ผมเคยไปฟังบรรยายธรรมะจากพระที่มีชื่อเสียงหลาย ๆ องค์ ผมได้รับความรู้ว่า หลักธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่ท่านบัญญัติไว้ดีแล้ว มีหลักการ ขั้นตอน และแนวปฏิบัติที่ครบถ้วนเป็นไปตามลำดับ ท่านจึงกำชับว่า หลักธรรมะทั้งหลายจะต้องทำให้ครบและตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น
เช่น ครั้งหนึ่งผมนั่งคุยกับเพื่อน ถึงพรหมวิหาร 4 อันประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และ อุเบกขา ผมเคยสงสัยว่า เรามีแค่เมตตา และกรุณา ได้หรือไม่ เพื่อนผมตอบว่า ถ้ามีแค่นั้น เราก็จะเป็นคนขี้อิจฉาได้ เพราะเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่าตัวเองก็จะเริ่มไม่สบายใจ เราจึงจำเป็นต้องมีมุทิตา เพื่อแสดงความยินดีต่อผู้อื่นเมื่อเขาได้ดี เราก็มีความสุขโดยไม่ต้องอิจฉาใคร
และผมก็ถามต่อว่า ไม่ต้องมีอุเบกขาได้ไหม เพื่อนก็ตอบว่า ถ้าไม่มีอุเบกขา เวลาเราช่วยใครไม่ได้แล้ว เราก็ยังเดือดร้อนใจอยู่เพราะกังวลกับเรื่องที่เราช่วยเขาไม่ได้
ผมเลยมาถึงบางอ้อ ว่า เป็นอย่างนี้นี่เอง เราจึงต้องมีให้ครบทั้ง 4 ประการ ในเรื่องอื่น ๆ เช่น อิทธิบาท 4 ซึ่งประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ซึ่งจะต้องมีให้ครบทั้ง 4 อย่าง บางคนบอกว่า มีแค่ ฉันทะ วิริยะ ก็พอแล้ว แต่ถ้ามีแค่นั้น เราก็จะไม่มีจิตใจไปผูกพันที่จะทำให้งานสำเร็จ และที่สำคัญที่สุดเราก็จะไม่มีโอกาสเรียนรู้จากผลการทำงาน ซึ่งจะต้องใช้วิมังสาในกระบวนการดังกล่าว
ดังนั้น หลักการทำงานทั้งหมดที่อิงอยู่กับหลักพุทธศาสตร์ จำเป็นจะต้องมีให้ครบถ้วน และตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว และที่สำคัญที่สุด อย่างที่ครูบาเคยบอกไว้ ไม่มีงานใดเหมาะสำหรับคนขี้เกียจ เพราะความขี้เกียจเป็นมารดาของความชั่วร้ายทั้งปวง เรื่องนี้ได้แทรกซึมอยู่ในการสอนของท่านพุทธเจ้า ในแทบทุกเรื่อง เช่น คนสำเร็จได้เพราะความเพียร หรือ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ซึ่งก็แสดงถึงความเพียรเช่นกัน
จึงหวังว่าท่านผู้ปฏิบัติธรรม จะได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองได้ในเรื่องนี้ เพราะศาสนาเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อชีวิตเรา เช่น เมื่อวันก่อน คุณปภังกร ได้ถามมาในบล็อกว่าเขามีความเครียดในชีวิต ต้องการเปลี่ยนวิถีของตนเอง เขาถามว่า เขาจะมีวิธีการ format ชีวิตตัวเองได้อย่างไร ผมตอบไปแล้วว่า
- การ format ชีวิตตัวเอง คือ การออกบวชทั้งกายและใจ ไม่ใช่แค่ห่มผ้าเหลือง
- การ defrag ชีวิตของตนเองก็คือการปฏิบัติธรรมเพื่อชำระจิตใจ
- การ Clean Up ชีวิต ก็คือ การนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน
- และการจัดระบบ file ของชีวิต ก็คือการนั่งสมาธิ
เห็นไหมครับ “ธรรมะ” ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะอยู่ในยุคใด เพียงแต่เรานำมาปรับใช้ให้ถูก เท่านั้นแหล่ะครับ
ขอให้โชคดีครับ....
ขอบคุณสำหรับ สติที่ให้นะครับ ทำให้ผมคิได้เยอะเลยขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ส่วนใหญ่ผมจำมาจากพระที่ผมนับถือ เช่น หลวงพ่อพุทธทาสครับ
มีเกล็ดจะมาเล่าอีก ผมใช้มาเรื่อยแหละครับ
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ ที่นำสิ่งดี ๆ และเข้าใจได้ง่ายเกี่ยวกับ ธรรมะ มาเล่าสู่กันฟัง และยังมีสิ่งดี ๆ อื่น ๆ อีกมากมาย ขอบคุณอาจารย์ค่ะ
อาจารย์คะ จะขอเก็บเกี่ยวความรู้และหลักคิดดี ๆ ที่อาจารย์นำมาเล่าสู่กันฟังไว้เป็นแบบอย่างตลอดไป ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อคิดเข้าใจง่าย ๆ ของชีวิตกับธรรม
ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้วันนี้
ด้วยความยินดีครับ
(^____________^)
กะปุ๋ม
ตามมาแซวอีกหรือครับ
มายิ้มรับสิ่งดีดีคะ...
(^________^)
ขอบคุณคะที่มีบันทึกเรื่องนี้คะ...
กะปุ๋ม
ใช่แล้ว ใช่เลย ใช่ครับ !
การใช้ชีวิต หรือการปฏิบัติหน้าที่การงานใดๆ ที่ ใช้ธรรมะไม่ครบหมวด ก็เหมือน กินยาไม่ครบชุด นอกจากไม่หายจากโรคแล้ว อาจได้ ทุกข์ ตัวใหม่เป็นผลข้างเคียงได้อีกมากทีเดียว บทเรียนจากชีวิตจริงของผมมีไม่น้อยในเรื่องนี้ .. ที่ บันทึกนี้ ก็พอจะเสริมของท่าน ดร. แสวง รวยสูงเนิน ได้บ้างครับ
ขอบคุณครับ อาจารย์พินิจ
เราคงจะคุยเรื่องแบบนี้กันได้อีกนานละครับ ผมทราบแล้วว่าท่านระดับไหน
ระดับขุนพลน้อยไป อย่างน้อยก็จอมจักรพรรดิ์ละครับ