กรุงเทพฯ---จากการระเบิดม้าม อันเป็นผลจากการทุบตี และการท่องบ่นแต่คำขวัญมหาวิทยาลัย ในตอนนั้นที่กำลังเอาตัวไปคลุกโคลน จนมาถึงค่ายทางศาสนาที่ส่อไปในทางผิด ในตอนที่นักเรียนถูกบังคับให้ยืนท่องคำมั่นสัญญา จนกระทั่งถึงตอนตี 5 นักกิจกรรมให้สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในการว้ากในปี 2018
ผู้ต่อต้านการว้าก ได้เรียงลำดับการว้ากที่ชั่วร้ายที่สุด ซึ่งประกอบไปด้วย พลัง (อาวุโส?), การสั่ง, ประเพณี, ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว, และการมีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ ไม่เห็นแก่ความทุกข์ยากส่วนตน (SOTUS) ไว้ 4 ลำดับจาก 10 ซึ่งรวมทั้งการว้ากในหมู่นักเรียนมัธยมด้วย
Bandhukavi Palakawong na Ayudhya ซึ่งเป็นนักกิจกรรมในกลุ่มต่อต้านโซตัสว่า “มันเป็นชนิดของหอเกียรติยศ หรือความอับอายกันแน่? โดยส่วนตัว สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือ ผู้ชายถูกตีจนกระทั่งม้ามช้ำ มันช่างเป็นความรุนแรงเหลือเกิน”
การจัดลำดับมาจากทั้งโพลทางอินเตอร์เน็ท ซึ่งโพลนี้จัดทำขึ้นโดยกลุ่มแอนตี้ โซตัส และ ผู้ควบคุมกลุ่มแอนตี้ ซึ่งมีชาวเน็ทตอบประมาณ 350 คน ให้น้ำหนักเป็นครึ่งหนึ่งของโพล และการจัดลำดับโดยนักกิจกรรม 20 คน ซึ่งเป็นอีกครึ่งหนึ่งของโพล
มหาวิทยาลัย Maejo , มหาวิทยาลัย Rajabhat, มหาวิทยาลัย Rajamangala, มหาวิทยาลัย Kasetsat, และมหาวิทยาลัย Chiang Mai รวมทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี King Mongkut ที่ Ladkrabang อยู่ในระดับ 5 แห่งที่มีการว้ากที่เลวร้ายที่สุด
Keerati Panmanee ซึ่งเป็นเลขาของกลุ่มแอนตี้โซตัส กล่าวในวันจันทร์ว่า “Maejo เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่ทำความศักดิ์สิทธิ์ และทำให้โซตัสกลายเป็นสถาบัน ในขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆเพียงแต่ปรับเปลี่ยนพวกมันไปเท่านั้น Maejo เป็นตัวแทนของระบบโซตัสจริงๆ”
Bandhukavi กล่าวว่า นักศึกษาในมหาวิทยาลัย Chiang Mai มีกิจกรรมคล้ายโซตัส เมื่อพวกเขาถูกบังคับให้ปีนเขา
ตั้งแต่หลักการทั้ง 5 ไม่ได้ยอมรับในมหาวิทยาลัย ดังนั้นกลุ่มแอนตี้โซตัสจึงต้องสร้างการเปรียบเทียบระหว่างมหาวิทยาลัยขึ้นมา มหาวิทยาลัย Thammasat มีกิจกรรมที่ใกล้เคียงกับโซตัสน้อยที่สุด ต่อมาเป็น Chulalongkorn, Mahidol, Silpakorn, Kasetsart, และ Chiang Mai โดยนัยนี้แบ่งแยกตามความป่าเถื่อนของโซตัส
Keerati กล่าวว่า ในปี 2019 น่าจะมีความป่าเถื่อนของกิจกรรมโซตัสน้อยลง อันเนื่องมาจากการตระหนักรู้ และพวกเด็กๆต่างส่งกิจกรรมนี้ในโซเชี่ยล มีเดีย แต่ประเภทของโซตัส ถูกบังคับให้กลายเป็นกิจกรรมแปลกๆ และการบริจาคเงินที่ยังมีอยู่ต่อไป
“บางครั้งมันเป็นความภาคภูมิใจของรุ่น ที่ยังคงสืบสานกิจกรรมนี้ต่อไป พวกผู้ใหญ่ใช้วิธีการในการล้างสมองเด็กๆให้รักกิจกรรมนี้”
1. ค่ายธรรมะ
ค่ายธรรมะได้รับเป็นที่ 1 ในกิจกรรมการว้ากที่เลวร้ายที่สุด เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ โรงเรียน Sriyaphai ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเด็กมัธยม 4 (เกรด 10) ถูกบังคับให้เข้าร่วมค่ายธรรมะจำนวน 3 วัน นักเรียนถูกบังคับให้ชมคลิปที่น่าสยดสยอง เช่า ซากศพ และ สัตว์ที่กำลังถูกฆ่า เมื่อนักเรียนไม่สามารถจะทานอาหารได้ หลังจากได้ชมคลิป อาหารทั้งหมดของพวกเขาจะถูกแบ่งในหม้อสังกะสี และต้องดูอาจารย์ของพวกเขาทาน
นอกจากนี้เด็กๆยังต้องยืนจนถึงตี 5 พูดอยู่แต่ว่าพวกเขาจะไม่ใช้ยาเสพติด ซึ่งตอนนั้นก็ใกล้จะเป็นลมกันทั่วหน้าแล้ว นักเรียนที่ถูกทารุณ (disturbed students) ต้องเข้าบำบัดทางจิต และหลายคนต้องออกจากโรงเรียน
ถึงแม้ว่านี้จะเกิดขึ้นมา 4 ปีแล้ว แต่ข่าวเพิ่งมาเปิดเผยในเดือนพฤศจิกายน โดยการโพสต์ที่ไม่ลงชื่อในเวปพันธุ์ทิพย์ ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Jettepon Kraimark ออกมาบอกว่าเขาเป็นพี่ชายของนักเรียนเก่าที่เคยเข้าร่วม
Jettapon กล่าวว่า “หลังจากที่น้องชายของเขากลับมาจากค่าย เขาเอาแต่ขอโทษ... เขานอนไม่หลับ ตอนกลางคืน เขาตื่นมานอนราบแบบหมดแรง และพร่ำแต่ขอโทษว่าเขาเป็นเกย์ แต่พวกเรารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว สุดท้ายน้องชายของเขาต้องรับการบำบัดทางจิต
การโพสต์ของเขากระตุ้นเตือนประสบการณ์กับคนที่เข้าค่ายธรรมะ
Praphapan Pompan โพสต์ว่า “ก่อนที่เราจะเข้านอนตอนตี 11 พวกเราต้องดูซากศพ และเด็กๆที่กำลังจะเกิดจากท้องแม่ ตอนตี 3 ครึ่ง พวกเราต้องสวดมนต์จนถึงเช้า เราไม่เคยทานอาหารเช้า แต่ฉันเป็นโรคความดันต่ำ ต่อมาฉันเลยเป็นลม (puke) พวกพระที่โหดๆ กล่าวผ่านไมค์ว่า ในอดีต ฉันทำแต่กรรมชั่ว หรือไม่ดี”
แอดมิน กลุ่มแอนตี้โซตัสเห็นด้วยว่าค่ายธรรมะกระทำแบบเดียวกัน เพราะหลายๆคนได้รับประสบการณ์เดียวกัน
Keerati กล่าวว่า “ สำหรับฉัน ค่ายธรรมะนับเป็นการว้ากที่เลวร้ายที่สุด เพราะสิ่งที่ผู้คนทั้งหลายจะคิดกันคือมันน่ากลัวจริงๆ”
Bandhukavi กล่าวว่า “ นี่เป็นสิ่งที่โรงเรียนเชิงพุทธทั้งหลายกระทำ แต่แอดมินขาดความรู้ว่าจะจัดการค่ายที่ถูกต้องได้อย่างไร”
2. การว้ากจนม้ามแตก
มาเป็นอันดับที่สอง เมื่อ Pawarit Rangsit อายุ 19 ปี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพฯ วิทยาเขต Rajamangala ถูกตี ระหว่างการว้าก โดยพวกรุ่นพี่ จนกระทั่งม้ามแตก ตามนักกิจกรรมแล้ว นี่เป็นการก่ออาชญากรรม จนเป็นเหตุให้ Thewarit Buasiri อายุ21 ปี, Anant Jub-akart อายุ 20 ปี, และ Samart Sukhontha อายุ 21 ปี ได้รับข้อหาทำร้ายร่างกายจนสาหัส
3. การว้ากโดยการให้ส่งลูกกวาดปากต่อปาก
ในเดือนสิงหาคม รุ่นพี่ 5 คนของมหาวิทยาลัย King Mongkut เทคโนโลยีพระนครเหนือ กรุงเทพฯ มีการสงสัยว่าบังคับให้น้องปี 1 ส่งชิ้นลูกกวาดเล็กๆ โดยใช้ปากต่อปาก ผ่านตัวพวกเขาไป ซึ่งอาจทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อตับอักเสบ, เริม, และโรคอื่นๆ
4. E-D-U-C-A-T-I-O-N ที่มหาวิทยาลัย Silpakorn
นักศึกษาที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย Silpakorn ในเดือนสิงหาคม ต้องถูกบังคับให้ท่องประวัติมหาวิทยาลัย และสโลแกนคณะ หากพวกเขาทำผิด พวกเขาต้องท่อง E-D-U-C-A-T-I-O-N EDUCATION โดยตะโกนจุดสุดเสียง การบันทึกการว้ากถูกส่งไปให้กลุ่มนักกิจกรรม
Keerati กล่าวว่า “เป็นที่รู้กันว่าคณะศึกษาศาสตร์มีชื่อในการว้ากแบบโหดรุนแรง อันเนื่องมาจากปรัชญาของคณะในการสร้างครูที่จำเป็นต้องข่มขู่นักเรียน”
5. จูบแผ่นดิน
นักเรียนชั้นมัธยมปลายถูกบังคับให้จูบแผ่นดิน ที่โรงเรียน Suan Kularb Chonburi เพราะเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมการว้าก
Bandhukavi กล่าวว่า “มันเป็นสิ่งที่น่ากังวลว่า การว้าก ซึ่งปกติจะทำกันในมหาวิทยาลัย ตอนนี้ได้ขยายมาสู่โรงเรียนแล้ว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายใช้การว้ากแบบโหดร้ายกว่านักศึกษาตามมหาวิทยาลัย”
นักเรียนคนหนึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังจากถูกว้ากที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีลานนา
6. ชุดใส่ที่แปลกประหลาด
พวกรุ่นพี่ ที่คณะพยาบาล มหาวิทยาลัย Mahidol ในเดือนกันยายน ได้สร้างกฎการแต่งตัวแบบอยู่ดีๆก็คิดขึ้นมา รวมทั้งการบังคับให้นักศึกษาแต่งชุดพิธีการที่เป็นทางการ ที่ต้องมีหูกระต่าย และต้องมีรายชื่อผู้ติดต่อด้วยสีสันสดใส
7. การเปลือยเปล่าในโคลน และหญ้าแห้ง
ปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีลานนา ถูกสั่งให้กลิ้งไปรอบๆโคลนด้วยร่างกายเปล่าเปลือย และบนหญ้าแห้งที่ทำมาจากฟางด้วย พวกรุ่นพี่ได้เทน้ำเกลือ ซึ่งเป็นอันตรายต่อแผลที่พวกปี 1 ได้รับด้วย และผู้กระทำผิดถูกปรับเพียงแค่ 200 บาทในแต่ละคนเท่านั้น
มหาวิทยาลัยที่เด็กๆช่างมาเรียน และโปรแกรมวิชาวิศวกรรม เป็นที่รู้ในวงกว้างว่าเป็นแหล่งเพาะโซตัสเลยทีเดียว
Keerati กล่าวว่า “ มหาวิทยาลัยพวกนี้ใช้วัฒนธรรมของเด็กช่าง ซึ่งจะเน้นไปที่ความเป็นชาย ดังนั้นโซตัสที่นั่นจะต้องใช้แรงกายหรือการทำให้เจ็บกายค่อนข้างมาก”
8. การว้ากนักเรียนมัธยม
การว้ากนักเรียนมัธยมอีกที่หนึ่งเกิดที่โรงเรียน Prince Royal ในเชียงใหม่ ซึ่งนักเรียนถูกปิดตา และดุด่าต่อว่า ในขณะที่ต้องตะโกนคำขอโทษ และกลิ้งไปตามสนามรูปสี่เหลี่ยมที่แข็งกระด้าง
9. ปากต่อปากอีกแล้ว
เรื่องนี้คล้ายคลึงกับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ก็คือนักเรียนมัธยมจำนวน 4 คน ที่สกลนคร ถูกบังคับให้ส่งลูกกวาดปากต่อปากในเดือนมิถุนายน
10. การท่องบ่น และการโรยตัวไปตามโคลน
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุด ปี 1 ในคณะวิศวกรรม ที่มหาวิทยาลัย Rambhai Barni Rajabhat ณ จันทบุรี ถูกบังคับให้ตะโกนชื่อมหาวิทยาลัย ในขณะที่โรยตัวรอบๆโคลนในเดือนกันยายน
แปลและเรียบเรียงโดย
Asaree Thaitrakulpanich ABUSIVE ‘BUDDHIST CAMP’ ONE OF TOP 10 WORST SOTUS INCIDENTS OF 2018.
It’s sad to see ‘initiation rites’ hurting and harming ‘new members’ – both physically and psychologically. Worse is this barbaric subculture allowed to continue by institutions.
Society would be far better developed by data, knowledge, love and respect.
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นสมัยเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว.. มา..ไม่ทราบว่ามาแต่ใด และทำไมต้องเป็นแบบนั้น.. เมื่ออ่านบล้อคนี้.. พอจะบอกตนเองได้ว่า.. ความเปลี่ยนแปลง.. ได้เปลี่ยนไป.. ในทางลบจน สุดที่จะพรรณา.. มีความรู้สึกว่า.. บ้านเราย้อนไปอยู่ในยุคมืด.. ของยุโรปได้อย่างไร… มืดยิ่งหนักกว่า.. ในยุคโลกาภิวัฒน์ถ้าจะเปรียบ ไป
ขอบคุณกับความเห็นของคุณยายธี กับคุณ [email protected] มากๆครับ