877. เรียน Design Thinking จากหนังดัง "ALITA... Battle Angel"

เมื่อคืนก่อนดูหนังเรื่องที่อยากดูมากๆ คือเรื่อง ALITA Battle Angle เป็นหนัง Sci-fi ที่ผมชอบมากอีกเรื่อง มันเป็นเรื่องราวของอนาคตหลายร้อยปีข้างหน้า เป็นเหตุการณ์หลังสงครามโลกกับชาวดาวอังคาร (เป็นชาวโลกไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น)  หลังสงครามจบลง โลกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือโลกที่อยู่บนเมืองที่ลอยอยู่บนฟ้า นี่เป็นโลกของนักปกครอง คนรวย ส่วนข้างล่าง พื้นดินเป็นโลกของคนธรรมดา  วันหนึ่งมีหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องการรักษา สร้างหุ่นยนต์ Cyborg (มนุษย์ผสมเครื่องจักรกล) ไปเจอชิ้นส่วนหุ่นยนต์ ที่ยังดูใช้งานได้ เลยเอามาซ่อมที่สุดก็สามารถฟื้นชีวิตมันได้ เลยตั้งชื่อว่า Alita

ก็ไม่คิดอะไรมากครับ แต่ต่อมาคุณหมอพบว่า Alita ถึงแม้จะจำตัวเองไม่ได้ (ส่วนหนึ่งยังเป็นมนุษย์)  แต่ Alita รบเก่งมาก ที่สุดจากการตามหาตนเองของ Alita เธอก็ค้นพบว่าเธอเองเป็นนักรบจากดาวอังคารตัวสุดท้าย เป็น Cyborg ที่แกร่งที่สุดในจักรวาล ...เธอกับแฟนหนุ่ม และคุณหมอเริ่มมี Mission ร่วมกัน นั่นคือการขึ้นไปเมืองข้างบน เพื่อปราบปรามความเลวร้าย ตอนนี้น่าจะเป็นตอนแรก .. เลยยังไม่เห็นอะไรมากนัก ..เป็นตอนที่ Alita ค้นพบตนเอง เท่านั้น แต่เรื่องนี้ทำให้มองเห็นอะไรหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) 

Design Thinking คือทัศนคติที่เชื่อว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้ดีกว่าเดิมได้ ปัจจุบันแนวคิดเชิงออกแบบเป็นที่ฮือฮา คนพูดถึงกันมาก 

สรุปสั้นๆ จะเปลี่ยนแปลงอะไรสร้างสรรค์ แก้ปัญหา สร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทำได้ง่ายๆคือ .. ทำความเข้าใจกับปัญหา (Understand) จากนั้นนำข้อมูลมาคิดสร้างสรรค์ออกแบบคำตอบ (Create) และก็เอาไปขยายผล สร้างต้นแบบ แล้วทดสอบ ทำหลายๆ รอบจนแก้ปัญหาได้ ...

Ref ภาพ https://medium.com/@bhmiller07...

เช่นคุณหมอสมัยก่อนลูกสาวถูกคนไข้ที่มาขโมยยาฆ่าตาย ท่านเห็นปัญหาสังคม...เลยเริ่มแก้ด้วยการเข้าไปเป็นนักล่าหัวอาชญากร ทำอย่างลับๆ ... นี่ก็คือ Design Thinking เลย

Empathy เห็นลูกตัวเองถูกฆ่าตาย

Define สาเหตุคือสังคมมีคนพาล อาชญากรเยอะ

Ideate ทำอย่างไร ต้องไปเป็นนักล่าหัว

Prototype ลองไปทำดู 

Test ฆ่าได้เพียบ ...

เรื่อง Alita จะเห็นกระบวนการนี้ชัดเจนมากๆ ในทุกตอน เรื่อง Design Thinking ในกระบวนการข้างต้น ผมจะไม่เจาะลึกอีก เพราะมีคนพูดถึงมากแล้ว ...

แต่อยากพูดถึงเรื่องหนึ่งคือ “คน” ที่อยู่ในกระบวนการแก้ปัญหา 

กระบวนการ Design Thinking ผมได้ข่าวมาจากหลายแหล่งว่าหลักการมันดี แต่ทำไปไม่ค่อยได้ถึงไหน ...ถึงแม้จะเอาไปใช้ในบริษัทดังๆก็ตาม จำนวนมาก Fail.....

Fail จากไหน ...เท่าที่ดูหนัง Alita ...Concept มันมีแรงจริง... Design Thinking แต่ถ้าคนไม่แรงอย่างคุณหมอ และ Alita ไม่มีทางครับ..

นั่นหมายถึงว่าจะทำอะไรต้องหาคนแรงๆ มาร่วมงานครับ ...

ผมเลยนึกถึงแนวคิด Ten Faces of Innovation ของบริษัท IDEO ผู้เป็นต้นแบบแนวคิดเรื่อง Design Thinking นั่นเอง ...

IDEO เวลาจะทำ Design Thinking ก็จะพยายามเฟ้นหาคนมีบุคลิก 10 ประเภทมาทำงานครับ ..

ลองดูจากตรงนี้ 

Ref: http://www.derekchristensen.co...


คนสิบประเภทนี้เป็นคนที่มีพลังพิเศษครับ เหมือน Alita ในเรื่อง...

จะซับซ้อนนิด ประมาณว่าจะมีคนสามกลุ่ม... 

  1. พวกที่มีพลังการเรียนรู้ (Learning) พวกนี้ มีขีดความสามารถในการเรียนรู้  เช่นพวก Anthropologists เป็นพวกที่สังเกตุเก่ง มีลางสังหรณ์   ถ้าในเรื่องก็คือพระเอก ที่ไปสังเกตุเจอนางเอก...   ตือมาก็นักทดลอง Experitmenter พวกนี้เป็นคนกล้าลองทำโน่นนี่นั่น กล้าทดลอง มีความอยากรู้อยากเห็น...ส่วนตัวที่สาม Crosspollinator ก็คือนักผสมเกสร คนนี้เอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวกันมาผสมผสานให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ได้..  คนนี้คือคุณหมอคนที่สร้าง Alita ขึ้นมา  
  2. พวกที่มีพลังการบริหารจัดการ (Organizing) พวกนี้มีอำนาจพิเศษรู้วิธีทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ มีสามแบบคือ พวก Hurdler นี่คือคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา เป้าหมายมีไว้พุ่งชน... นี่คือตัว Alita นั่นเอง...  พวกที่สองก็พวก Collaborator เป็นคนที่สามารถนำคนหลากหลายความคิด ทัศนคติมาทำงานร่วมกันได้ ...  อีกพวกเป็น Director คนนี้เป็นคนมองภาพใหญ่ เป็นคนที่สร้างพื้นที่ให้คนมาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน ...
  3. พวกที่มีพลังแห่งการสร้าง (Building)  ได้แก้ Experience Architect เป็นคนที่ยกระดับสิ่งที่ทำอยู่ให้แตกต่างจากคนอื่น  Set Designer เป็นคนสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้ที่นั้น สร้างวัฒนธรรมเชิงบวก  Caregiver เป็นคนที่สร้าง รักษาความสัมพันธ์ เอามนุษย์เป็นศูนย์กลาง  (คนนี้เป็นภรรยาเก่าของคุณหมอ..ตอนแรกเป็นศัตรู ตอนหลังหันกลับมาช่วย อีกคนเป็นนักล่าที่รักหมา คนนั้นมาช่วย Alita ตอนจนตรอก)   Storyteller เป็นคนที่ใช้เรื่องเล่าเป็นพลังขับเคลื่อน  

จะเห็นว่าเป้าหมายร่วมนั่นคือการต่อต้านความชั่วร้ายในเรื่อง Alita เริ่มสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง  ไม่ใช่เพราะคนคิดจะเปลี่ยนโลกให้แตกต่างไปเท่านั้น แต่มันเป็นการที่คนในทีมมีพลังที่แตกต่าง อย่างน้อยที่ผมเห็นก็มีคนที่มีพลังการเรียนรู้ (Learning) มาทำงานร่วมกับคนที่มีพลังของการจัดการ (Organizing)  และคนที่มีพลังแห่งการสร้างสรรค์ (Building) ...โลกจึงเริ่มเปลี่ยนจากความสิ้นหวังมามีหวัง....

Ten Faces of Innovation เอามาทำอะไรได้ครับ

  1. จัดทีมครับ ... ผมเองเป็น Crosspollinator ... ตอนนี้ผมทำงานร่วมกับ Director และ Experience Architect  ทำให้สนุกกับการทำงาน งานเติบโตขึ้น 
  2. เอามาประเมินพลังตัวเอง..เมื่อวานเจอลูกศิษย์คนหนึ่ง ทำ IKIGAI Finding กับผม...ผมรู้สึกว่าจากการทำงานร่วมกับเขาเขาดูเป็น Director ... นี่ก็เป็นพลังที่เขามองไม่เห็น เลยยกตัวอย่างให้เขาดูกับรุ่นพี่ในวงเช่นดร.อุดม แห่ง Social Lab Thailand คนนี้เป็น Director สามารถสร้างสรรค์งานใหญ่ได้ ... คล้ายๆ กับลูกศิษย์ผมคนนั้นเลย เลยแนะนำให้ไปเรียนจากพี่อุดม
  3. เวลาทำ Design Thinking หรืออะไรก็ตามอย่าลืมดึงคน ไม่ต้องถึงสิบคน เอาอย่างละประเภทก็ได้มาทำงานร่วมกัน น่าจะไปไกลครับ 

สุดท้ายอย่างบอกว่าเป้าหมายที่ทรงพลัง จะเป็นจริงได้ด้วยคนมีพลัง ถ้าเรามีไม่พอ ต้องทำงานร่วมกับพวกเขาครับ ...

วันนี้พอเท่านี้นะครับ เพียงเล่าให้ฟังลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

ด้วยรักและปรารถนาดี

Happy วันมาฆบูชา...

บทความนี้ผมเขียนถวายเป็นพุทธบูชา ให้ความรู้เป็นทานในวันบุญใหญ่ครับ

โดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธ์

www.aithailand.org

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)