คำตอบสุดท้าย Ep.31 "ช่วงเวลา แห่งการเลือก"



   ณ. ห้องสัมภาษณ์ สำหรับ ผู้เข้าอบรม การแสดงออกซึ่งตัวเรา และ ภาวะผู้นำ

      หลังจากที่ โครงการกำลังไปได้สวยแล้ว ช่วงเวลา ที่รอคอยนั้น มันคือ การเรียกผู้เข้าอบรมทั้งหมด

   รวมโค้ช ในระบบ ผู้นำ 4เดือนที่ผ่านมา ให้โค้ช สัมภาษณ์เรา ตามแพลตฟอร์ม ที่ให้ไว้ ปรากฏว่า

   โค้ช นัดเรา สัมภาษณ์ ตอนบ่ายสามโมง ก่อน ช่วง Map Night ตอนหนึ่งทุ่ม สิ่งที่เกิดขึ้น

    ถึงวันนั้น ตอนนั้น ผมมาก่อนกำหนด 1 ชั่วโมง สิ่งที่เกิดขึ้น โค้ชที่คุมโปรแกรมบอกขอเหรด 15นาที

    เราก็ไม่ได้ตัดสินลงโทษอะไร เค้า แค่เผชิญรถติดจริงๆก็ได้

  

         เวลานั้น เริ่มให้การสัมภาษณ์ ถึง 4เดือนที่ผ่านมา จนกระทั่ง พอเข้าถึงแพลตฟอร์ม ที่เป็นจุดสำคัญ

  จึงเกิดน้ำตาตกในขึ้น ว่า

        “ ผมกลัว หลังจากจบคอร์ส แล้ว ผมจะ Complete ทีมแอดวาร์น แต่ติดที่ สองคนนั้น......”

        โค้ชพูดอีกในหนึ่งว่า “ แล้วไง ครับ” ต่อไปอีกว่า

         “โจ ฟังนะ ชีวิตนี้ บนโลกนี้ ไม่มีอะไรที่กลัวแล้ว ชีวิตเป็นของเรา ตัดสินใจเลือก ในแบบที่เรา

     เป็น พี่เชื่อว่า โอกาสที่มาถึง เร็วๆนี้ จะได้สร้างความแตกต่าง แบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน อดีตแก้ไขไม่ได้

     แต่เรา รู้จักรับผิดชอบกับการกระทำ เพื่อ ความสมบูรณ์ เวลานี้ เราได้สิ่งนั้นมาแล้ว ไม่ยากถ้าจะเลือก

    โอกาส สักโอกาสหนึ่ง ที่จะขยายตัวตนเราไปอีก ก็แค่เลือก และพูดตามตรงกับเค้า แค่นั้นเอง.....”

       

        ดังนั้นจึงตัดสินใจ ไม่ต่อในอะไร ในระบบนั้น และ รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่จาก ผู้ใหญ่คนหนึ่ง

   ในวงการโค้ช ลงไป แถม เราได้เมมเทอร์ มาใหม่เป็นคนที่สาม เวลาผ่านไป ทุกวินาที ในการใช้ชีวิต ที่

   คุยกับเพื่อนรุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่โรงเรียนเก่าที่ปิดตัว หลายๆคน ไม่ว่างกัน และเราไม่ละความพยายาม จนถึง

      วันนั้นเอง มีกัลยาณมิตร จากคอร์ส การเป็นที่ไม่ธรรมดา เชื้อเชิญเรา ไปคืนวันอังคารของคอร์ส

      การสื่อสาร และแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผมพูดตามตรงว่า “ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไม่ต่อคอร์สอะไรอีก”

     

    ซึ่ง เหตุผลนั้น เป็นการเลือกที่ดีที่สุด สำหรับเรา มันดูไม่สะดวกสบายหนักมากๆ และต้องใช้อะไรหลายอย่างๆ เพื่อให้ถึงเป้าหมายนั้น 100% ขณะนั้นเอง คุณโต้ง ผู้จัดการทีมแอดวาร์น มาคุยกับเรา และ เราพูดไปว่า “ พี่โต้งครับ ขอพูดอะไรตามตรง ได้มั้ย” เขาอนุญาตให้เราเอ่ยบางอย่างว่า

    “ผมไม่ขอต่ออะไร ในโครงสร้างอีกแล้ว เพราะผมชัดเจน ในตัวเรา ขึ้นแล้ว”

  

    สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ ผมจะเป็นโค้ชแบบมืออาชีพ” คำนั้นที่ ทำให้ สตาร์ฟคนนั้น ตกใจ และบอกต่อไปว่า

 พอดีมีผู้ใหญ่คนหนึ่ง มอบโอกาสให้เรา มาเป็นวิทยากรในสังกัด ด้วยความที่ ถ้าอยู่ในระบบนี้ต่อไป อาจมีปัญหาในการจัดการเวลา ที่ไม่สามารถ ควบคุมได้ อีกต่อไป จึงเลือกสิ่งนั้น .

    

      จากนั้น หัวหน้าทีมแอดวาร์น ไลน์หาพอดี ในวันถัดมา บอกว่า

      “โจ สะดวกคุยมั้ย เราขอคุยด้วยหน่อย มันสำคัญจริงๆ......” และเราเห็นข้อความทีหลัง ตอน

      เข้าฟิทเนส ที่สวนลุม ผมจึง โทรหาทันที เขาชื่อ คุณแบงค์ ครับ ทันทีที่รู้ เลย คุยกับเราแบบตรงไปตรงมา

     สิ่งเกิดขึ้นคือ ตอนสนทนา อยู่ที่ตรงนั้นเอง ก็คุย ในลักษณะที่ว่า

     แบงค์ : โจ เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้

     โจ : ผมพูดว่า เมื่อวาน พี่โต้งคุยกับเรา และพูดไปอีกว่า เราตั้งใจจะสมบูรณ์แบบกับทีมนี้

            หลังจากที่ คอร์สผู้นำ 4เดือน กำลังจะหมดลง

     แบงค์ : แล้วจะไปที่ไหนล่ะ โจ

     โจ : ผมพูดว่า พอดี มีผู้ใหญ่คนหนึ่ง ให้โอกาสเรามา และสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ถ้าเกิด ขืนต่ออะไร

            ในคอร์สถัดไปในระบบ เราจะไม่สามารถ บริหารเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม ดังนั้นจึงต้องเลือกบางอย่าง

        “เพื่อที่จะ ใช้โอกาสนั้น ให้ถึงที่สุด ตราบ วันสุดท้ายของลมหายใจ.......”

       อีกอย่าง โปรแกรมผู้นำ 6 เดือน ที่ผมได้ยิน มีอภิหากฎเยอะมาก ผมจึง เลือกทำสิ่งนั้นคำนั้นมีนัยยะสำคัญ ตั้งแต่นั้นมา เราก็ไม่รู้ว่า เราเป็นคนยังไง และสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนี้ เราชัดเจนว่า เราเป็นใคร เรามีคุณค่าอะไร ที่จะสร้างคุณค่าให้ผู้อื่น บนโลกใบนี้ ก่อนที่ทุกอย่าง จะไม่มีโอกาสได้ทำ อีกต่อไป

      ต่อให้ไม่มีใครเลือก ตราบใด ที่ยัง ไม่หมด Passion เราสามารถไปต่อได้ และคำถามที่คาใจ นั้น

      หายไปแล้ว มีแต่ลงมือทำ และ สร้างความแตกต่าง ต่อให้ใครไม่เห็นด้วย ผมจะพูดว่า

     “ฉันขอบคุณในการปรากฏสิ่งนั้น”

     “ฉันขอบคุณในคำพูด ที่ตอบกลับ สิ่งนั้น”

       และแล้ว ก็วางสาย หลังจากที่ คุยกับหัวหน้าทีมแอดวาร์น สิ้นสุดลง ก็เข้าไปในยิม 1ชั่วโมง

   เวลาผ่านไป เราเดินกลับ จากสวนลุม มาถึงที่บ้าน ท่ามกลางผู้คน เดินผ่านไปมา ท่ามกลาง รถติด

   ท่ามกลาง สายลมที่เฉื่อยชา เป้าหมายชีวิตคนเรา สุดท้าย ไม่ได้ขึ้นอยู่ใคร มันเป็นของเราเอง

   ตัวตนภายใน ตอบ YES….!!!!!!! ไปแล้ว

         เป็นอย่างที่ ลูกค้า เคสที่ 12 ที่สะท้อนย้อนถาม ว่า “ถ้าเจอเรื่องร้ายกว่านี้ ถูกพลิกไปกว่านี้”

     “เราจะทำอย่างไร เราจะรับมืออย่างไร ในฐานะที่พี่เป็น............” ผมพูดว่า

              “ฉันเลือกที่จะ ช่วยเหลือผู้คน อย่างสุดหัวใจ ด้วย การทำเพื่อผู้อื่น.....

        ให้คนๆนั้น ในขณะที่เดือดร้อน หรือ ร้องขอความช่วยเหลืออยู่  ให้เขาได้รับ

       ความมั่นคงในจิตใจ และ อิสรภาพในหลักการใช้ชีวิต โดยแท้จริง........”

- คุณโจ ปิยะ -

Facebook Page: ศาลาความสุข by คุณโจ ปิยะ

YouTube Channel: Piyathep Trungjitvilas

หมายเลขบันทึก: 661330เขียนเมื่อ 24 เมษายน 2019 15:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 เมษายน 2019 15:02 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี