ความเชื่อ...ของคนทุกข์

เขียนโดย... สอนลอ โสตุกี ( Sonelor Sotouki )

แปลโดย...อุทัย เอกสะพัง ( Uthai Eksaphang )

    คนทุกข์ส่วนมากชอบเชื่อว่า...เราเกิดมาทุกข์  ต้นทุนชีวิตต่ำ  เราอาจเป็นเหมือนคนอื่นไม่ได้  แล้วเขาก็ใช้ชีวิตเหมือนคนผิดหวังไร้เป้าหมายในชีวิตและไม่ได้ทำอะไรมากเพื่อพัฒนาชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น  เขาชอบทำแต่สิ่งเดิม ๆ ทำแต่สิ่งที่เคยทำซ้ำ ๆ แบบเดิมไปตลอด

        ว่าด้วยเรื่องคนทุกข์  ผมคิดไปถึงคำกล่าวตอนหนึ่งของแจ๊กหม่าที่เขาพูดว่า  คนทุกข์คือคนที่เข้าใจยากที่สุด  ถ้าเราให้อะไรแก่เขาฟรี ๆ เขาจะคิดว่านี้คือกับดัก  ถ้าเราบอกเขาให้ลงทุนน้อย ๆ  เขาจะบอกว่าก็จะได้กำไรแต่น้อยทีเดียว  ถ้าบอกให้เขาลงทุนมาก ๆ  เขาบอกว่าไม่มีเงิน  บอกให้เขาทำธุรกิจใหม่ ๆ เขาบอกว่าไม่ชำนาญ  คนพวกนี้จะมีสิ่งที่คล้ายกันที่สุดคือชอบถาม  Google  และชอบคบกับพวกที่ล้มเหลวเหมือนกันกับตนเอง  เขาคิดมากกว่าอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย  แต่ลงมือทำน้อยกว่าคนตาบอดอีกด้วย

        ลองถามพวกเขาดูว่า...คุณทำอะไรได้บ้าง..?  เขาจะตอบไม่ได้  คนที่ชอบล้มเหลวจะมีพฤติกรรมเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ  ตลอดชีวิตมีแต่คำว่า ดูก่อน  นี่คือวลีเด็ดของแจ๊กหม่าที่มีคนได้นำมาแปลและแชร์กันไปมากที่สุด  และตอนท้ายสุดของการปราศรัยเขายังได้แนะนำให้พวกเราจงไปฝึกการลงมือทำให้ไวกว่าการคิดอยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลย

        ความจริงแล้ว  คนทุกข์ไม่ใช่คนไร้สมอง  คนรวยก็ไม่ใช่คนไม่ดีและเห็นแก่ตัวเหมือนบางคนคิด  ถ้าคุณเข้าใจว่าต้นทุนชีวิตคือ  ต้นทุนทางด้านวัตถุนั้นผิด  ต้นทุนชีวิตที่แท้จริงคือ  ความคิดและการกระทำ  ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีเท่ากัน  ทุกคนสามารถกลายเป็นคนรวยได้  ถ้าคุณพยายามเรียนรู้วิธีคิดและลงมือทำให้สุดความสามารถ  เพราะความคิดเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ทุกเวลา  คนรวยก็สามารถกลายเป็นคนจนได้เช่นกัน

        ถ้าเกิดมารวยแต่ขี้คร้านมักง่าย  ไม่เรียนรู้ไม่ชอบแสวงหาเพื่อเพิ่มพูนหรือรักษาความรวยให้อยู่กับตัวเองได้  ทุกอย่างมันไม่ได้เสมอไป  คุณเลือกเกิดมารวยไม่ได้  แต่คุณสามารถเลือกที่จะสร้างตัวเองให้รวยได้  ถ้าคุณพยายามเปลี่ยนความคิดและความเชื่อของคุณได้

        เศรษฐีมหาเศรษฐีส่วนมาก  ล้วนแต่เป็นคนใช้สติปัญญาและจังหวะคว้าโอกาสการเป็นเศรษฐีของเขาจนได้ 

        คนทุกข์ชอบคิดแบบใดและเชื่อแบบใด..? ทำไมชีวิตจึงไม่เคยเปลี่ยน..?

1.เชื่อเรื่องชะตากรรมและพรหมลิขิต

        คนจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้ชีวิตทุกอย่างแบบเดิม ๆ อยู่  ย่อมเชื่อว่า  คนรวยนั้น  เขามีโชคชะตาที่ดีกว่าเรา  เขาเป็นคนมีบุญ  เชื่อว่าเราทุกข์เพราะเป็นพรหมลิขิต  วาสนาบุญกรรมไม่ดีเหมือนผู้อื่น  เชื่อว่าเป็นเพราะพ่อแม่ของเราจน  ไม่ได้รักการสนับสนุนเราจึงต้องทุกข์

        ชอบไปถามหมอดู  ถามลายตีนลายมือ  ถามไปว่าในชาตินี้ผมจะรวยหรือไม่..?  แล้วก็โทษวาสนา  โทษฟ้าฝน  เมื่อเห็นคนอื่นรวยก็ชอบจะบอกตัวเองว่า...ถ้าผมโชคดีเหมือนคุณ...ผมก็จะรวยเหมือนกัน

สรุป...คนแบบนี้ทุกข์เพราะความคิด  แม้จะถูกหวย  1,000  ล้านกีบไม่นานเงินก็หมด

2.อยู่ในวังวน  ไม่หาทางออก

        คนกลุ่มนี้  มักเชื่อว่า  เขาเกิดมาในครอบครัวแบบใด  เขาก็ต้องเป็นคนแบบนั้น  ถึงไม่มีโอกาสที่จะรวยได้เหมือนคนอื่น  เขาได้แต่อิจฉาคนอื่น  แนวคิด  จิตสำนึกของเขาล๊อกตัวเขาไว้เอง  พ่อแม่ทุกข์  เราก็ต้องทุกข์  รวยคือผู้อื่น  เป็นไปไม่ได้ดอก.

        เขาจะพูดแบบนี้ตลอด  แล้วเขาก็ไม่ได้ดิ้นรนทำอะไรมาก  เขาชอบเป็นคนคิดมากแต่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย  คิดแต่เรื่องในแง่ลบ

        ถ้าคุณไปปรึกษาเขาเรื่องอะไร  เขาจะพูดเรื่องนั้นในแง่ลลบมาเถียงกับคุณ  ทำเหมือนเขารู้ดีกว่าคุณอีก

3.ไม่กล้าที่เปลี่ยนแปลงบอกแต่ว่าไม่มีโอกาส

        การรอคอยแต่โอกาส...มันเหมือนกับการรอคอยวาสนา  โอกาสดีพันปีมีครั้งหนึ่งหรือ 1  ในล้าน  คุณเคยได้ยินมาตลอดใช่ไหม  และมันคือความจริง  คนทุกข์ส่วนมากเขาจะอยู่เฉย ๆ รอคอยแต่โอกาส  ไม่กล้าเสี่ยง  ไม่กล้าลงมือ  มองโลกในแง่ลบ  พูดง่าย ๆ คือ  เขาไม่ยอมเข้าไปสร้างโอกาสด้วยตัวเอง  คนรวยเขาสร้างโอกาสเอง  เขามองอุปสรรคเป็นโอกาส

        ในขณะที่คนส่วนมากแตกหนี  แต่เขากับเข้าไปหา  เพราะเขาเห็นต่าง  คิดต่าง  เขาเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่คนทั้งหลายกำลังมองว่าเป็นปัญหาเสมอ

4.อยากทำแต่งานที่ดี  มีเงินเดือนสูง

        เรียนจบแล้วว่างงาน  ไม่มีงานทำ  ไม่มีรายรับอยู่เตะฝุ่นไปวัน ๆ โทษแต่คนอื่น  โทษเรื่องงาน  โทษเรื่องสถาบันการศึกษา  โทษภาครัฐบาล  ลูกเจ้าหลายนาย  แย่งงานไปทำหมดแล้ว  เราตระกูลทุกข์ยากเป็นไปไม่ได้ดอก  หรือ  ต้องได้จ้างเข้าทำงาน  ไม่มีเงินจ้าง...หรือเขามีเส้นสายดึงกันเข้าไป...หรือเงินเดือนน้อยเกินไปไม่อยากทำ  ทำก็ไม่ได้อะไร  และอื่น ๆ สารพัดสุดจะแก้ตัว  คนส่วนมาก  อยากทำงานดี ๆ มีเงินเดือนสูง  แต่ความรู้ประสบการณ์ยังไม่ถึง  เวลาไปสัมภาษณ์ เขาถามว่า  อยากได้เงินเดือนเท่าไร  ชอบเสนอเงินเดือนสูง ๆ ให้เขาจ้าง  มีบริษัท  หน่วยงาน  หรือ  องค์กรใดบ้างที่เขาไม่ชอบคนเก่ง  ถ้าเขารู้ว่าคุณเป็นคนเก่ง  เขารู้ว่าคุณสามารถทำงานได้แน่แท้  คุณต้องเป็นคนที่เขาเลือกแน่นอน

        คนที่ว่างงานนาน ๆ ไม่มีงานทำส่วนมากจะเป็นคนที่ตอนเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน  ชอบขาดเรียนหรือมีจุดอ่อนจุดใดจุดหนึ่งที่ทำให้บริษัทไม่สามารถรับได้

        แต่บางครั้งการถูกปฏิเสธหลาย ๆ ครั้ง  ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถค้นพบอาชีพที่แท้จริงของตนได้เช่นกัน

5.ไม่มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนมักบ่นว่าไม่ว่างหรือมีรายรับน้อย

        คนบางคนก็เป็นอย่างนั้น  สับสนอยู่ตลอดเวลา  คิดมากและคิดแต่เรื่องในทางลบ  ไม่ได้วางแผนชีวิต  บ่นแต่ว่ารายรับน้อยรายจ่ายมากแล้วก็อยู่ไปวัน ๆ เหมือนกับเรือที่ไหลไปตามกระแสน้ำ  ไร้จุดหมายปลายทางที่แน่นอน

        เขาไม่ได้คิดเรื่องการสร้างรายรับเพิ่มหรือจะจัดการรายจ่ายแบบใดดี  เขาอยู่ไปวันวัน  กินเงินเดือนแบบเดือนชนเดือนไปเรื่อย ๆ ไม่มีเงินเก็บ  เงินส่งเสริมลูกหลานเรียนไม่มี

เมื่อถามว่า...เมื่อแก่ตัวลงจะเป็นอย่างไร..?  อาศัยลูกหลาน  กินบำนาญรัฐบาล...และอื่น ๆ นั้นคือคำตอบที่เขาต้องตอบ  ผมว่าถูกหมด  แต่ถึงตอนนั้น  คุณจะได้ลำบากแน่นอน

เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น  เมื่อลูกหลานตกงาน  หรือ  ทำแต่งานไม่มีเวลามาดูแลคุณ  อัตราเงินเฟื้อเพิ่มขึ้น  เงินบำนาญของคุณจะถูกอัตราเงินเฟื้อทับถม  ค่ายา  เพื่อรักษาสุขภาพในตอนนั้นก็ไม่ใช่น้อย  ตอนนั้นเรี่ยวแรงไม่มี  เจ็บนั่นเจ็บนี่อยู่ตลอด  ลองจินตนาการดูว่า  เมื่อถึงตอนนั้น  เราจะเป็นอย่างไร  ด้วยโลกเปลี่ยนแปลงไปไวเหลือเกิน.

............................................................................

ปล. แปลจากต้นฉบับภาษาลาว ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว.