วันที่สอง..ของการเที่ยวเมืองลำพูน กำหนดการเอาไว้ว่าจะไปเที่ยวบ้านดอนหลวง อ.ป่าซาง ซึ่งกำลังมีงานประจำปีที่มักจะจัดก่อนเทศกาลสงกรานต์
ชื่องานแต่งสีอวดลายผ้าฝ้ายดอนหลวง..เป็นแหล่งผลิตผ้าฝ้ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผมไปถึงบริเวณที่จัดงานสิบโมง เห็นรถจอดเต็มไปหมด ผู้คนเดินกันขวักไขว่ บรรยากาศของงานเหมือนถนนคนเดิน เที่ยวชมนิทรรศการงานตลาดผ้า
ทำให้ผมคิดถึงหมู่บ้านที่ผลิตกลอง ที่อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง แทบทุกบ้านจะผลิตและจำหน่ายกลองมากมายหลายแบบ บ้านดอนหลวงก็เหมือนกัน จะทอผ้าฝ้าย และขายเสื้อผ้าทั้งหมู่บ้าน..
ถือเป็นประเพณีที่สำคัญจึงจัดงานกันทุกปี เป็นสีสันและวัฒนธรรมของชุมชน ผ้าทอที่ประณีตและการตัดเย็บที่มีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น ชวนให้ผมสนใจใคร่ศึกษาความเป็นมาเป็นไปของบ้านดอนหลวง จึงเข้าไปสืบค้นในกูเกิล...
“บ้านดอนหลวง”ต.แม่แรง อ.ป่าซาง เป็นแหล่งผลิตผ้าฝ้ายทอมือใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมถึงเป็นชุมชนที่งดงามทั้งธรรมชาติ และวัฒนธรรม
ความรู้สึกแรกเมื่อสัมผัสเข้าบ้านดอนหลวง อดแปลกใจไม่ได้กับความสวยงามของบ้านเรือนในชุมชน แทบทุกหลังมีลักษณะบ้านทรงโบราณ ผสมผสานกับการตกแต่งสมัยใหม่ ถนนหนทางสะอาด แทบจะไม่พบขยะสักชิ้นตกตามเส้นทางเดิน”
“และเมื่อเดินต่อเข้าไป สองข้างทางขนาบด้วยร้านขายผ้าฝ้ายทอมือเรียงรายต่อๆ กัน มีทั้งร้านหรู และเล็ก สลับกับวิถีชีวิตชาวบ้าน กำลังทอผ้าฝ้ายด้วยกี่โบราณอยู่ภายในครัวเรือน หากมีโอกาสเข้ามาซื้อถึงที่นี่จะได้ของราคาถูกกว่าครึ่งจากท้องตลาดทั่วไป”
ชาวบ้านในชุมชนกว่า 250 หลังคาเรือน จำนวนประมาณ 800 คน จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม คู่กับทอผ้าฝ้ายเป็นหลัก น้อยคนจะรู้ว่า สินค้าผ้าฝ้ายที่วางขายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา กทม. ฯลฯ ส่วนใหญ่จะรับจากชุมชนแห่งนี้ทั้งสิ้น
ที่มาของการเป็นแหล่งผ้าฝ้ายทอมือรายใหญ่ของประเทศ ต้องย้อนกลับไปกว่า 200 ปีที่แล้ว เดิมชาวบ้านดอนหลวงเป็นหมู่บ้านชาวยอง ซึ่งถูกกวาดต้อนจากเมืองยอง ประเทศพม่า โดยชาวยองมีวัฒนธรรมการทอผ้าสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันภายในครอบครัว ต่อมาเริ่มมีคนภายนอกมาสั่งซื้อ จนพัฒนาเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมผลิตและขายผ้าฝ้ายให้คนภายนอกเรื่อยมาถึงปัจจุบัน
อาหารมื้อกลางวัน..ก่อนที่จะเดินทางไปกราบนมัสการพระธาตุหริภุญชัย ที่อยู่ใจกลางเมืองลำพูน ผมแวะเข้าไปในซอยหน้าวัดพระธาตุฯ เดินข้ามสะพานที่มีร้านผ้าตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่ง เดินเกือบสุดถนนก็พบร้านก๋วยเตี๋ยวขนาดใหญ่ มีลูกค้านั่งอยู่เต็มร้าน
ผมสั่งเมนูที่ขึ้นชื่อของร้าน “ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย” ขอแบบแห้งๆ แต่ก็ไม่แห้งสนิท มองดูขลุกขลิกน่าทานมาก พอทานแล้วก็ไม่ผิดหวัง สมคำร่ำลือเลย เพราะมันอร่อยมากมายจริงๆ
อิ่มหนำสำราญดีแล้ว ก็เดินตรงเข้าวัดพระธาตุหริภุญชัย การเข้าวัดเพื่อนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องสำรวมกาย วาจา ใจอยู่แล้ว แต่วันนี้ต้องสำรวมเป็นพิเศษ เพราะภายในวัดกำลังมีพิธีการเตรียมน้ำอภิเษกที่จะนำมาใช้ในพิธีสรงพระมุรธาภิเษก
ผมนมัสการองค์พระธาตุและสังเกตพบว่า..เป็นพระธาตุที่มีความโดดเด่นและงดงามมาก เป็นทองทั้งองค์เหลืองอร่ามจับตาจับใจ
ผมอ่านประวัติความเป็นมา เพื่อศึกษาเรียนรู้หลังจากที่กราบนมัสการเป็นที่เรียบร้อย
พระธาตุหริภุญชัย (พระธาตุประจำปีไก่)ในความเป็นเมืองผ่านของ“ลำพูน” หากเพ่งพินิจลึกลงไปในรายละเอียดจะพบว่า เมืองลำพูนหรือหละปูนมีเสน่ห์มัดใจใครหลายคนให้ ติดตรึงอยู่กับเสน่ห์อันสงบงามของเมืองนี้อยู่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะกับวิถีที่ยังคงแนบแน่นในพระพุทธศาสนา ซึ่งมี“พระบรมธาตุหริภุญชัย”เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
องค์พระธาตุหริภุญไชย ประดิษฐานพระเกศธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ในโกศทองคำ เป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งของล้านนามาตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงที่ทรงคุณค่าเป็นที่ตั้งของพระสุวรรณเจดีย์และพระเจดีย์เชียงยัน
วันพรุ่งนี้..จะได้ไปกราบพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ คืนนี้นอนพักผ่อนก่อนดีกว่า..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๘ เมษายน ๒๕๖๒




<p> </p><p>
</p>