มาถึงการเลือกวันไปพูดคุยกับผู้ป่วยครั้งแรก

การเรียนรู้สหวิชาชีพ ศูนย์สุขศาสตร์ มธ



หลังจากแบ่งกลุ่มกันเรียบร้อย 5 กลุ่ม เมื่อต้นเดือน เมษายน 2562 กลุ่มผมมีนักศึกษา 6 คน เป็นนักศึกษาแพทย์ปี 4 จำนวน 2 คน นักศึกษาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก CICM ปี 3 จำนวน 2 คน และนักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ เอกสร้างเสริมสุขภาพ ปี 3 จำนวน 2 คน และมี อ 2 คน คือ อ คัติยา (อ อ้อย) จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ และผม



เนื่องจาก มีแต่คณะแพทย์ที่ปิดเทอม อีก 2 คณะยังเรียนอยู่ จึงหาวันนัดกันคุยกันตัวเป็นๆ ได้ยากมาก จึงตัดสินใจกันคุยกันผ่าน line call เย็นวันที่ 23 เมษายน 2562 เมื่อใกล้ถึงเวลาคุย อ อ้อย ส่งข้อความมาว่ามีเหตุฉุกเฉินขอเลื่อนเวลาคุยจาก 18 น. เป็น 18:30 น. เมื่อถึงเวลา 18:30 น. พอเริ่มคุยผมถึงรู้ว่า อ อ้อย ยังขับรถกลับไม่ถึงบ้านต้องจอดรถข้างทาง เพื่อคุยกันนานประมาณ 1 ชั่วโมง แสดงถึงสปิริตอันแรงกล้าจริงๆ ครับ



ช่วงคุยกันได้ให้แต่ละคนแนะนำตัวเอง และเหตุผลในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ของแต่ละคน นักศึกษาทุกคนบอกว่าอยากเรียนรู้การทำงานของวิชาชีพอื่นๆ ว่าทำอะไรกันบ้าง เราได้คุยกันถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่าจะทำอะไรกันดี นักศึกษาเคยคุยกันเบื้องต้นแล้วว่าอยากเรียนรู้ผู้ป่วยใน อาจเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เมื่อคุยกันไปมาก็ได้ข้อตกลงว่าควรเป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจด้วยเพื่อที่นักศึกษาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกได้มีส่วนร่วม และนักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์สามารถให้สุขศึกษาได้ ในที่สุดตกลงกันว่าจะเลือกหอผู้ป่วย stroke unit โดยเลือกผู้ป่วยที่สามารถพูดคุยได้



มาถึงการเลือกวันไปพูดคุยกับผู้ป่วยครั้งแรก นัดกันได้เป็นเย็นวันที่ 2 พฤษภาคม หลังจากงานรับเสื้อกาวน์ นศ แพทย์ ปี 3 ซึ่ง นักศึกษาแพทย์ปี 4 ที่อยู่กลุ่มผมต้องไปทำหน้าที่จัดงานให้น้องๆ ในวันนั้นด้วย และคุยกันว่าวันที่ 3 พฤษภาคม เราจะไปให้สุขศึกษาผู้ป่วยต่อไป

เช้าวันที่ 30 เมษายน ผมโทร คุยกับคุณอุไร หัวหน้าพยาบาล stroke unit รพ ธรรมศาสตร์ฯ เล่าเรื่องกิจกรรมที่จะทำ เนื่องจาก หนังสืออย่างเป็นทางการคงถึงช้า และนัดคุยกับคุณอุไรเที่ยงวันที่ 1 พฤษภาคม เมื่อไปคุยกับคุณอุไรก็ได้ทราบว่า อ นงลักษณ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะแพทย์ ได้โทร มาคุยกับคุณอุไรเมื่อคืนแล้วเช่นกัน ต้องขอบคุณ อ นงลักษณ์เป็นอย่างมากครับ


ผมฟังคุณอุไร (คุณไก่) เล่าให้ฟังถึงระบบการดูแลคนไข้ stroke แล้วรู้สึกชื่นชมการทำงานที่เป็นระบบและพัฒนางานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา มีความพยายามลดระยะเวลาการให้ยาฉีดละลายลิ่มเลือดให้น้อยที่สุดนับตั้งแต่ผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล โดยมีการพูดคุยกับทีมห้องฉุกเฉิน เพื่อลดขั้นตอนต่างๆ ให้ผู้ป่วย stroke ชนิดสมองขาดเลือดได้รับยาฉีดละลายลิ่มเลือดให้เร็วที่สุด เมื่อผู้ป่วยเข้ามาใน stroke unit จะเข้าไปในส่วน acute care ก่อน เมื่ออาการดีขึ้นจะย้ายออกมา intermediate care   ในช่วงที่อยู่ใน intermediate care จะมีทีมสุขภาพไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล (มีพยาบาลประจำคนไข้ด้วย) เภสัชกร กายภาพบำบัด และนักสังคมสงเคราะห์มาคุยกับผู้ป่วยและญาติ เพื่อเตรียมผู้ป่วยกลับบ้าน เมื่อกลับไปถึงบ้านก็มีการติดตามออกไปเยี่ยมบ้านด้วย

ในเรื่องการทำงานเป็นทีมใน stroke unit มีการทำ team meeting สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยทุกวิชาชีพที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยกันเกี่ยวกับผู้ป่วย และในการ round ward ก็มีการ round เป็นทีม และมีการพูดคุยกันอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานสหวิชาชีพด้านสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง ผมถามคุณไก่ว่าอะไรทำให้สามารถสร้างทีมขึ้นมาได้ คุณไก่บอกว่าการที่แต่ละวิชาชีพต่างให้เกียรติกันและมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการดูแลผู้ป่วย ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อ้อ ลืมเล่าไปมีการจัดกิจกรรม stroke สัญจรไปที่ต่างๆ เพื่อสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจกับบุคลากรสุขภาพและชุมชนในที่ต่างๆ ด้วย

ก่อนถึงวันไปคุยกับคนไข้ มีนักศึกษาแพทย์ที่อยู่กลุ่มอื่น 1 คน ไม่สามารถร่วมกับกิจกรรมของกลุ่มที่จะจัดวันเสาร์อาทิตย์ได้ ผมจึงเสนอว่าให้มาอยู่กลุ่มผม และในวันจริงมีนักศึกษาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกมาร่วมกิจกรรมอีก 1 คน (ขยันมาก) เรานัดกัน 4 โมงเย็น หลังจากเสร็จงานพิธีการรับกาวน์ แต่การถ่ายรูปยังไม่เสร็จสิ้น เมื่อถึงเวลาเราพบกันที่ stroke unit นักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ 2 คนติดนำเสนองานมาร่วมได้ตอน 17:30 น. นับถือความขยันอดทนของนักศึกษาจริงๆ ครับ

ที่ stroke unit พยาบาลที่เป็น case manager ได้เลือกผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน 3 เส้น ทำการขยายหลอดเลือดหัวใจแล้ว 2 เส้น และเกิดมีลิ่มเลือดลอยไปอุดเส้นเลือดสมอง ทำให้เกิดสมองขาดเลือด หลังจากนักศึกษาศึกษาแฟ้มประวัติผู้ป่วยแล้วก็ไปพูดคุยกับผู้ป่วย นักศึกษาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกและนักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ไม่เคยได้พูดคุยกับผู้ป่วยก็สามารถพูดคุยได้อย่างดี นักศึกษาแพทย์ก็พูดคุยกับผู้ป่วยได้อย่างสุภาพและเป็นอย่างดี จากนั้นก็ให้พี่พยาบาลที่เป็น case manager มาเล่าถึงกระบวนการดูแลผู้ป่วยให้ฟัง และคุยกันในกลุ่มว่าวันรุ่งขึ้นจะทำอะไรให้แก่ผู้ป่วยดี

ตกลงกันในกลุ่มว่า นศ แพทย์จะคุยกับผู้ป่วยเกี่ยวกับยาที่กินอยู่ การระมัดระวังผลข้างเคัยงจากยา การป้องกันตนเองไม่ให้กลับเป็นซ้ำ นักศึกษาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกจะพูดเกี่ยวกับภาวะความผิดปกติในหัวใจของผู้ป่วย นักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์จะพูดเกี่ยวกับการออกกำลังกายและการกินอาหาร คุยกันเสร็จเรียบร้อยตอน 1 ทุ่ม ช่างมีความขยันอดทนกันจริงๆ อ้อ ทั้งๆ ที่ นักศึกษาคนหนึ่งนัดกินข้าวเย็นกับแฟน ก็ต้องไปสาย หวังว่าคงไม่มีการงอนกันนะครับ

เย็นวันที่ 2 พฤษภาคม เมื่อมาถึง stroke unit กัน ก็ลองซ้อมการพูดคุยที่เตรียมกันไว้ นักศึกษาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกซึ่งเรียนมาเป็นภาษาอังกฤษตลอดหลักสูตรมีความกังวลในการที่จะต้องอธิบายเป็นภาษาไทยให้ผู้ป่วยฟัง กลัวว่าอธิบายไม่ถูกจะสร้างความกังวลให้ผู้ป่วยมากขึ้น ช่างเป็นความคิดอ่านอย่างผู้ใหญ่เสียจริงๆ ห่วงใยใส่ใจความรู้สึกของผู้ป่วย นักศึกษาคณะอื่นๆ ก็ช่วยเป็นกำลังใจให้นักศึกษาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกฝึกพูดได้เป็นอย่างดี และเมื่อถึงตอนที่คุยกับผู้ป่วยนักศึกษาทั้ง 2 คนก็สามารถสื่อสารภาษาไทยแก่ผู้ป่วยได้อย่างดี

สำหรับนักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ก็เพิ่งกลับมาจากดูงานที่ สสส. ก็มาเข้าพูดคุยกันเลย เตรียมเอกสารที่ได้มาจาก สสส. และทำ QR code การออกกำลังกายมาไว้ด้วย เมื่อนำไปเล่าให้ผู้ป่วยฟังผู้ป่วยชอบใจเป็นอย่างมาก สำหรับนักศึกษาแพทย์ทั้ง 3 คน แสดงความเป็นพี่ เนื่องจาก ชั้นปีสูงสุดในกลุ่มได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ตอนก่อนเริ่มกิจกรรมเคยเปรยๆ กับผมว่า ถึงแม้เป็นปี 4 ซึ่งสูงสุดเมื่อเทียบกับคณะอื่น แต่ยังถือว่าเป็นน้องเล็กในการเรียนชั้นคลินิกของแพทย์ แต่พวกเขาและเธอทั้งสามคนแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นน้องเล็กหรือพี่ใหญ่เขาและเธอทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี และดูแลน้องๆ อีก 2 คณะได้อย่างสุภาพอ่อนโยน (หรือเปล่านะ) วันที่ 2 เสร็จกิจกรรมกันทุ่มครึ่ง

ในช่วงเวลา 2 เย็นที่นักศึกษาได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และสามารถให้ความรู้ นำสื่อมาให้ผู้ป่วยได้ในเวลาอันจำกัด ท่ามกลางการเรียนที่ต้องเรียน การจัดกิจกรรมอื่นก็ต้องทำ แสดงให้เห็นศักยภาพที่อยู่ในตัวของนักศึกษาแต่ละคน และแสดงให้เห็นว่าความตั้งใจเริ่มแรกที่เข้ามาเรียนว่าต้องการทำให้ผู้ป่วยมีความสุข เขาและเธอเหล่านี้ทำได้ดีมาก

เมื่อวานเย็น (8 พฤษภาคม) นักศึกษาทั้ง 5 กลุ่มนำเสนอให้คณบดีและอาจารย์ในคณะต่างๆ ในศูนย์สุขศาสตร์ฟังถึงกิจกรรมที่ได้ไปเรียนรู้ ผมฟังสิ่งที่นักศึกษาทั้ง 5 กลุ่มนำเสนอในรูปแบบการเรียนรู้และนำเสนอที่แตกต่างกัน ผมได้เห็นบทบาทของวิชาชีพอื่นๆ ที่ช่วยผู้ป่วย เช่น ทันตกรรมช่วยลดอุบัติการณ์การเกิด ventilator-associated pneumonia บทบาทของวิชาชีพต่างๆ ในการลดการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผล เห็นนักศึกษาชั้นปีต้นๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์พูดคุยกับผู้ป่วยได้แสดงถึงการพูดคุยได้อย่างดี เข้าใจบทบาทของตนเอง เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนต่อไป

นี่แค่เป็นก้าวแรกของศูนย์สุขศาสตร์ มธ แม้มีคนเข้าร่วมยังไม่มาก แต่คาดว่าคงขยายต่อไปเป็นการเรียนรู้ในหลักสูตร ซึ่งไม่จำเป็นต้องจัดรายวิชาขึ้นมาใหม่ ใช้รายวิชาเดิม แต่ปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ วิชาชีพไหนมีการเรียนรู้ในหอผู้ป่วย ก็จัดให้มีการดูผู้ป่วยร่วมกันกับวิชาชีพอื่นเป็นครั้งคราว หากมีกิจกรรมที่ต้องเรียนรู้ในชุมชนก็อาจจัดให้ออกชุมชนร่วมกัน และนอกจากนี้อาจจัดประชุมย่อยร่วมกันระหว่างนักศึกษาวิชาชีพต่างๆ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย เป็นต้น

ขอบคุณครับ