
[review] รีวิว The Ninth Gate (1999) เปิดขุมมรณะท้าซาตาน หนังแนวสืบสวน สอบสวนไขปมปริศนา นำแสดงโดยนักแสดงเจ้าบทบาท Johnny Depp เพิ่งนานๆครั้งเราจะเห็นเขารับบทเป็นคนธรรมดาสักทีนึง
หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับ ดีน คอร์โซ่ นายหน้าค้าหนังสือเก่าที่มีชื่อเสียง ได้รับว่าจ้างจากมหาเศรษฐีผู้สะสมหนังสือหายากคนหนึ่ง ให้ไปสืบหาหนังสือที่ชื่อ The Ninth Gate ซึ่งทั้งโลกใบนี้เหลืออยู่เพียง 3 เล่ม อยู่ที่มหาเศรษฐีผู้นี้ 1 เล่ม เขาอยากรู้ว่าอีก 2 เล่มที่อยู่มนโปรตุเกส และ ปารีสนั้นเป็นเรื่องจริงหรือปลอม ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้เล่มนี้คือผู้เขียนได้ถูกเผาทั้งเป็น เนื่องจาก ในช่วงปี 1700 นั้นเชื่อว่าผู้เขียนได้เขียนหนังสือเล่มนี้ร่วมกับซาตาน ลูซิเฟอร์ ในหนังสือเล่มนี้น่าจะมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่เกี่ยวข้องกับซาตาน แถมยังสามารถปลูกซาตานได้อีกด้วย ดีน ได้รับค่าจ้างมหาศาล ให้ตามหาและพิสูจน์ ความเหมือนหรือแตกต่างของหนังสืออีก 2 เล่ม และหากทำงานสำเร็จ จะได้รับเงินคูณ 2 เป็นโบนัส ระหว่างที่เขาตามหา ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับหนังสือก็ได้ตายไปอย่างมีปริศนา และเมื่อสืบไปสืบมา เขาก็เริ่มเชื่อว่าหนังสือ The Ninth Gate เป็นหนังสือที่ไม่ธรรมดาเหมือนหนังสือทั่วไป เป็นหนังสือที่ซาตานซ่อนอะไรบางอย่างไว้ภาพใต้รูปภาพประกอบ
หนังเดินเรื่องราวโดยใช้พล๊อตเรื่องแบบสืบสวนสอบสวน ไขปริศนาไปทีบะจุด จากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง และโยงเรื่องราวเข้า กับคติความเชื่อเรื่องซาตาน โดยเฉพาะซาตานที่ชื่อว่า ลูซิเฟอร์ ซาตานผู้มีชื่อเสียงและมีบทบาทที่สุดที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์ในศาสนาคริสต์ทั้งพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่อีกทั้งยังมีบทบาทในโลกของวรรณกรรมและโลกของภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่งเรียกได้ว่าเป็นซาตานที่มีชื่อเสียงที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งมีหนังอธิบายว่าหากใครไขปริศนาจากหนังสือได้ จะสามารถปลุกซาตานขึ้นมาได้และซาตานจะนำอำนาจวาสนามาให้ อีกทั้งยังเล่าถึงลัทธิที่บูชาซาตานที่เชื่อว่าจะสามารถเรียกลูซิเฟอร์ขึ้นมาจากขุมนรกได้

หนังไม่ได้ดำเนินเรื่องเร็วมากนัก ค่อยๆเดินเรื่องจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งแล้วก็ค่อยๆสามารถไขปริศนาได้ทีละขั้น ซึ่งปริศนานั้นเอาเข้าจริง ๆ แล้วไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก เพราะตัวเอกของเรื่องสามารถไขปริศนาได้จากการช่วยเหลือของผู้รู้ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ และอาศัยความสามารถในการช่างสังเกตของเขานิดหน่อย ปริศนาไม่ได้ยากเกินไป เนื้อเรื่องไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากและไม่ค่อยมีฉากต่อสู้มากนัก ดังนั้นหากใครชอบหนัง แนวล่าสมบัติไขปริศนา สไตล์ National Treasure davinci code ก็อาจจะผิดหวังกับหนังเรื่องนี้ และที่สำคัญพระเอกไม่ได้มีความรู้ด้านโบราณคดี หรือมีความรู้เกี่ยวกับเทพปกรณัมแต่อย่างใด เป็นเพียงนักพิสูจน์หนังสือหรือนายหน้าขายหนังสือเก่าเท่านั้น แต่ความสนุกของเรื่องคือเสน่ห์ของเรื่องมันอยู่ที่การที่เราค่อย ๆ เดินตามเนื้อเรื่องไปอย่างช้า ๆ นี่แหละ ไม่รีบเร่งอะไรมากเหมือนหนังล่าสมบัติในยุคปัจจุบัน
อย่างที่กล่าวในตอนต้น นานๆทีจะได้เห็น Johnny Depp รับบทเป็นบุคคลธรรมดา ลักษณะกริยาท่าทางก็ไม่ overacting ดูไปดูมาก็ค่อนข้างมีเสน่ห์ แต่ในด้านมิติของตัวละครนั้นเรียบนิ่งไปหน่อย
หลายฉากของเรื่องมีดนตรีประกอบภาพยนตร์ อันเป็นแบบฉบับของหนังในยุค ก่อนปี 2000 ดูแล้วก็มีเสน่ห์ดี
The Ninth Gate เปิดขุมมรณะท้าซาตาน แม้จะดึงเสน่ห์คติความเชื่อเรื่องซาตานออกมาได้ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็ได้ความน่ากลัวบางอย่างออกมาที่มนุษย์อย่างเราสามารถรับรู้ได้และมันมีอยู่จริง ก็คือสันดานดิบของความโลภของมนุษย์ สันดานดิบความอยากได้ อยากมี อยากเป็นของมนุษย์ ที่ทำให้มนุษย์สามารถทำเรื่องร้าย ๆ ได้โดยไม่สนความถูกต้องหรือมนุษยธรรมใด ๆ นั่นเอง เหมือนหนังจะบอกเราว่า แท้จริงแล้วมนุษย์นั้นอาจน่ากลัวกว่าซาตานก็เป็นได้
7/10
วาทิน ศานติ์ สันติ
#MovieStation #สถานีหนัง