คำตอบสุดท้าย Final Stage - This is me (ฉันนี่แหละ) -

หากวันนี้ ถึงเส้นชัยแล้ว ภาพจะเป็นอย่างไร....???


“วันนี้ ผม ปิยะเทพ ตรึงจิตวิลาส ขอประกาศสมบูรณ์แบบในชีวิตของตนเอง แล้วครับ

      ตลอดชีวิตที่อยู่ใน โครงสร้างนี้ ให้อะไรกับหลายๆอย่าง กับเรามาก ผมอยากจะ บอกกับพวกเรา

    อย่างหนึ่ง ตั้งแต่ วันแรกที่เข้ามา ในโครงการสร้าง มาพร้อมกับ คำว่า “ไม่รู้ว่าเป็นคนยังไง ???”

   และเป็นสิ่งที่ ติดเป็นเวลานาน และวันนี้ ผมมีเป้าหมายชีวิต ถัดไปมาถึงแล้ว คือการสร้างเวที

  ของตนเอง ให้กับ ผู้เข้าอบรม 1000 คน เป็นสัมมนา ของผมเอง และ ผมขอพูดกับพวกเรา เหล่านั้น

  ว่า ความเป็นที่ผมสร้างขึ้น สำหรับตัวผมแล้ว การเป็นที่ยิ่งใหญ่ และ ยอดเยี่ยมคือ

           ฉันจะเป็นจุดยืน ให้กับ ประเทศไทย ครับ............”

       1นาทีผ่านไป พวกเราทุกคน เข้าใจสิ่งที่ผมพูดมากเพียงใด เราไม่รู้ สิ่งปรากฏออกจาก ใจเราลงไป ทำให้พวกเรา ทุกคน ที่อยู่ในห้องอบรม ในคอร์สภาวะผู้นำ ครั้งสุดท้าย ผมไม่รู้ว่า ผมได้สิ่งที่นั้น หรือไม่ และ เป็นอะไรที่ เราต้องรักษาคนเหล่านั้นไว้ ผู้คนกล่าวชื่นชม ยินดีกับเรา ด้วยความที่ ไม่มีไม่อะไรเลย

        ในที่สุด ก็ได้เรียนรู้อะไร หลายๆอย่าง สองปีแล้วนะ ที่ทำธุรกิจเทรนนิ่ง มานานพอควร

       ผมจะไม่พูดว่า ถึงเท่านี้ ก็ดีแล้ว ผมยังคงต้องพัฒนาให้มากขึ้นอีก จนกว่า เราจะเป็นที่ยอมรับ

   ในระดับโลก หรือ ระดับเรา พึงพอใจ กับสิ่งนั้น ทำให้มีความสุข อย่างมั่นคง จริงๆสักที .

        เรื่องล่าสุด ที่เกิดได้ไม่นาน

        หลังจากที่ สมบูรณ์แบบจาก คอร์สผู้นำมา ผมก็ออกเดินทาง ไปยังพื้นที่หนึ่ง ตามคำเชื้อเชิญ จาก

 ผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่ง และใช้โอกาสนั้นให้ถึงที่สุด จนกระทั่ง ได้ขึ้นพูด บรรยายจริง ได้เงินบ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่โอกาส ถึงวันหนึ่ง

        ช่วงเวลาที่ ไปประชุมเพิ่มเติม ก็มีเสียงดูแคลน ในหลากหลายพื้นที่ แต่ก็ยังมี คนที่ต้อนรับเป็น

 กัลยาณมิตร ก็มีอยู่เช่นเดียวกัน เสี้ยววินาที มีผู้ใหญ่บ้านท้องถิ่น มาทักทายเรา แล้วเราเอง ก็ยิ้มรับนะ ยิ้มในฟากที่ ต้อนรับอย่างเอื้อเฟื้อ สิ่งที่เกิดขึ้น เค้าขอเบอร์โทร และ ขอไอดีไลน์ รวมถึงเพจเฟสบุ๊ค ไปด้วย เราก็ให้ตามมารยาท และ ในวินาทีนั้น เราก็หวาดระแวงว่า จะชวนมาขายตรง หรือ ประกัน หรือยังซึ่ง โมเมนนั้น เกิดความเกรงใจ มากกกกกกกก

        2 เดือนต่อมา

        มีโทรศัพท์หาเรา มาเป็นข้าราชกาล ผู้ใหญ่ท้องถิ่น เขาบอกอะไรกับเรา . . .

     สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เขาเสนอรางวัล บุคคลพัฒนาสังคม สองรางวัล

     รางวัลแรก เป็น พระราชทานรางวัล ดุษฎีบัณฑิต ปี 2561 ของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์

     รางวัลที่สอง เป็นรางวัล สาขาบุคคลต้นแบบ คนดี คิดดี สังคมดี พระกินรี ของ

                         สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

        สิ่งที่เกิดขึ้น เราโฟกัสคอร์ส ตัวสุดท้าย ซึ่งเป็นการเรียนโค้ช แบบชุดใหญ่ ราคาหลักแสน

      และสิ่งที่เกิดขึ้น ข้าราชกาลผู้ใหญ่ คนนั้น  พูดกับผมว่า  

  “โค้ช เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่รางวัลที่เสนอนั้น มีเพียงแค่โอกาสเดียวเท่านั้น หากไม่รับ

 โอกาสนี้ เท่ากับว่า เสียโอกาสทั้งชีวิตเลยนะ และรางวัลนี้ ใช่ว่า ใครก็ได้สิ่งนั้นได้ ด้วยคุณค่าที่เราสะสมมา

 เราจึงเสนอโอกาสนี้ให้ รางวัลนี้ ถือเป็นเกียรติ ต่อครอบครัว สังคม และตัวเราด้วย ที่จะส่งผลโอกาสนั้น

 สู่คนอื่น ได้มากขึ้น.....”

         สตั๊นไป 5วิ ติดๆยาวกันต่อเนื่อง และสัมผัสได้แล้ว นี่แหละ คือสิ่งที่ บทพิสูจน์ ที่เป็นด่านสำคัญใน โอกาสที่อยู่ตรงหน้านี้ ด้วยความที่ ได้เห็นผลงานผ่านเฟสบุ๊ค ตั้งแต่ ขึ้นเวทีใหญ่ครั้งแรก ตลอดจนไปสอนเด็ก หลากหลายที่ ตลอดจนงานอาสาที่สนามหลวง ด้วยคุณค่าในตัวตนภายในของเรา กับโอกาสที่อยู่ตรงหน้า

     หากเป็นคุณ คิดว่า คุณจะยอมปล่อยโอกาส เสียไป โดยที่ไม่มีอะไรเลย อย่างนั้น จริงๆหรือ....???

    เป็นผม ตัดสินใจ รับสิ่งนั้น ถึงขั้นรีบส่ง ประวัติส่วนตัว พร้อมประวัติทั้งหมด ไปที่ สมาคม ผ่านทางอีเมล์

 ที่สำคัญที่สุด รางวัลนี้ เป็นรางวัลระดับประเทศ และเป็นสิ่งที่ ถึงเวลา ในสิ่งที่ต้องการของเราต้องการแล้ว

     ตอนแรกๆส่งไป ไม่น่ารอดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ชื่อของเรา ติดหนึ่งใน 150 คน ของพิธีพระราชทานรางวัล พระกินรี คนดีของแผ่นดิน สาขา บุคคลต้นแบบด้านสังคม

      เวลาผ่านไป  

      ผมลงทุน บางอย่างทิ้งไว้ ทั้งเรื่องสุขภาพ และการพัฒนาตนเอง ในคอร์สที่ตรงกับศาสตร์ Mirror

  มาต่อยอดงาน ที่เราทำอยู่ขยายผลขึ้นอีก วันใดที่ไม่มีงานบรรยาย เราก็นั่งเฝ้าหน้าจอคอม โดยการ เทรดหุ้น

  พอเข้ามาถึง

       3 สัปดาห์สุดท้าย และเหลือสองเดือนจะ ใกล้แหล่งพันธะสัญญา จากเมนเทอร์คนแรก ใน

   ค่ายทรหด และช่วงชีวิตหนึ่ง ได้ลงทุน ซื้อเสื้อสูทใหม่ เพื่อสอดคล้อง กับงานพิธีพระทานรางวัล ที่เรากำลังไป ในเร็วๆนี้ ผมเลือกชุดสูทเทา ผสมสีเงิน เกือบทั้งหมด และชุดนั้น คืออีกชุดหนึ่งที่ใช้ในการ พบปะผู้คน ใน พื้นที่ที่มีแขกผู้ใหญ่ระดับสูงเป็นจำนวนมาก

        และเมนเทอร์คนที่สาม ก็ส่งคอร์สพัฒนาตนเอง ชื่อ Mind Set Club ไปเข้าฟังด้วย 3วัน เป็นอะไรที่ทรหด ยิ่งกว่า ทุกคอร์สที่ผ่านมา จนถึงวันสุดท้าย ได้มีโอกาส ใส่ชุดน้ำเงินเข้มแดงอีกครั้ง ทำให้ทุกคนในคอร์ส จ้องที่เรา ทุกสายตา มองที่ กางเกงแดง ของผมที่เดียว

     วันแล้ววันเล่า จนถึง วันที่ 24 มิถุนายน 2561 เป็นวันที่เรา ขึ้นรับรางวัล

     ผมตื่นตีห้า ขึ้นบีทีเอส จากวงเวียนใหญ่ มายัง หมอชิต และ ต่อ แท็กซี่ จนถึงที่หน้างาน ตรงศูนย์ประชุมจุฬาภรณ์ 7โมงเช้า และมารอน้องตากล้องคนนั้น ผ่านไป1ชั่วโมง เข้ามาพร้อมพ่อของเค้า พึ่งรู้จักกัน ก็มาแสดงความยินดีกับเรา ในโอกาสนี้ หลังจากนั้น ก็มีแขกผู้ใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ดารานักแสดง นักธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ รวมถึงบุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นปีแรกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และนี้คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ในสิ่งที่เราต้องการ เพราะ โดยปกติแล้ว รางวัลแบบนี้ อย่างมากเท่าที่เห็น ก็มีแค่ข้าราชกาล นักการเมือง ดารา ผู้ทรงอิทธิพล เท่านั้น ถึงมีสิทธิ์ ขึ้นรับรางวัลนั้นได้ แต่ปีนี้ ต่างออกไปคือ มีชาวบ้านธรรมดา และ มีบุคคลที่มีบทบาทในสังคม จิตอาสา ก็เข้ามารับรางวัลนั้นด้วย เป็นสิ่งที่ มีความเป็นไปได้แบบนั้นจริงๆ

    ก็เลยเจอผู้ใหญ่ มากหน้าหลายตา เจอ อาวิลลี่ เป็นหน้าผี ครูศิตา กับทีมงานของเค้า ครูรุ้ง ที่จริงก็อยู่ในนั้น แต่ส่งทีมงานไปรับแทน ข้าราชกาลต่างจังหวัด ก็มา ดาราช่องย่านหมอชิตก็มา ย่านตึกจัสมิน ก็มา นักธุรกิจไซด์ใหญ่ก็มา พระภิกษู สามเณร นักเรียนดีเด่นก็มา มีโค้ชบางส่วนไป แค่ระดับ รากหญ้าเท่านั้น และก็โค้ชซาร่า เมคอัฟอาร์ทติส ที่ดังในขณะนั้นก็มา

     ผมได้รู้สึกดีใจ และ เสียใจ แค่ผมใจในตัวเอง และ สำนึกรู้สึก น้อมรับโอกาสนี้ ด้วยความเต็มใจ 

     ที่จริง โทนี่จา ก็มีในนั้น แต่ส่งทีมงานไปรับแทน และมีนักร้องลิเก ท้องถิ่นคนนึงมาด้วย เอาจริงๆนะ

 แบบว่า งานใหญ่แบบนี้มีครั้งเดียวจริง แล้ว ผู้ใหญ่ฝั่งนนทบุรี คนนั้นหาเรา ผมกราบขอบคุณเค้า ด้วยโอกาสใน สำนึกรู้คุณ ที่มีคุณค่า และยอดเยี่ยม  เวลามาถึง 10โมง เข้าสู่พิธีการ แล้ว

     เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากๆ พอถึงรับรางวัล ผมไม่ได้มองประธาน ผมมองรางวัลนี้ ที่รับอยู่ตรงหน้า และเดินจากไป และ รางวัลนี้ เป็นบทพิสูจน์ว่า เราสามารถถึงเป้าหมายการเป็นโค้ช ด้วยตัวเราเอง จากรางวัลนี้ ที่เป็นรางวัลที่ ทั้งที่ ไม่ได้สอบโค้ช ไม่ได้ไลน์เส้นของใคร ผมได้มาด้วยตัวเอง

      หากเรา ไม่ปิดโอกาสตัวเอง ทุกอย่างจะเกิดขึ้น ด้วยความสัมพันธ์ อย่างที่สอง ความเมตตาธรรมในวิชาชีพ อย่างที่สามคือ ศรัทธา สิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากพิธีนั้นจบลงไป ก็ขอร้องน้องผู้ที่เป็นช่างภาพ มาถ่ายวีดีโอ เพื่อให้เราพูดบางอย่าง พูดว่า :

      “ วันนี้ ผม ปิยะเทพ ตรึงจิตวิลาส ขอประกาศว่า เป้าหมายการเป็นโค้ช 11 เดือน 8 ปี 2561 คอมพลีท....”

   และบอกความในใจ ทั้งหมดโดยที่ไม่ปล่อย ความรู้สึกที่ติดค้างหลงเหลือ แม้แต่ เปอร์เซ็นต์เดียว เรา

 จะไม่ทิ้งใครคนไหน หลงเหลือไว้เพียงข้างหลังอีกต่อไป นั่นคือ 

 คำสัญญาจากใจ ตัวตนภายในของเรา พร้อมสร้างเป้าหมายใหม่ถัดไป ก็คือ. . .

        ผมไม่รู้ว่า เป้าหมายต่อไป ของเรา จะทำได้จริงมากน้อย เพียงใด เสี้ยววินาที นั้น ลมหายใจที่มีพลังงาน ที่สูงนั้น ค่อยๆแผ่ว เบาลง หลังจากที่ได้รางวัลระดับประเทศ ถ้วยนั้นไป ทุกอย่างถูก SET ZERO อีกครั้ง เราไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ จะเผชิญอะไร ไม่รู้ว่า จะมีเรื่องท้าทายอะไร ที่รอให้ทดสอบเราอยู่ มันจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้สดใส เหมือนตอนจบในละครเรื่องๆหนึ่ง เพราะชีวิต เป้าหมายจบ แต่ชีวิตไม่จบ

ต่อให้เป็นโค้ชจริงๆ เราก็จะไม่หยุดพัฒนาตนเอง ตราบใดที่ความต้องการนั้น ยังคงอยู่ เราสามารถไปต่อในชีวิตได้ ต่อให้เจอเรื่องที่หนัก อย่าไปดูว่ารู้สึกแย่ ดีใจกับมัน ขอบคุณตัวเอง อย่างน้อยเราได้เต็มที่กับโอกาสนั้น ไปแล้ว อย่างมีคุณค่า และยอดเยี่ยม........

ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ........


 Credit : The Greatest Showman Cast - This is me

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Final Answer คำตอบสุดท้าย



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

661333

เขียน

24 Apr 2019 @ 15:21
()

แก้ไข

24 Apr 2019 @ 15:22
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก