ผมมีเรื่องราวแห่งความรักจะมาเล่าให้ฟัง ตามผมมาเลยครับ แต่ถ้าใครไม่ชอบเรื่องรักๆใคร่ๆ ก็หยุดไว้ตรงนี้..ไม่ต้องตามมาก็ได้..
วันหนึ่ง..ผมมีโอกาสได้ไปเป็นคณะทำงานการศึกษาให้ต้นสังกัดที่กรุงเทพฯ มีโอกาสได้รู้จักนักวิชาการคนหนึ่ง เธอสวยมาก..ใช่ครับเธอเป็นผู้หญิง
ก่อนหน้านั้นราวหนึ่งชั่วโมง ผมไม่ค่อยจะชอบเธอ ไม่มีเหตุผลอันใดแค่รู้สึกว่าไม่ชอบ หรืออาจเป็นเพราะคณะทำงานทุกคนมาถึงแล้ว ยังขาดแต่เธอคนเดียว
สักครู่..มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงที่สนทนาบ่งบอกว่า “เธอ”คนที่ยังมาไม่ถึงนั้น ได้ขับรถแล้วน้ำมันหมดอยู่ตรงสะพานที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพ
การประชุมเริ่มขึ้นโดยที่ไม่มีเธอ..ไม่มีใครรอ แต่ผมรู้สึกจดจ่อนิดนึง อยากเห็นหน้าเธอ เพราะผมสงสัยว่าขับรถยังไง..ถึงปล่อยให้น้ำมันหมด
แล้วประตูห้องประชุมก็เปิดออก..เธอก้าวเข้ามาด้วยอาการรีบเร่ง ยกมือขอโทษทุกคน หัวหน้าคณะทำงานกล่าวทักทาย ตามด้วยคำแนะนำให้ทุกคนรู้จัก
ผมได้ยินชัดเจน...ชื่อเธอขึ้นต้นด้วย ด๊อกเตอร์....ตอนนั้นผมลืมเรื่องน้ำมันหมดไปเลย ไม่ได้สนใจคำนำหน้าชื่อแต่ผมสนใจตัวเธอ ที่มีใบหน้าขาวสวย ตาคม ร่างเล็กเพรียว เหมือนตุ๊กตา อายุก็น่าจะไม่เกิน ๓๐ ที่สำคัญเธอนั่งทำงานในกลุ่มเดียวกับผม
ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม ก็เลยมีโอกาสรับฟังข้อคิดเห็นของทุกคน รวมทั้งของด๊อกเตอร์..ที่เธอพูดจาฉะฉานมากสมกับเป็นนักวิชาการ
แล้วเธอก็มาพูดกับผมในช่วงเวลาอาหารกลางวัน “ขอโทษหัวหน้าด้วยนะคะ ที่มาช้า...” ผมอยากจะบอกเธอว่าผมลืมเรื่องมาช้าไปนานแล้ว และจะขอบใจเธอด้วยซ้ำที่ไม่เรียกผมว่า “ลุง” เพราะเธอหน้าตาอ่อนเยาว์คราวลูกผม
“หัวหน้าคะ..หนูอยู่ทำงานได้สองวันเท่านั้น หนูมีธุระต้องไปเลี้ยงอาหารนักเรียนในโรงเรียน ตชด.” “อย่าลืมเข้ากลุ่มไลน์นะเผื่อมีงานที่ต้องประสานกัน” ผมบอกเธอ ”ขอไอดีไลน์หัวหน้าด้วยนะคะ” ผมไม่ได้พูดอะไร แต่รีบให้เธอทันที..
วันสุดท้ายเธอหายไปตั้งแต่เช้า ตอนบ่ายเธอส่งรูปเข้ามาในกลุ่มไลน์ ด้วยรอยยิ้มหวานชื่นเคียงคู่ชายหนุ่มรูปหล่อที่เธอเดินทางไปทำบุญกับเขา
ไม่ใช่เรื่องของผมแล้ว ..เสร็จงานผมก็เดินทางกลับบ้าน เพื่อจะได้ทำงานในโรงเรียนขนาดเล็กต่อไป..แต่เธอไม่ได้ไปไหน เข้ามาทักทายในไลน์ทุกวัน..
เธอถามเรื่องโรงเรียน..เรื่องการจัดการเรียนการสอน..บางทีผมก็ไม่ได้ตอบแต่ส่งภาพมุมสวยๆไปให้เธอดูมิใช่น้อย เธอบอกผมว่าเธออยากสอบไปเป็นผู้บริหาร..ผมก็บอกว่าความรู้มากมายขนาดนี้คงสอบได้แน่ แล้วเธอก็เงียบหายไป.
คืนนี้...เธอเข้ามาในไลน์ของผมอีกครั้ง..ผมสะดุ้งเล็กน้อย “พี่หนูอยากตาย เขามีหนูอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังไปคบคนอื่น” เธอพูดแค่นี้ จากนั้นสติ๊กเก้อร์แบบที่มันเศร้าสะเทือนใจก็ตามมาเป็นแผง...เงียบกันไปพักนึง
“คิดถึงพ่อกับแม่ คนในครอบครัวนะน้อง..อย่าคิดสั้นดิ”
“ถ้าหนูไม่คิดถึงแม่หนูคงโดดน้ำตายไปแล้ว” เธอยืนยันด้วยภาพใบหน้าจริงของเธอที่มีแต่คราบน้ำตา มันเหี่ยวย่นจนไม่หลงเหลือความสวยให้เห็น
“น้องโชคดีแล้ว..ที่เรียนรู้เร็ว หลายคนมีความรักต้องเรียนรู้กันทั้งชีวิต ก็ยังไม่เข้าใจกัน ของน้องคบกันไม่ทันไร ก็เข้าใจได้ถึงเรื่องราวของความรัก..” เธอ..เงียบ “เป็นแค่บททดสอบ อย่าไปคิดไรมาก ความทุกข์เดี๋ยวมันก็ผ่านไป...” ผมพูดต่อ
“พี่..ไม่เป็นหนู..พี่ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บแค่ไหน?” ผมยังไม่พูดอะไร..
“เขาหลอกหนู..ทั้งที่หนูจริงใจกับเขา ทำไมเขาต้องทำแบบนี้”
“ พี่เคยมีความรักนะ..รักมากแล้วก็คาดหวังไปต่างๆนานา แต่คนที่พี่รักเธอเป็นคนดี เธอขอแค่จริงใจและเป็นแค่กำลังใจให้พี่..ตอนนั้นพี่รู้สึกเจ็บเพราะหวังมากกว่านั้น แต่แล้วคนที่พี่รักก็ให้แง่คิดในการใช้ชีวิต พี่จึงหูตาสว่าง..ตอนนี้พี่ยิ่งรักเธอมากกว่าเดิม เราคุยกันทุกวัน แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะความรักแท้..ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
“หนู..คาดหวังในตัวเขามากเกินไป” “ใช่..คาดหวังมาก ก็ผิดหวังมาก”
“แต่หนูต้องเปลี่ยนแปลง..หนูทนความรักแบบนี้ไม่ได้”
“อยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนเลย แต่อย่าไปอาฆาตมาดร้ายใคร ทุกคนมีเหตุผล น้องก็แค่กลับมารักตัวเอง..ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ชีวิตต้องไปต่อให้ได้ นะน้อง”
“ขอบคุณพี่นะ..รบกวนพี่ งานพี่ก็หนักอยู่แล้ว พี่คงเหนื่อยมาก”
“งานหนัก..แต่ถ้าทำด้วยความรักจะไม่เหนื่อย กลับมีความสุขด้วยซ้ำ สำหรับพี่ รักงานไม่เคยเปลี่ยนแปลง จึงทำงานได้เรื่อยๆ และไม่คาดหวังใดๆให้มันมาบั่นทอนจิตใจ...”
“หนู..รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ขอบคุณพี่นะคะ”
เธอส่งภาพที่มีคำว่า..ราตรีสวัสดิ์..มาให้ผม..ผมไม่มีภาพใดๆจะให้เธอ นอกจากคำว่า.....”ฝันดีครับ”
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒