสู่สิ่งที่สูงขึ้น หรือ- ดังที่มันถูกขนานนามว่า วิถีชีวิตทางจิตวิญญาณ อย่างที่คนส่วนใหญ่มีกัน และอีกประการหนึ่งที่มุ่งสู่ระดับบรรพกาลและดิบเถื่อน และฉันเคารพทั้งสองประการ ฉันรักความเถื่อนไม่น้อยไปกว่าความดีงาม
เรียบง่าย = ลดต้นทุน
ฉันพยายามจะช่วยเขาด้วยประสบการของตัวเอง บอกเขาว่าฉันอาศัยอยู่ในบ้านอันแน่นหนา สว่างและสะอาด ซึ่งทุนสร้างไม่ได้แพงไปกว่าค่าเช่าต่อปีของกระท่อมซอมซ่อของเขาหลังนี้เลย และหากเขาเลือกที่จะทำ – จะสร้างบ้านของตัวเองภายในหนึ่งหรือสองเดือนได้อย่างไร บอกเขาว่าฉันไม่ใช้ชา กาแฟ เนย นม หรือเนื้อสด ดังนั้นฉันจึงไม่ต้องทำงานหนักเพื่อหามันมา และเพราะว่าฉันไม่ได้ทำงานหนัก ฉันจึงไม่ต้องกินหนัก ค่าอาหารจึงสิ้นเปลืองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เพราะเขาเริ่มต้นด้วยชา กาแฟ เนย นม และเนื้อ เขาก็ต้องทำงานหนักเพื่อจับจ่ายมัน และเมื่อเขาทำงานหนัก เขาก็ต้องกินหนักด้วยเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สูญเสียไปของระบบร่างกาย ดังนั้น มันจึงกว้างเท่า ๆ กับความยาว ที่จริงกว้างมากกว่าความยาวเสียอีก เพราะเขาไม่เคยอิ่มใจและเปล่าเปลืองชีวิตไปในการต่อรอง กระนั้นเขาก็ยังตั้งเกณฑ์ว่ามันเป็นกำไรในการมาสู่อเมริกา เพราะที่นี้คุณจะหาชา กาแฟ และเนื้อได้ทุกวัน
อเมริกา
แต่อเมริกามีแท้จริงเพียงหนึ่งเดียว นั้นคือประเทศที่คนมีเสรีภาพที่จะใช้วิถีชีวิต ซึ่งสามารถจะทำให้คุณอยู่ได้โดยปราศจากสิ่งเหล่านี้ (ชา กาแฟ เนย นม และเนื้อ) เป็นดินแดนซึ่งรัฐไม่พยายามที่จะบีบคั้นให้คุณรักษาไว้ซึ่งระบบทาสและสงคราม และความฟุ่มเฟือยหลากล้นอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมจากการใช้สิ่งต่าง ๆ อย่างนั้น
ปรุงอาหาร
คนส่วนใหญ่จะรู้สึกละอายหากถูกจับได้ว่า กำลังเตรียมอาหารด้วยมือของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผักหรือเนื้อสัตว์ ดุจดังว่ามีคนอื่นเตรียมให้พวกเขาทุก ๆ วัน กระนั้นจนกว่าจะเป็นเช่นนี้ มิฉะนั้นแล้วก็จะไม่ถือว่าเราเป็นผู้เจริญแล้ว และหากเป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี จะไม่ถือว่าเป็นบุรุษและสตรีที่แท้จริง นี้ชี้ให้เห็นอย่างแน่ชัดว่ามีสิ่งใดบ้างที่ควรจะเปลี่ยนแปลง
สิ่งมึนเมา
ฉันชอบที่จะรักษาสติให้แจ่มชัดอยู่เสมอ และก็มีความมึนเมาอยู่หลายระดับอย่างชนิดที่ไม่มีขอบเขต ฉันเชื่อว่าน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มเพียงชนิดเดียวของผู้ทรงปัญญา เหล้าองุ่นนั้นหาใช่เมรัยที่ประเสริฐนัก ลองคิดถึงการทำลายความหวังนานาของยามเช้าเสียด้วยกาแฟอุ่น ๆ สักถ้วยหนึ่งสิ หรือไม่ก็ยามเย็นด้วยน้ำชาสักแก้ว อ่า ! ฉันช่างตกต่ำกระไรปานนั้นเมื่อถูกมันเย้ายวน แม้แต่ดนตรีการก็อาจจะก่อความมึนเมาได้ เรื่องที่ดูเหมือนว่าเล็กน้อยเยี่ยงนั้นทำลายกรีกและโรม และจะทำลายอังกฤษและอเมริกา
ความหยาบกร้าน
ฉันพบว่าการทำงานอันหยาบกร้านติดต่อกันเป็นเวลานานเป็นที่น่าคัดค้านอย่างจริงจัง เพราะมันบีบคั้นให้ฉันต้องกินและดื่มอย่างหยาบกร้านด้วย แต่ว่าที่จริงแล้วฉันพบว่าปัจจุบันตนเองลดความจำเป็นในเรื่องเหล่านี้ลงด้วย ฉันนำศาสนาไปที่โต๊ะอาหารน้อยลง ไม่ได้สวดขอพรประการใด ไม่ใช่เพราะฉันฉลาดกว่าที่เป็นอยู่ แต่-ฉันจำเป็นที่จะสารภาพ-ไม่ว่ามันจะเป็นที่น่าเสียใจมากเพียงไร เป็นเพราะฉันหยาบมากขึ้นและไม่ใส่ใจใยดียิ่งขึ้น
อาหาร
มิใช่อาหารที่เข้าสู่ปากที่ทำให้มนุษย์ด่างพร้อย แต่เป็นความเจริญอาหารซึ่งชักจูงให้มันถูกกินเข้าไปต่างหาก มันมิใช่ทั้งคุณภาพและปริมาณ แต่เป็นการหมกมุ่นต่อรสทางโลกย์ เมื่อสิ่งที่ถูกกินเข้าไปมิใช่น้ำเนื้อที่จะปะทังชีวิตทางกายของเราหรือเอื้อความบันดาลใจแก่ชีวิตทางจิตวิญญาณของเรา แต่กลายเป็นอาหารเลี้ยงเหล่าพยาธิที่ครอบครองเราอยู่ หากว่าพรานติดใจในรสชาติของเต่าทัด-เทอร์เทิล หนูมัสด์แร๊ท และอาหารป่าอื่น ๆ ส่วนสุภาพสตรีผู้ทรงโฉมเพลินไปกับรสชาติของวุ้นที่ทำจากกีบตีนลูกวัว หรือปลาซาร์ดีนจากท้องทะเล ทั้งสองนับว่าเท่าเทียมกัน เขาตรงไปยังบึงน้ำของโรงสี เธอตรงไปที่หม้อเก็บอาหาร ที่น่าฉงนก็คือ พวกเขา คุณ และฉันสามารถใช้ชีวิตที่ลื่นเป็นเมือกและโสโครกที่มีแต่กินและดื่มนี้อยู่ได้อย่างไร
ชีวิตคือศีลธรรม
ชีวิตของเราทั้งชีวิตนั้นคือศีลธรรมอย่างน่าตระหนัก ไม่เคยมีการพักรบชั่วขณะระหว่างคุณธรรมกับความเลวร้าย ความดีงามเป็นการลงทุนเพียงอย่างเดียวที่ไม่มีวันล้มเหลว
เสียงพิณแห่งจักรวาล
ความดีงามเป็นการลงทุนเพียงอย่างเดียวที่ไม่มีวันล้มเหลว ในเสียงพิณซึ่งบรรเลงสะท้านไปทั่วโลกนั้นคือการยืนยันในเรื่องนี้ ที่ทำให้เราสะท้านใจ พิณนั้นคือนักพูดผู้สัญจรไปเพื่อบริษัทประกันภัยแห่งจักรวาล เที่ยวแนะนำสนับสนุนในกฎนานาของมัน และความดีงามเล็กน้อยของเราคือคุณค่าที่พึงประเมินทั้งหมดที่เราจ่ายไป ถึงแม้ว่าเยาวชนในที่สุดแล้วจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่หยาบ ๆ สามัญ กฎของจักรวาลก็หาได้หยาบ ๆ สามัญไม่ แต่จะอยู่กับฝ่ายที่อ่อนไหวที่สุดตลอดกาล ลองสดับลมตะวันตกทุกสายที่พัดมาเพื่อหาข้อตำหนิดูสิ เพราะจริง ๆ แล้วมันอยู่ที่นั่น และผู้ไม่ได้ยินนับว่าโชคร้าย เราไม่สามารถแตะต้องสายพิณนั้นสักสายหนึ่งหรือเคลื่อนตัวปรับระดับเสียง เว้นแต่ที่ศีลธรรมอันทรงเสน่ห์ได้กำหนดไว้ให้เรา
พรหมจรรย์
พรหมจรรย์คือบุปผชาติแห่งมนุษย์ สิ่งที่เรียกกันว่าอัจฉริยภาพ ความกล้าหาญ ความเป็นที่เคารพสักการะและอื่นใดที่คล้ายกันนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงดอกผลนานาพรรณซึ่งสืบเนื่องตามมา มนุษย์ไหลรินไปสู่พระเจ้าทันทีเมื่อช่องทางแห่งความบริสุทธิ์เปิดออก หากหันกลับจากแรงบันดาลใจอันบริสุทธิ์ของเรา ความไม่บริสุทธิ์จะเหวี่ยงเราตกต่ำหดหู่ทันที ผู้ประสบความสุขความเจริญ คือ ผู้ที่ประกันได้ว่าสัตว์ในตัวได้ตายไปวันแล้ววันเล่า และสภาวะแห่งสรวงสวรรค์ได้ตั่งมั่นขึ้นภายใน
เสียงขลุ่ย
แต่เสียงขลุ่ยที่ล่องลอยมาสู่โสตประสาทของเรานั้น มาจากดินแดนที่ต่างไปจากที่เขาทำงานอยู่ มันเสนอแนะถึงงานสำหรับความสามารถบางอย่างซึ่งโงกงุ่นอยู่ภายในตัวเขา มันกำจัดไปอย่างนุ่มนวลซึ่งท้องถนน หมู่บ้าน และรัฐที่เขาอาศัยอยู่ เสียงหนึ่งที่กล่าวขึ้นกับเขา – เจ้ามาหมกตัวอยู่ที่นี้และใช้ชีวิตเหนื่อยยากนี้ไปทำไมกัน ในเมื่อการดำรงอยู่อย่างรุ่งโรจน์นั้นเป็นไปได้สำหรับเจ้า ? มวลดาราเดิมนี้กระพริบพร่างพราวกว่าเหนือท้องทุ่งแห่งอื่น- แต่จะออกพ้นภาวะเช่นนี้และโยกย้ายไปที่นั้นได้อย่างไร ? ทั้งหมดที่เขาคิดได้ก็คือ ต้องฝึกฝนวินัยอันเคร่งครัดใหม่ ๆ บางอย่าง ให้จิตใจคล้อยลงสู่ร่าง และปฏิบัติต่อตนเองด้วยความนับถือยิ่งไปกว่าเดิม
ความลึกล้ำ
สิ่งที่ฉันสังเกตการณ์ได้จากบึงมิได้เป็นจริงน้อยกว่าในหลักจริยศาสตร์ มันคือกฎแห่งการถั่วเฉลี่ย กฎแห่งเส้นผ่าศูนย์กลางสองเส้น มิได้นำทางเราสู่ดวงอาทิตย์ในระบบและสู่หัวใจในตัวมนุษย์เท่านั้น แต่ได้ลากเส้นผ่านความยาวและกว้างของพฤติกรรมเฉพาะประจำวันของคนเราและคลื่นแห่งชีวิต เข้าสู่เวิ้งอ่าวและทางน้ำเข้าของเขาด้วย และตรงที่มันตัดกันนั้นเองจะเป็นความสูงหรือความลึกแห่งอัตลักษณ์ของเขา บางทีเราต้องการรู้เพียงว่า ชายฝั่งของเขามีแนวอย่างไร รวมทั้งลักษณะของภูมิประเทศหรือสภาพแวดล้อมที่ประชิดกับเขาด้วย เพื่ออนุมานความลึก และก้นบึ้งที่ยังปกปิดอยู่ของเขา ถ้าหากเขาถูกแวดล้อมด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นภูเขา ชายฝั่งแบบอะคิลเลี่ยน ซึ่งยอดของมันผงาดเงื้อมและสะท้อนลงไปในทรวงอกของเขา มันย่อมบ่งถึงความลึกเช่นกันนั้นภายในตัวเขาด้วย แต่ชายฝั่งที่ราบเรียบแสดงว่าเขาตื้นเขินในด้านนั้น
การพัฒนาคุณธรรม
การกลับคืนสู่ความดีอำนวยให้แต่ละวันเหมือนลมหายใจสงบสันติและทรงคุณของยามเช้า ในความเคารพต่อความรักคุณธรรม และความชิงชังความชั่ว บุคคลจะเข้าไปใกล้อีกนิดหนึ่งซึ่งธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์ เหมือนกล้าไม้ของป่าที่ถูกโค่นถางไปแล้ว โดยนัยเดียวกัน ความชั่วซึ่งบุคคลกระทำในระหว่างวัน จะกันเชื้อแห่งคุณธรรมซึ่งเริ่มจะผุดขึ้นมารับอีกครั้งจากการพัฒนาตนเองและทำลายเชื้อนั้นเสีย
เมื่อเชื้อแห่งคุณธรรมถูกกันมิให้พัฒนาขึ้นหลายครั้งเข้า ลมหายใจอันทรงคุณค่าแห่งยามเย็นก็ไม่พอเพียงที่จะรักษามันไว้ได้อีกต่อไป เมื่อลมหายใจแห่งยามเย็นไม่เพียงพอที่จะรักษามันไว้ได้อีกต่อไป ธรรมชาติของมนุษย์ก็มิได้แตกต่างมากนักจากสัตว์ป่า เมื่อผู้คนเห็นว่าธรรมชาติของบุคคลผู้นี้เหมือนสัตว์ป่า ก็คิดว่าเขาไมเคยครอบครองสมรรถภาพแห่งเหตุผลในกมลสันดานมาก่อนเลย เหล่านี้คืออารมณ์อ่อนไหวที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติของมนุษย์หรือเปล่า?”
การสำรวจ
จงเป็นโคลัมบัสของทวีปและโลกใหม่ภายในตัวคุณ เปิดช่องทางใหม่ ไม่ใช่ทางการค้า- แต่ทางความคิด มนุษย์ทุกคนเป็นเจ้าแห่งอาณาจักรหนึ่ง ซึ่งอาณาจักรทางโลกแห่งซาร์เป็นแต่เพียงรัฐกระจ่อยร่อยเมื่อเทียบแล้ว เป็นเนินเล็ก ๆ ที่น้ำแข็งทอดทิ้งไว้เท่านั้น กระนั้นบางคนผู้ปราศจากความนับถือตนเองก็อาจเป็นผู้รักชาติได้ และอุทิศพลีส่วนที่ใหญ่กว่าให้กับส่วนที่กระจ่อยร่อยนั้น
กฎศักดิ์สิทธิ์
คนที่สติปัญญาสูงส่งกว่านั้นจะพบว่าตนเองมักจะเป็น “ปฏิปักษ์อย่างเป็นทางการ” กับสิ่งที่ถือกันว่าเป็น “กฎศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของสังคม” โดยการเชื่อฟังกฎที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่านั้นอีก และดังนั้นจึงได้ทดลองความตั้งใจของเขาโดยไม่ต้องหันเหออกนอกเส้นทาง
เป็นตัวของตัวเอง
บางคนพูดกรอกหูเราอยู่เรื่อยว่า เราชาวอเมริกันและคนสมัยใหม่ โดยทั่วไปแล้ว เป็นคนแคระทางภูมิปัญญาเมื่อเทียบกับคนโบราณ หรือแม้แต่คนในยุคอลิซาเบธ แต่ด้วยจุดประสงค์ใดเล่า ? เพราะสุนัขเป็นย่อมดีกว่าสิงโตที่ตายแล้ว คนเราจะออกไปผูกคอตาย เพราะว่าเขาเป็นเผ่าปิ๊กมี่ และไม่ได้เป็นปิ๊กมี่ตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่จะสามารถหรือ ? จงปล่อยให้ทุกคนเป็นอย่างที่เขาเป็น และพยายามเป็นในสิ่งที่เขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็น
ปล่อยวาง
เหตุใดเราจึงตกอยู่ในความรีบเร่งเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จเยี่ยงนั้น และในกิจการอันสิ้นคิดเช่นนั้น ? ถ้าบุคคลหนึ่งมิได้ก้าวไปกับคนอื่น ๆ บางทีนั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเขาได้ยินเสียงคนตีกลองที่ต่างออกไป ปล่อยให้เขาก้าวไปยังดนตรีที่เขาได้ยินเถิด ไม่ว่าจังหวะมันจะเป็นอย่างไรหรืออยู่ไกลแค่ไหน
สู่ภายใน
“เพ่งนัยน์ตาเจ้าแน่วแน่สู่ภายใน แลเจ้าจักค้นพบแดนนับพันในจิตตน ซึ่งยังมิได้ค้นพบ พึงจรดลไปในดินแดนเหล่านั้น แลพึงเชี่ยวชาญในภูมิจักรวาลศาสตร์แห่งนิวาสตน”
เส้นทางที่ดีกว่า
ถ้าคุณจะเรียนรู้ทุกภาษาและสมานฉันท์กับขนบประเพณีของทุกชาติ ถ้าคุณจะสัญจรไปไกลกว่านักเดินทางทั้งปวง เข้าได้กับทุกภูมิอากาศ แม้แต่เชื่อฟังคำสอนของนักปรัชญาชราและสำรวจตนเอง. ข้างในนี้ต้องการนัยน์ตาและความกล้าหาญ. จงเริ่ม ณ บัดนี้ บนเส้นทางตะวันตกแสนไกลสายนั้น ทางซึ่งไม่ได้หยุดชะงักแค่แม่น้ำมิสซิสซิปปี้หรือมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งมิได้นำไปสู่ประเทศจีนที่อ่อนล้าหรือญี่ปุ่น แต่มุ่งตรงไปเลย พุ่งสู่ทรงกลมนี้ ฤดูร้อนและฤดูหนาว กลางวันและกลางคืน ตะวันตก เดือนลับฟ้า และในที่สุดโลกลับลาด้วยเช่นกัน
ความบริสุทธิ์
ฉันไม่ได้นึกว่าตัวเองบรรลุถึงซึ่งความเครือบคลุมแต่ประการใด แต่ฉันควรจะภูมิใจถ้าไม่มีข้อผิดพลาดฉกรรจ์ใด ถูกพบในหน้าบันทึกของฉันอีกเหมือนกับเรื่องน้ำแข็งของบึงวอลเดน ลูกค้าทางใต้ไม่ชอบสีฟ้าของมัน ซึ่งเป็นประจักษ์พยานแห่งความบริสุทธิ์ ประหนึ่งว่ามันขุ่นไปด้วยโคลน แต่กลับชอบน้ำแข็งแคมบริดจ์ ซึ่งมีสีขาว ทว่าติดรสชาติวัชพืช. ความบริสุทธิ์ที่คนเรารักจึงเหมือนหมอกที่ห้อมล้อมโลกอยู่ ไม่ใช่อากาศธาตุสีฟ้าสดเหนือขึ้นไป
ความจริงเหนือการปรุงแต่ง
ถ้าสภาพของสรรพสิ่งซึ่งเราถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมัน ยังไม่มี จะมีความจริงแท้ใดกันเล่า ซึ่งเราสามารถนำมาทดแทนได้ ? เราคงจะไม่เป็นคนเรือแตกบนความจริงแท้อันเปล่าค่า. เรา-ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว- จะสร้างโคมสวรรค์ด้วยแก้วสีฟ้าขึ้นเหมือนตัวเราเองอีกหรือ ? ถึงแม้ว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็แน่ใจได้ว่าจะจ้องมองไปยังสรวงสวรรค์ที่แท้จริงไกลโพ้นออกไป, ประหนึ่งว่าโคมแก้วนั้นมิได้มีอยู่
ความจริง
ไม่มีด้านใดซึ่งเราหยิบยื่นให้แก่เรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่ง ซึ่งในที่สุดแล้วจะแทนตัวเราเองได้ดีเท่ากับความจริง. นี้เท่านั้นที่ใช้ได้ดี. ส่วนใหญ่เรามิได้อยู่ในที่ที่เราอยู่ ทว่าอยู่ในตำแหน่งปลอม ๆ. โดยความไม่มั่นคงแห่งธรรมชาติของเรา. เราสมมติเรื่องหนึ่งขึ้นมา แล้วเราก็ทุ่มตัวเองเข้าไป ดังนี้จึงกลายเป็นสองเรื่องในเวลาเดียวกัน และยิ่งยากเป็นสองเท่าที่จะสลัดหลุดออกมา. ในขณะที่ครองสติชอบ เรานับถือแต่ข้อเท็จจริง และเรื่องราวที่เป็นจริงเท่านั้น´จงพูดในสิ่งที่ต้องพูด มิใช่ในสิ่งที่ควรพูด. ความจริงใด ๆ ล้วนดีกว่าสิ่งสมมติ.
ยิ่งกว่าสิ่งใด
ยิ่งกว่าความรัก ยิ่งกว่าเงิน ยิ่งกว่าเกียรติยศชื่อเสียง จงให้สัจจะแก่ฉัน. ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะซึ่งสมบูรณ์ด้วยอาหารเอมโอชและเหล้าองุ่นเลิศรส และคนรับใช้ช่างประจบประแจง แต่หามีความจริงใจและสัจจะไม่ ฉันจึงจากไปทั้งท้องหิวจากโต๊ะอาหารอันไม่น่าอยู่นี้
ความสูงส่ง
มีกระแสอันสูงส่งไหลบ่าไม่หยุดยั้งเข้ามาในโลกนี้ กระนั้นเราก็ยังยอมทนอยู่กับความทึมทื่อเหลือเชื่อ. ฉันต้องการเพียงแต่ชวนให้คิดว่า คำเทศนาชนิดใดยังคงสดับกันอยู่ในประเทศที่มรดกภูมิธรรมสูงสุดทั้งหลาย. มีถ้อยคำอย่างหฤหรรษ์และเศร้าสร้อย ทว่ามันเป็นแค่ภาระของเพลงสวดสักบทหนึ่งเท่านั้น ซึ่งขับร้องด้วยเสียงขึ้นจมูก ขณะที่เขาเชื่อในสิ่งที่สามัญและต่ำทราม เราคิดว่าเราเปลี่ยนได้แค่เสื้อผ้าเท่านั้น
ผู้ทรงภูมิปัญญาลึกล้ำกว่า
เราไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน กระนั้นเราก็สรรเสริญตัวเองว่าชาญฉลาด และกำหนดกฎระเบียบขึ้นบนผิวพื้น. จริงทีเดียว เราเป็นนักคิดที่ลึกซึ้ง เราเป็นจิตวิญญาณที่ทะเยอทะยาน ขณะที่ฉันยืนอยู่เหนือตัวแมลงซึ่งกำลังไต่ไปท่ามกลางเรียวเข็มใบสนบนพื้นป่า และพยายามซ่อนตัวจากสายตาของฉัน. ฉันถามตัวเองว่าเหตุใดมันจึงยึดมั่นในความคิดต่ำต้อยเหล่านั้น และซ่อนหัวของมันเสียจากฉัน ผู้อาจบางทีจะเป็นผู้อุปถัมภ์ของมัน และมอบแก่เผ่าพันธุ์ของมันซึ่งข่าวสารอันน่ายินดีบางประการ. ขณะนั้นเองฉันก็นึกถึงผู้อุปถัมภ์และภูมิปัญญายิ่งใหญ่ลึกล้ำกว่าซึ่งยืนอยู่เหนือตัวฉันผู้เป็นมนุษย์แมลงตัวเล็ก ๆ
ตื่น
วันทั้งวันย่อมหมดสิ้นความหมายไป หากในวันนั้นเราไม่ได้ตื่นขึ้นด้วยภูมิปัญญาของเรา แต่โดยการปลุกอย่างเป็นกลไกจากคนรับใช้ มิได้ตื่นขึ้นมาโดยพลังและแรงบันดาลใจอันสดใหม่จากภายใน ผสานร่วมด้วยพลิ้วคลื่นแห่งสังคีตสวรรค์. แทนที่จะเป็นเสียงระฆังโรงงาน ตื่นขึ้นด้วยอากาศอบอวลด้วยกลิ่นหอมชื่น – ตื่นขึ้นสู่ชีวิตอันสูงส่งกว่าเมื่อยามที่เราหลับใหลจากไป และดังนี้ ความมืดก็เอื้อดอกผลของมัน พิสูจน์ตนเองว่าดีงาม ไม่น้อยไปกว่าแสงสว่าง. บุคคลผู้ไม่เชื่อว่าแต่ละวันประกอบไปด้วยโมงยามที่สดใหม่ ศักดิ์สิทธิ์ และเรืองรองขึ้นกว่าโมงยามที่เขาหมิ่นหยามมา ย่อมมีชีวิตอันสิ้นหวัง และกำลังลงสู่วิถีอันต่ำและมืดมน. หลังจากได้หลุดพ้นจากชีวิตทางกามคุณ วิญญาณของมนุษย์ หรือจะเรียกว่าอวัยวะของมันถูกกว่า. ถูกชุบให้กลับชุ่มชื่นขึ้นอีกในแต่ละวัน และภูมิปัญญาของเขาก็จะพยายามอีกครั้งในวิถีชีวิตประเสริฐใดก็ตามที่มันสามารถจะกระทำได้
ประเทศชาติ
ตัวชาติเองพร้อมด้วยสิ่งที่เรียกกันว่าการปรับปรุงภายในทั้งมวลของมัน ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นของภายนอกและผิวเผิน ก็เป็นแต่เพียงการจัดตั้งที่เทอะทะโตเกินขนาด เบียดเสียดไปด้วยเครื่องตกแต่งและสะดุดกับกับดักของตัวเอง ล่มจมโดยความหรูหราฟุ่มเฟือยและค่าใช้จ่ายที่ไม่ระมัดระวัง. โดยจำเป็นต้องอาศัยการคำนวนและเป้าหมายที่ควรค่า ดุจดดังครัวเรือนนับล้านในแผ่นดินนั้น และวิธีเยียวยาเพียงประการเดียวก็คือต้องอยู่ในระบบเศรษฐกิจที่กวดขัน ต้องใช้ชีวิตเรียบง่ายยิ่งกว่าชาวสปาตาร์ และอย่างมีจุดมุ่งหมาย
อยู่ที่นี้และเดียวนี้
มนุษย์แซ่ซ้องสัจจะที่อยู่ห่างไกล ในรอบนอกของระบบ เบื้องหลังดวงดาวที่อยู่ไกล , สมัยก่อนอดัมส์และหลังมนุษย์คนสุดท้าย. ในนิรันดรภาพมีบางสิ่งที่เป็นจริงและเลิศพิสุทธิ์. แต่กาละและเทศะและโอกาสทั้งมวลเหล่านี้ อยู่ที่นี้และเดี๋ยวนี้. พระเป็นเจ้าพระองค์นั้นสูงส่งสุดยอดในปัจจุบันขณะ, และไม่มีวันที่จะเป็นยิ่งไปกว่านั้นในห้วงที่ล่วงผ่านไปแล้วของยุคสมัยทั้งปวง และเราสามารถจะเข้าใจได้ว่า อะไรเลอเลิศและประเสริฐ ก็ด้วยการซึมซาบอาบเอิบมิรู้สิ้นแห่งความจริงแท้ที่แวดล้อมอยู่. จักรวาลย่อมตอบโต้อย่างสม่ำเสมอและนอบน้อมต่อดวงความคิดนานาของเรา. ไม่ว่าเราจะเดินทางเร็วหรือช้า เส้นทางได้ถูกวางไว้ให้เราแล้ว ดังนั้นเราจงใช้ชีวิตไปในการนึกคิดเถิด. แม้กวีหรือศิลปินก็ยังไม่เคยมีแบบแผนที่งดงามและประเสริฐขนาดนั้น. แต่ทายาทบางคนของเขาอย่างน้อยก็สามารถจะกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปได้
แยกมันออก
เราจงใช้วันหนึ่งอย่างสุขุมมั่นคงเยี่ยงธรรมชาติ และอย่าปล่อยให้ถูกเหวี่ยงออกจากเส้นทางโดยเปลือกลูกนัทและปีกยุงที่ร่วงลงมาบนหนทาง. จงตื่นแต่เช้าตรู่แล้วเว้นอาหาร หรือกินอาหารเช้า อย่างนุ่มนวลปราศจากความกระวนกระวาย ให้มิตรสหายมาเยือนแล้วให้เขากลับไป ให้ระฆังดัง และเด็ก ๆ ร้องให้. กำหนดใจว่าจะทำวันนั้นให้คุ้ม. เหตุใดเราต้องยอมจำนนแล้วลอยตามกระแสน้ำไปเล่า ? จงอย่าหัวเสียและถูกท่วมจมไปในวังน้ำวนเชี่ยวกรากที่เรียกกันว่า การร่วมสังสรรค์รับประทานอาหารเย็น อันฉาบฉวยตื้นเขิน. จงฝ่าอันตรายนี้ไปให้ได้แล้วจะปลอดภัย เพราะเส้นทางที่เหลือนั้นทอดลงเขา
ตั้งมั่น หยั่งลึก
ด้วยประสาทที่ไม่ผ่อนเนือย ด้วยความแข็งขันยามเช้า จงออกเรือแล่นใบไป. ดังนั้น มองไปยังอีกด้านหนึ่ง มัดตนเองไว้กับเสากระโดงเยี่ยงเดียวกับยูลิซิส. หากเครื่องยนต์ส่งเสียงหวีด ปล่อยให้มันหวีดจนแหบเคลือไปเลย. เมื่อระฆังดัง ทำไมเราต้องวิ่งด้วยล่ะ ? เราจะพิจารณาดูว่ามันคล้ายดนตรีชนิดไหน. เราจงตั้งมั่นตัวเอง ทำงานและตอกเท้าของเราลงไป ตอกผ่านชั้นโคลนเลนเฉอะแฉะแห่งคำวิพากษ์วิจารณ์ อุปาทาน ประเพณี ความหลอกลวง และลักษณะภายนอก เหล่าเปลือกตมที่น้ำพัดมาท่วมโลกนี้ ตั้งแต่ปารีสถึงลอนดอน นิวยอร์คถึงบอสตันและคองคอร์ด จากศาสนจักรถึงรัฐ จากกวีนิพนธ์ถึงปรัชญาและศาสนา จนกระทั่งเราหยั่งถึงก้นบึ้งอันเป็นศิลาแกร่ง ซึ่งเราสามารถเรียกได้ว่าความจริงแท้ พูดได้ว่าคือสิ่งนี้แหล่ะ และไม่ผิดพลาดด้วย. จากนั้นก็เริ่มต้นโดยมีเป้าหมายอยู่แล้ว หาสถานที่ใต้สายธาร และน้ำค้างแข็ง และเปลวเพลิง ซึ่งสามารถจะพบผนังสักแห่งหรือสถานสักอย่างหนึ่ง หรือตั้งเสาโคมไฟขึ้นสักเสาหนึ่งได้อย่างปลอดภัย หรือบางทีอาจจะเป็นมาตรวัดสักอันหนึ่ง ไม่ใช่เครื่องวัดความไม่มีอะไร แต่เป็นเครื่องวัดความจริง ซึ่งจะทำให้ยุคสมัยในอนาคตอาจรู้ได้ว่าสายธารแห่งมารยาและลักษณ์ภายนอกนั้นสะสมความลึกของมันได้มากเพียงใดในช่วงกาลหนึ่ง ๆ หากคุณยืนหยัดเผชิญหน้ากับข้อเท็จจริงสักอย่างหนึ่ง คุณจะเห็นตะวันส่องวาบวับอยู่บนพื้นผิวทั้งสองของมัน ประหนึ่งว่ามันเป็นดาบเล่มหนึ่ง และรู้สึกว่าคมอันหอมหวานของมันกำลังผ่าตลอดลงไปถึงหัวใจและไขกระดูก และดังนี้คุณจะสรุปอาชีพมนุษย์ของตนเองได้อย่างมีความสุขยิ่ง

