คำตอบสุดท้าย Ep.30 "กระจกเสี่ยงทาย"


      ช่วงนั้น ซิงเกิ้ล ของ 48 เพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ช่วงงานจับมือ ที่เป็นครั้งแรกที่เราไป ในช่วง

   พฤศจิกายน ตอนนั้น ก่อนห้องเรียน การเป็นที่ไม่ธรรมดา จะหมดลง และ ช่วงนั้น ผมไปตรงดิ่งจาก รถไฟฟ้า วงเวียนใหญ่ มาหมอชิต ใช้เวลา 1 ชั่วโมง เพื่อที่มาเจอ น้องๆ เมมเบอร์ ในกลุ่ม 48 เมืองไทย

ช่วงนั้นมีการ ประกาศของตัวกลาง ว่าปี 61 จะมีแคมปัส ที่ เดอะมอลล์ และ ที่สำคัญ มีรุ่น2 ด้วย เท่าที่ได้ยินมา ช่วงนั้นมารุ่นแรก แต่มีแว่วๆถึงรุ่นสอง ด้วย ช่วงที่ฟังเพลง 365 จริงๆ เข้ากลางใจมากๆ จนกระทั่ง มีเสียงมาพร้อมเอ็มวี ดังลั่นมาก คุกกี้เสี่ยงทาย มา คำแรกคือ โอริกินิ ราวกับ เรากลายเป็นส่วนนึงของเค้าไปแล้ว จากการก่อน เราไม่ค่อยติดตาม ไม่เคยลงทุนให้คนพวกนี้ ช่วงที่ แข่งร้องเพลง ก็ฟังเพลง 48 แบบดั่งเดิมจากญี่ปุ่นมา เพลงเร็วๆไม่เท่าไหร่ แต่ เพลงช้าเข้ากลางใจมากกว่า ช่วงนั้น ไปหา น้องคนหนึ่ง เจ้าของเพลง 365 พอดีที่ ปรับพื้นที่ เป็นเลนที่ต่อแถวไปงานจับมือ และเวลาพูดมีแค่ 8วินาที โดยวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันของ 48 กับ โอตะซึ่งแปลจากสรรพนามทั่วไปคือ แฟนคลับ ความในใจมีเยอะมากที่เตรียมมาถึงเช้าไม่จบ ก็เลยคิดคำเกิดขึ้นระหว่างต่อแถว

     “เอาว่ะ......ขมวด ให้กระชับและสื่อออกจากใจมากที่สุด อย่าหวังว่าเขาเข้าใจเรา ”

     เอาจริงๆ คนปกติ ที่ไม่ได้ติดตาม 48 พูดได้แค่ แนะนำตัวและบอก สู้ๆครับ เท่านั้น หลังจากนั้น พอเห็นเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ที่ปรากฏในยูทูป ของ ฐานหลัก 48 ไม่เกินสามวิ ปล่อยแป๊บเดียว ถึง 10 ล้านวิว แล้ว เป็นอะไรที่ ศิลปินไทย ไม่เคยเห็นภาพปรากฏอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก่อน เอาตรงๆ เราก็ไม่ค่อยชอบเมมเบอร์ คนไหนเป็นพิเศษ ใน 48 ของญี่ปุ่น แต่พอในไทย เราตกจริตที่ จอนอ กับ เด็กที่เล่นเปียโน คนนั้น ก็สัมผัสจากสิ่งที่ถ่ายทอดลงไปเข้ากลางใจเราเท่านั้นเอง ก็เลยพูด ความในใจ ว่า

    “ขอบคุณนะ ที่สามารถ เห็นคุณค่าในตนเอง และไปต่อในชีวิต เพราะเพลง 365 เราซาบซึ้งใจจริงๆ”

 สรุปได้เลยว่า เราสนใจใน กลุ่ม 48 ในไทย เพราะ 365 ไม่ใช่เพราะกระแสเพลงคุกกี้ ที่พุแตก ตอนนั้น

   ในชีวิตจริง ของเรา ก็เสี่ยงทาย คล้ายเพลงคุกกี้เลย (สนุก และ ท้าทายมาก)

   ตั้งแต่ สัปดาห์ถัดมาเป็นพิธีกร ในงานวันเด็ก บูท เพื่อนหนังสือ ที่ อนุสรณ์สถาน

   แต่มีช่วงหนึ่ง ดื่มน้ำส้มหมักแล้วท้องเสีย วันต่อมา ถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาล นานเกือบ 1สัปดาห์

   หลังพ้นอาการเจ็บท้อง ท้องร่วง ไป ก็รับงานเป็นติวเตอร์สอนเด็กตามบ้าน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่บ้านจิ๊กใช้ โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึก หรือไม่อะไรก่อน จึงเกิดเสียอารมณ์ ถึงขั้นไม่มีสมาธิในการสอนเด็ก ทำให้งานสอนถูกยกเลิกไป

    หลังจากนั้น มีเจ้าของสถานที่ ติดต่อ อ.กล้วย และ ผม ไปรับงานบรรยายใหญ่ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถว

รัชดา ลาดพร้าว ของ อาจารย์กล้วยมาวันเสาร์ เรารับบทเป็นพิธีกร ส่วนของผม จันทร์ อังคาร ช่วงบ่ายสี่โมง

แต่ สิ่งเกิดขึ้น ไม่มีคน คนน้อยมาก มีแต่ต่างชาติ เดินผ่าน เอาจริงๆนะ เราก็โปรโมทย์ในเพจตอนนั้น

    จากชื่อเพจ ปลุกพลัง ชื่อยาว ไม่เวิร์คแล้ว จึงเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นเพจนั้นว่า

    “ ศาลาความสุข by คุณโจ ปิยะ”     

    ด้วยความที่ อยากให้มีอะไรใหม่ และให้พวกเรา ได้สิ่งนั้นจริงๆ จึงเปลี่ยนชื่อนี้ โปรโมทก์ก็เยอะ

 สุดท้ายไม่มีคน คนมาน้อย ยกเว้น ช่วง Q&A หรือช่วง ตอบคำถาม เท่านั้น จนกระทั่งวันอังคาร ก็มีขึ้นพูด

 ในเนื้อหาเดียวกัน แต่โชคดีที่มีคนมาอยู่ดูกันบ้าง และทว่าเวลาของเรา เลยรีบดิ่งกลับ เพราะมีนัดเรียนคอร์สภาวะผู้นำด้วย ก็รีบดิ่งลงใต้ดิน ขึ้นอโศก ต่อรถไฟฟ้า เข้าเพลินจิต วิ่งมาที่ CDC ถึงที่นั่น เกือบ1ทุ่ม พอดี เป็นอะไรที่รับมือจัดการที่สูงมาก ท้าทายมาก และ แล่นไป ดำเนินตามสถานการณ์ (ให้คุกกี้ทำนายกัน)

    อันที่เรา วางแผนไปแต่ละครั้ง คุยกับโค้ช แต่ละสัปดาห์ ทำครับ แทบทุกอย่าง บางครั้งแทบถอดใจ

 บางทีเราสู้ต่อ จนกระทั่ง ช่วงสำคัญ ที่ติดตามผล เรื่องโครงการกับชุมชน ว่าคืบหน้าไปไหน แต่ละคนเสร็จเร็ว ของเรา นี่ ช้าแบบเต่า ด้วยความที่ มีงานทำเหรียญ ประกอบกับงานพิธีกร เลย ช้ามาก

     อย่างที่ เกิดขึ้นตอนต้น ที่ให้โค้ชสัมภาษณ์เรา ตอนก่อนวันสุดท้ายของ คอร์สผู้นำ 2สัปดาห์ ผลสุดท้าย

  โครงการเป็นอย่างไร ชีวิตจะถูกสมบูรณ์แบบดั่งที่เรา ต้องการหรือไม่ นั่นคือ สิ่งที่เรา ต้องตามต่อไป .

หมายเลขบันทึก: 661329เขียนเมื่อ 24 เมษายน 2019 14:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 เมษายน 2019 14:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี