24-26 กุมภาพันธ์ 2562. ไปเที่ยวเมืองมะริด-ตะนาวศรี ประเทศเมียนมา ทางด่านสิงขร ประจวบฯ.

24  กุมภาพันธ์  2562 คณะเราจำนวน 8 ชีวิต ประกอบด้วย (สว.ทั้งหมดเป็นข้าราชการบำนาญ) อดีต ผอ.จันทร  อ.ชนิดา  พลสิงห์   อ.จิตวัต  อ.กัลยา  ธนอัญญาพร  รองฯสุทัศน์  อ.สคราญ  วิเศษสมบัติ  อ.จินดา  สุทธารัตน์  และอ.อุษณีย์   ชูแก้ว

เช้านี้ที่ 24  กุมภาพันธ์  2562  เมื่อเวลา 07.00 น. พวกเราสี่คน(สุทัศน์  สคราญ วิเศษสมบัติ จินดา สุทธารัตน์และอุษณีย์ ชูแก้ว ) เดินทางออกจากโรงแรมหาดทอง  ประจวบ เพื่อไปสมทบกับพวกเราอีกสี่คน(จันทร  ชนิดา พลสิงห์  จิตวัต  กัลยา ธนอัญญาพร) ซึ่งเดินทางจากชุมพร มาพบกันที่ด่านสิงขร  คณะเราใช้บริการทัวร์ ของ AKM Tourism ในราคาคนละ 6,500 บาท เวลา 3 วัน 2  คืน  มีเวลานัดหมายกัน 08.00 น.ที่ด่านสิงขร จ.ประจวบฯ  เรามาถึงก่อนเวลานัดหมาย  จอดรถไว้ที่ด่านบริเวณที่เขาจัดไว้ให้จอด ระหว่างรอก็เก็บภาพไปเรื่อย ๆ ค่ะ 

#ที่นี่ประเทศไทย

>>จากถนนเพชรเกษมแยกเข้าด่านสิงขร ระยะทาง 13. กม.<<

ด่านสิงขร เป็นด่านผ่อนปรนชั่วคราว ให้เข้าออกได้เฉพาะคนไทย และคนเมียนมา เท่านั้น สัญชาติอื่นยังไม่อนุญาตค่ะ สำหรับคนไทย ผ่านไปเมียนมา อยู่ได้ 7 วัน ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว แต่ต้องทำ BOADER PASS เข้าไป

ด่านสิงขรเป็นด่านการค้าชายแดนที่เชื่อมโยงระหว่างทะเลฝั่งอันดามันที่จังหวัดมะริดของเมียนมาและอ่าวไทยที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยระยะทางเพียงกว่า 200 กิโลเมตรเท่านั้น  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ผลักดันให้เปิดประตูการค้าชายแดนด่านสิงขรมาตั้งแต่ปี 2553 เริ่มต้นจากการประกาศให้เป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า จนกระทั่งมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจึงมีการเสนอไปยังรัฐบาลให้ประกาศยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวร แต่ในขั้นตอนการดำเนินการมีอุปสรรคเรื่องการให้การรับรองผลการสำรวจรายละเอียดเขตแดนร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อครั้งเดินทางมาประชุมนอกสถานที่ที่สวนสนประดิพัทธ์ อำเภอหัวหิน จึงหาทางออกด้วยการเห็นชอบให้ด่านสิงขรเป็นจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นด่านการค้าชายแดนแห่งแรกของประเทศไทยในรูปแบบดังกล่าว 

ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย กำหนดให้การผ่านเข้า-ออก จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรมีผลผูกพันเฉพาะประชาชนสัญชาติไทยและเมียนมาเท่านั้น โดยใช้เอกสารข้ามแดน 3 ประเภท คือ หนังสือเดินทาง หนังสือผ่านแดน และบัตรผ่านแดนชั่วคราว ซึ่งชาวเมียนมาจะสามารถเดินทางเข้ามาได้ถึงเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และไม่ว่าจะถือเอกสารประเภทใดก็ตามจะพำนักได้ 2 วัน 1 คืน ส่วนชาวไทยที่เดินทางไปเมียนมาไปได้ถึงเขตอำเภอตะนาวศรีและอำเภอเมืองมะริด จังหวัดมะริด โดยการถือหนังสือผ่านแดนจะพำนักได้ 14 วัน และบัตรผ่านแดนชั่วคราวจะพำนักได้ 7 วัน   นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าประมงจากจังหวัดมะริดที่จะส่งเข้ามาไทยจำเป็นต้องไปขึ้นฝั่งที่ด่านชายแดนจังหวัดระนองก่อนส่งไปที่จังหวัดสมุทรสาคร ใช้เวลาถึงเกือบ 30 ชั่วโมง ซึ่งการเปิดด่านสิงขรจะเป็นทางเลือกในการร่นระยะเวลาการขนส่งสินค้าให้เหลือเพียงประมาณ 7 ชั่วโมงเท่านั้น และจะเป็นประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย จึงคาดการณ์ว่ามูลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นน่าจะสูงถึงนับหมื่นล้านบาทต่อปี 
 ปัจจุบันทางการเมียนมากำลังอยู่ระหว่างการเร่งปรับปรุงเส้นทางตั้งแต่บ้านมูด่องชายแดนไทย-เมียนมาไปจนถึงจังหวัดมะริดเป็นถนนลาดยางซึ่งเกือบแล้วเสร็จทั้งหมดแล้ว พร้อม ๆ กับการพัฒนาสาธารณูปโภคสาธารณูปการ การลงทุนก่อสร้างโรงแรมสถานที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกับฝั่งไทย การเปิดจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรจึงถือเป็นการเพิ่มพูนมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งไทยและเมียนมารองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 

 เวลา 08.00 น. ได้เวลานัดหมาย  ณ ตม. ด่านสิงขร มัคคุเทศก์ท้องถิ่นชื่อ"ช่อ" ชื่อเต็มของเขา Daw Chaw Su Nge  ที่จะพาคณะเราจากด่านไทย สู่ด่านเมียนมา เราเพียงถือเอกสารที่ทัวร์ทำไว้ให้เรียบร้อย เดินเรียง 1   ให้เขาดูตามเอกสาร  เมื่อถูกต้องเขาจะประทับตราแล้วคืนเราค่ะ ซึ่งแต่ละคนจะใช่ 3 ฉบับ 


 เดินทางผ่านด่านไทยสู่ด่านเมียนมาเพื่อจะเดินทางสู่มูดอง ที่ด่านยังเห็นดวงจันทร์ค้างฟ้า เพราะเวลาไทยเร็วกว่าเมียนมาครึ่งชั่วโมง ประมาณ 08.20  น. ทุกคนขึ้นรถเดินทางไปสู่หมู่บ้านมูด่อง(Mawdaung ) ตอนนี้สัญญาณมือถือของเราไม่มีแล้ว ถ้าใครจะใช้ "ช่อ" มีซิมของเมียนมาไว้บริการ ราคา 80 บาท ถ้าจะใช้อินเทอร์เน็ตก็ต้องซื้อเพิ่ม 50 Mb (จำราคาไม่ได้แล้วค่ะ) (จากด่านสิงขร ถึง หมู่บ้านมูด่อง ระยะทาง  1  กิโลเมตร) ซึ่งถ้าคนไทยเอารถข้ามด่านมาก็จะมาได้ถึงหมู่บ้านมูด่องเท่านั้น

สักพักแวะทานอาหารเช้าเป็นชากับขนม ที่สำนักงานของบริษัททัวร์ และเข้าห้องน้ำ  เห็นพระป่าอุ้มลิงมาสองตัว พูดไทยชัดแจ๋ว กำลังจะเดินทางไปกรุงเทพฯ ลิงเชื่องมาก  พวกเราก็ได้บริจาคเงินทำบุญคนละเล็กละน้อย  ตามประสาชาวพุทธ(เห็นพระต้องทำบุญ)

กับ"ช่อ" มัคคุเทศก์ชาวเมียนมา  ขึ้นไปไหว้พระที่เขา"มูเดา" พระพุทธรูปองค์โตสานด้วยไม้ไผ่ เสียดายค่ะย้อนแสงถ่ายไม่ได้  เพราะองค์พระอยู่ในห้องกระจกด้วยค่ะ

ภาพสภาพถนนเมื่อ 9 เดือนที่แล้ว  เราเคยไปเที่ยวมะริดซึ่งขณะนั้นถนนอยู่ระหว่างก่อสร้าง สิงหาคม  ถนนคงจะแล้วเสร็จคงมาเที่ยวได้ดีกว่านึ้ บริษัทที่ก่อสร้างเป็นของไทย  Hua Hin wood  ระยะนี้เป็นฤดูฝน รถผ่านไปมา  ถนนจึงเละ  ภาพนี้เป็นสภาพถนนวันที่พวกเราเดินทาง แต่เป็นช่วงระยะหนึ่งเท่านั้น

สองข้างทางเป็นสวนยาง. สวนปาล์ม  เป็นหลายพันหลายหมื่นไร่ มีบ้านคนห่าง ๆ  ปัจจุบันถนน..เดินทางจากมูดอง ไปมะริด  เสร็จแล้ว เดินทางสะดวก  สบายค่ะ  >>ผ่านบริษัทอิตาเลียนไทยที่เคยมาทำเหมืองแร่และทิ้งร่องรอยบ่อน้ำที่มีสารพิษไว้สองบ่อไม่ได้ปิดไว้  >ผ่านยอดเขาที่สูงที่สุดของมูดอง ตรงจุดนี้มีศาลไทยและศาลเมียนมาให้สักการะ  ระหว่างทางไปตะนาวศรีแวะหมู่บ้านสิงขร  ซึ่งมีคนไทยอาศัยอยู่ยาวนาน   ได้พบปะพูดคุยกับคนไทย "ป้าเลียบ เจริญสุข".อายุ 87  ปี และชาวบ้านที่มาอยู่ที่นี่มาจากบางสะพานและท่าแซะ

จากมูด่อง เข้าเขตตะนาวศรีแล้ว ระยะทาง  100  กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง คณะเราวางแผนไปกินมื้อกลางวันในเมืองตะนาวศรี ...ไปทำความรู้จักเมืองตะนาวศรีกันก่อนค่ะ

ตะนาวศรีคนพม่าเรียกเมืองนี้ว่า ตะหนิ่นต่าหยี่’ ตะนาวศรีเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ชิดติดแม่น้ำตะนาวศรี แม่น้ำสายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคนพม่าตอนใต้ ซึ่งไหลผ่านเมืองทวาย ตะนาวศรี และลงสู่ทะเลอันดามันที่เมืองมะริด สมัยก่อนเมืองตะนาวศรีมีความสำคัญทางด้านการค้าขายเป็นอย่างมาก สินค้าจากอินเดียและยุโรปจะถูกส่งมาที่นี่เพื่อส่งต่อไปขายยังสยามประเทศ แต่ปัจจุบันนี้ ตะนาวศรีเป็นแค่หนึ่งในสี่อำเภอของจังหวัดมะริดเท่านั้น เสน่ห์ของเมืองตะนาวศรีที่เราค้นพบคือความเงียบสงบริมฝั่งน้ำ ความงดงามของอาคารบ้านเรือนหลังเก่าที่ตั้งชิดติดกันเป็นแนวยาว มืองตะนาวศรี เป็นหนึ่งใน 10 เมืองของภูมิภาคตะนาวศรี แต่ด้วยความที่ชื่อเหมือนกัน คนส่วนใหญ่จึงมักจะสับสนระหว่างภูมิภาคตะนาวศรี และเมืองตะนาวศรี ซึ่งเมืองตะนาวศรีที่ว่านี้ ตั้งอยู่ห่างจากด่านสิงขรเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยกิโลเมตรเท่านั้น

ประมาณเที่ยงไปกินมื้อกลางวัน มื้อแรกที่ตะนาวศรีเป็นอาหารไทย ร้านชวย นิน ซี แปลว่ากุหลาบสีทอง อาหารอร่อยเกิอนทุกจานเป็นอาหารประเภท เน้นปลา  กุ้ง  ผัก(ใบเหลียงผัดไข่ แกงเลียงใบเหลียงกับเห็ด) น้ำพริกกะปิ กับผักพื้นบ้าน เป็นต้น  อาหารธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดา อร่อยมากค่ะ นักท่องเที่ยวเต็มทุกโต๊ะ เนื่องจากเป็นวันหยุด  วันเสาร์   อิ่มแล้วดูวิธีใช้ทานาคา (เป็นของภาคใต้). ต้นไม้ทานาคาจะใหญ่กว่าที่เคยเห็น บางคนซื้อติดมือกลับบ้านเราด้วย


นมัสการเจดีย์เลตาเซา และชมวิวแม่น้ำตะนาวศรี   วัดนี้อยู่บนเนินเขาสูงชันเดินเลียบแม่น้ำตะนาวศรีขึ้นไป ถ้าเป็นวันทำงานรถยนต์ขึ้นไม่ได้ มีแต่มอเตอร์ไซต์วิ่งรับส่งคนที่เดินไม่ไหว แต่เขาต้องมาติดต่อราชการ เพราะบริเวณเจดีย์ด้านบนนี้เป็นศูนย์ราชการ แบบครบวงจร มีศาล มีที่ว่าการอำเภอ (ตะนาวศรีเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดมะริด) เมืองเงียบมาก เพราะเป็นวันหยุด บรรยากาศสงบนิ่งเขตตะนาวศรีมีการปกครองแบบเขตไม่ใช่รัฐ ไม่ได้มีกองกำลังแบ่งแยกดินแดนเหมือนชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ การปกครองของเขตตะนาวศรีมี 3 อำเภอ 10 ตำบล 328 หมู่บ้าน
อำเภอทวายหรือดะแว (Dawei, Tavoy)
อำเภอมะริดหรือมเยะ (Mergui, Myeik)
อำเภอเกาะสองหรือกอตอง/วิกตอเรียพ็อยนต์ (Kawthaung, Victoria Point)
พวกเราถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก  ก่อนที่จะกลับขึ้นรถไปท่าเทียบเรือเพื่อลงเรือชมธรรมชาติกันค่ะ ....ตามมานะคะไปล่องเรือชมธรรมชาติกันค่ะ